โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

HMPRO ยังเห็นกำไร Q3/68 จากธุรกิจ “ช่างโฮมโปร” แม้เศรษฐกิจกดดัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 09.00 น.

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,303.57 ล้านบาท ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับแข็งแกร่ง และเดินหน้าขยายธุรกิจบริการจาก "ช่างโฮมโปร" เพื่อกระจายความเสี่ยงและขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง

30 ต.ค. 2568 - บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HMPRO) แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจแม้ต้องเผชิญกับบริบททางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ทั้งจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ภัยธรรมชาติ และความไม่แน่นอนทางการเมือง ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 16,715.77 ล้านบาท ลดลงเพียง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,303.57 ล้านบาท ลดลง 9.6%

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ HMPRO เปิดเผยถึงภาพรวมผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ว่า กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4,409.50 ล้านบาท ลดลง 7.68% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษา อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 26.25%ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนสินค้าและการดำเนินงานที่รอบคอบภายใต้สภาวะตลาดที่ยากลำบาก

นายวีรพันธ์ ยอมรับว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความท้าทายของภาคธุรกิจค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง แต่ HMPRO มุ่งเน้นสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของสินค้าและบริการ โดยเฉพาะการยกระดับบริการจากทีม "ช่างโฮมโปร" ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักการเติบโตของธุรกิจ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำ Total Home Solution ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องบ้าน

กลยุทธ์เชิงรุก ดันรายได้บริการสวนกระแส

แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าหลักจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยตามฤดูกาล แต่ HMPRO สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจเสริมให้เติบโตสวนกระแสได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ :

  • รายได้บริการจาก "ช่างโฮมโปร" : รายได้จากบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาโดยทีมช่างมืออาชีพยังคงเติบโต ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตธุรกิจ
  • รายได้ค่าเช่าพื้นที่ : รายได้ค่าเช่าพื้นที่ในสาขาและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจเพิ่มขึ้นกว่า 2% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ที่มั่นคง

การพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจบริการและค่าเช่าพื้นที่มากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการปรับโมเดลธุรกิจของ HMPRO ให้มีความยืดหยุ่นและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงแม้ในช่วงที่กำลังซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ชะลอตัว

ในไตรมาสที่ผ่านมา โฮมโปรยังคงเดินหน้าขยายฐานธุรกิจเชิงรุก โดยเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โฮมโปร บ่อวิน, แม่สาย, และบางนา-ตราด รวมถึง เมกาโฮม แม่สาย ซึ่งเป็นการเข้าสู่ทำเลศักยภาพสำคัญทั้งในภาคตะวันออกและภาคเหนือ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 บริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 139 แห่ง ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omni-Channel อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว :

  • Quick Commerce : พัฒนาบริการ Quick Commerce ร่วมกับพันธมิตรแพลตฟอร์มจัดส่งชั้นนำ เช่น LINE MAN และ Grab
  • E-commerce Expansion : เปิดร้านค้าทางการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับ "ประสบการณ์ลูกค้า" ผ่านกิจกรรมที่สร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญขององค์กร

กิจกรรมเชิงความยั่งยืน (ESG) เช่น โครงการ “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่ดำเนินการในโฮมโปรและเมกาโฮมทั่วประเทศ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค แต่ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการและคุณภาพของทีมช่างมืออาชีพ

นายวีรพันธ์ กล่าวสรุปถึงแนวโน้มในอนาคตว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2569 คาดว่าจะช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับมา พร้อมกับการปรับกลยุทธ์เชิงรุกในด้านดิจิทัล การบริการ และการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนโฮมโปรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำธุรกิจเรื่องบ้านครบวงจรของภูมิภาค

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...