โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

FTA ไทย–อียู เจรจาคืบ 1 ใน 3 พาณิชย์เร่งปิดดีลรับมือภาษีทรัมป์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 20.00 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 02.55 น.

นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป ภายใต้งาน “Voice x Vision: Thai-EU FTA in Focus” (Stakeholder Consultation Workshop: Thai-EU FTA) ว่า การเจรจา FTA ไทย–EU มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี โดยมีการเจรจาแล้ว 6 รอบ และสามารถสรุปความตกลงได้แล้ว 7 บท จากทั้งหมด 24 บท ประมาณ 1 ใน 3 หากบรรลุผลสำเร็จ จะเป็นโอกาสสำคัญต่อการค้าและการลงทุนของไทย

รวมทั้งสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปที่มีขนาดใหญ่และกำลังซื้อสูง พร้อมดึงดูดการลงทุนจากธุรกิจยุโรปในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการค้าไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานของสากล

สำหรับ FTA ฉบับนี้มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์และจะเป็น FTA ที่มีมาตรฐานสูง ครอบคลุมทิศทางและเศรษฐกิจโลกสมัยใหม่ เช่น ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การค้าดิจิตัล รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ส่วนประเด็นหารือในเวทีนี้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 3 หัวข้อสำคัญ ประกอบด้วย

1.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเน้นการใช้ประโยชน์เชิงรุกและรับฟังข้อกังวลเพื่อปรับท่าทีของไทย

2.ทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยาและเกษตรกรรายย่อย โดยหารือแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทไทย และเตรียมจัดประชุมเชิงลึกเพิ่มเติม

3.พลังงานและวัตถุดิบ มุ่งเน้นการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่เหมาะสม และการแข่งขันที่โปร่งใส

นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะนำข้อคิดเห็นและข้อห่วงใยทั้งหมดไปใช้ประกอบการกำหนดท่าทีการเจรจา โดยรอบการเจรจาครั้งที่ 7 กำหนดจัดขึ้นปลายเดือนกันยายนนี้ ณ กรุงบรัสเซลส์ สหภาพยุโรป ซึ่งไทยตั้งเป้าเดินหน้าเจรจาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด แต่ยังคงยึดหลักความเร็วที่มาพร้อมคุณภาพ เพื่อให้ข้อตกลงครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนไทยทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

"ไทยต้องคำนึงถึงบริบทของประเทศและความมั่นคงด้านสาธารณสุขและอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และต้องเจรจาอย่างรอบคอบไม่ให้กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นภาษีของสหรัฐฯ ถือเป็นแรงกดดันที่ทำให้ทั้งไทยและสหภาพยุโรปเร่งการเจรจาปิดดีลให้ได้เร็วขึ้นเพื่อรักษาขีดความสามารถทางการค้าของทั้งสองฝ่ายด้วย"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...