“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิตปูซาน ปิดดีลข้อตกลงใหม่ ลดภาษี-เลื่อนระบบควบคุมแร่หายาก
"ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ปิดฉากซัมมิตปูซาน ปิดดีลข้อตกลงใหม่ จีนยอมเลื่อนระบบควบคุมแร่หายาก-กลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ แลกกับการลดภาษีศุลกากรและผ่อนคลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยี
วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 10.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ หลังหารือกันราว 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยทั้งสองฝ่ายแสดงความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าที่สั่นคลอนตลาดโลกได้
การประชุมจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย–แปซิฟิก (APEC) โดยผู้นำทั้งสองได้จับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชน ก่อนแยกย้ายหลังเสร็จสิ้นการเจรจา ทรัมป์เตรียมเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ขณะที่สี จิ้นผิงจะเข้าร่วมประชุมต่อในเวที APEC
ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุม ว่า“เราตกลงกันได้ในหลายประเด็นแล้ว และจะตกลงเพิ่มเติมอีกในตอนนี้ ผมเชื่อว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมระยะยาว” ส่วน สี จิ้นผิงกล่าวตอบ ว่า “รู้สึกอบอุ่นใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง และพร้อมจะร่วมมือกันสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ”
สาระสำคัญของการเจรจาเน้นไปที่กรอบข้อตกลงทางการค้าที่เจรจากันมาก่อนหน้านี้ในมาเลเซีย โดยจีนตกลงที่จะชะลอการใช้ระบบควบคุมใบอนุญาตส่งออกแร่หายาก (rare-earths licensing) อย่างน้อยหนึ่งปี กลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ และเพิ่มความร่วมมือในการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเฟนทานิล แลกกับการที่สหรัฐลดภาษีศุลกากรและผ่อนคลายข้อจำกัดทางการค้า
ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดความตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่างสองมหาเศรษฐกิจ ซึ่งดำเนินมากว่า 1 ปี โดยทรัมป์ระบุว่าเขาอาจลดภาษี 20% สำหรับสินค้าจีนที่เกี่ยวข้องกับสารตั้งต้นเฟนทานิล รวมถึงยกเลิกแผนขึ้นภาษี 100% ที่จะมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน และผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญบางประเภท
ในอีกด้านหนึ่ง จีนยินยอมเลื่อนการขยายมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสมาร์ตโฟน ชิป AI และเครื่องยนต์เจ็ต พร้อมกลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ นับเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของทรัมป์ในหมู่เกษตรกรฐานเสียงหลักของเขา
รายงานระบุด้วยว่า สี จิ้นผิง เตรียมอนุมัติการขายกิจการ TikTok สาขาสหรัฐของ ByteDance ให้กับกลุ่มทุนที่จัดตั้งโดยรัฐบาลทรัมป์ และผู้นำสหรัฐยังคาดว่าจะผลักดันให้จีนจำกัดการสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน
แม้การประชุมครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าในระยะสั้น แต่ยังคงไม่สามารถแก้ไขประเด็นเชิงโครงสร้างในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศได้อย่างสมบูรณ์
อ้างอิง : www.bloomberg.com