โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

SOCIETY: รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ ‘ชัตดาวน์’ เป็นครั้งแรกในสมัย ปธน.ทรัมป์ 2 หลังไม่สามารถผ่าน กม.งบในชั้นวุฒิสภาได้

BrandThink

เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 06.48 น.

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักมีรายงานตรงกันว่าขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ ‘Shutdown’ หรือสภาวการณ์หน่วยงานภาครัฐต้องหยุดทำงานชั่วคราวเมื่อเข้าสู่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2025 (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา) เนื่องจากไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายด้านงบประมาณในชั้นวุฒิสภาได้ทันปีงบประมาณใหม่

แม้ว่าพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาล่างและสภาสูง แต่การผ่านกฎหมายสำคัญๆ ในสภาสูงจำเป็นจะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 หรือ 60 จาก 100 เสียง เพื่อป้องกันแทกติกทางการเมืองอย่างการอภิปรายฟิลิบัสเตอร์ (Filibuster)

การจะผ่านร่างกฎหมายด้านงบประมาณ พรรครีพับลิกันที่มี สว. เกินกึ่งหนึ่งของวุฒิสภาไม่มากอยู่ที่ 53 เสียง จึงต้องพึ่งเสียงของ สว. จากพรรคเดโมแครตเพิ่มเติมอย่างน้อย 7 เสียง

ทว่าทั้งสองพรรคกลับไม่สามารถเจรจาในการผ่านกฎหมายด้านงบประมาณร่วมกัน เนื่องจากต่างฝ่ายไม่ยอมที่จะผ่านกฎหมายด้านงบประมาณของกันและกัน

โดยพรรคเดโมแครตต้องการผ่าน ‘Affordable Care Act’ หรือการขยายงบประมาณด้านสวัสดิการดูแลสุขภาพ ส่วนพรรครีพับลิกันต้องการผ่านการขยายระยะเวลาการจัดสรรงบประมาณให้กับรัฐบาลไปอีก 7 สัปดาห์

จึงทำให้การลงคะแนนเสียงของร่างกฎหมายของทั้งคู่ในวันที่ 30 กันยายน เกิดความล้มเหลวและไม่ทันปีงบประมาณใหม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความพยายามในการหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับกลุ่มแกนนำของทั้งสองพรรคที่ทำเนียบขาว และจะมี สว. จากเดโมแครตบางส่วนมาโหวตสนับสนุนก็ตาม

นี่จึงกลายเป็นการชัตดาวน์ครั้งแรกหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง หลังจากที่การชัตดาวน์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปลายปี 2018 หรือในสมัยแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยกินเวลานานถึง 35 วัน

โดยหลายสื่อรายงานว่าการชัตดาวน์หนนี้อาจจะส่งผลกระทบกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางประมาณ 750,000 คน ให้ถูกพักงาน และอาจนำไปสู่การเลิกจ้างตามนโยบายของทรัมป์ในการลดขนาดรัฐ และแม้ว่าหลายหน่วยงานหรือหลายโครงการจะดำเนินการต่อไปได้ แต่อาจต้องเผชิญกับการให้บริการที่ล่าช้าและติดขัด

ทั้งนี้ การประชุมจะเกิดอีกครั้งภายในวันนี้ (1 ตุลาคม) แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการผ่านกฎหมายจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะทั้งสองฝั่งยังไม่มีทีท่าของการประนีประนอมแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...