โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ญี่ปุ่น” ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 6.3% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หนุนแรงกดดัน BOJ ขึ้นดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 07.18 น.

"ญี่ปุ่น" ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศแตะ 1,121 เยนต่อชั่วโมง ครอบคลุมแรงงานกว่า 3 ล้านคน นับเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ปี 1978 นักวิเคราะห์ชี้ช่วยหนุนวงจรค่าจ้าง–เงินเฟ้อ แต่เพิ่มต้นทุนธุรกิจ

วันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 13.45 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ญี่ปุ่นประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 6.3% แตะระดับ 1,121 เยน หรือราว 7.56 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1978 โดยมีผลครอบคลุมแรงงานราว 3 ล้านคน และจะทยอยบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้ กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ย 66 เยนต่อชั่วโมง ในปีงบประมาณปัจจุบัน

นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นดังกล่าวอาจผลักดันให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค แต่ก็ช่วยเพิ่มรายได้ให้แรงงาน ส่งเสริมวงจรการเติบโตของอุปสงค์–เงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องการมานาน

ราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นปรับขึ้น เกินกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ ต่อเนื่องกว่า 3 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 3.1% ขณะที่ BOJ เพิ่งปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนเร่งเดิมพันว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม

ทาคุยะ โฮชิโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Dai-ichi Life Research Institute ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหาร เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหาร จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพึ่งพาแรงงานพาร์ทไทม์ค่าแรงขั้นต่ำ โดยการขึ้นค่าแรงครั้งนี้อาจยืดระยะเวลาที่เงินเฟ้อด้านอาหารอยู่ในระดับสูง และผลักดัน BOJ ให้ขึ้นดอกเบี้ยต่อ

ตัวอย่างเช่น จังหวัดโทคุชิมะเคยปรับค่าแรงขึ้นสูงสุดถึง 9.4% ในปีที่แล้ว โดยรัฐบาลท้องถิ่นยังมอบเงินอุดหนุน 50,000 เยนต่อแรงงานประจำหนึ่งคน ให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กที่ปรับค่าแรงขึ้นไปที่ 980 เยนจากเดิมไม่ถึง 930 เยน ผลคือภูมิภาคนี้มีกำลังซื้อจริง (real wage) ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน ในขณะที่ระดับประเทศเพิ่งเห็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกของปีในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ ค่าแรงที่สูงขึ้นยังช่วยดึงดูดแรงงานต่างชาติที่เคยย้ายออกให้กลับมาอีกด้วย

รายงานของ Tokyo Shoko Research ระบุว่า มีบริษัทญี่ปุ่นถึง 172 แห่งล้มละลายในครึ่งแรกของปี 2568 ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาขาดแคลนแรงงานและไม่สามารถปรับค่าแรงขึ้นตามภาวะตลาดได้

เคน โคบายาชิ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น เตือนว่า “หากการปรับขึ้นแรงเกินไป บริษัทจะรับไม่ไหว บางแห่งอาจต้องปิดกิจการ และโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจจะเริ่มพังทลาย” พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายพิจารณาความสามารถในการจ่ายของธุรกิจด้วย

แม้จะเป็นการขึ้นค่าแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ ตั้งเป้าให้ค่าแรงขั้นต่ำแตะ 1,500 เยน ภายในทศวรรษ 2563 ซึ่งต้องการอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 7% ต่อปี

ทั้งนี้แนวโน้มการรักษาอัตราการขึ้นค่าแรงในระดับสูงยังเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากแคมเปญภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันเศรษฐกิจโลก โดยสหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้า 15% ต่อสินค้าญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด

ผู้ส่งออกญี่ปุ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มักเป็นตัวตั้งต้นของการเจรจาค่าแรงประจำปี กำลังเผชิญแรงกดดันด้านกำไร โตโยต้าเพิ่งเตือนว่าผลกำไรอาจได้รับผลกระทบถึง 1.4 เยนล้านล้าน จากภาษีของสหรัฐ ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ขนส่งรายงานว่ากำไรขั้นต้นลดลง 29.7% ในไตรมาสเมษายน–มิถุนายน

ธุรกิจผู้รับเหมาช่วงขนาดเล็กที่ใช้แรงงานค่าแรงต่ำก็มีแนวโน้มรับแรงกดดันมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน

แม้ปรับขึ้นสูงสุด แต่ค่าแรงขั้นต่ำของญี่ปุ่นยังต่ำกว่าประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 อื่น ๆ เช่น เยอรมนีและแคนาดาอยู่ที่ราว 2,217 เยน และ 1,906 เยนต่อชั่วโมง ตามลำดับ ขณะที่ฝรั่งเศสกำหนดไว้ที่ 2,055 เยน

ผู้ว่าการโทคุชิมะ มาซาสุมิ โกโตดะ ย้ำว่า ภูมิภาคนี้กำลังเตรียมสร้าง “Battery Valley” เพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูง พร้อมเน้นความจำเป็นในการยกระดับค่าแรงให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...