โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนห้ามบริษัทในประเทศใช้ชิป Nvidia อีกแล้ว ลดพึ่งฮาร์ดแวร์ต่างประเทศ หนุนธุรกิจในบ้าน โต้กลับสหรัฐ

Thairath Money

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 03.45 น.
ภาพไฮไลต์

หน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์สเปซของจีน (Cyberspace Administration of China) สั่งการให้บริษัทในประเทศ รวมถึง Alibaba ระงับการสั่งซื้อชิป Nvidia RTX Pro 6000D ชิปที่สามารถนำไปดัดแปลงเพื่อใช้งานด้าน AI ได้ ตามแผนของรัฐบาลจีนที่ต้องการจะลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์จาก Nvidia และส่งเสริมชิปที่ผลิตในประเทศ และเพื่อโต้ตอบมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ

จากรายงานของ Bloomberg ชี้ว่า มีแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า หน่วยงานของรัฐบาลจีนได้แจ้งบริษัทต่าง ๆ ให้ยุติการทดสอบชิปดังกล่าวและยกเลิกคำสั่งซื้อที่มีอยู่ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าบริษัทหลายแห่งในจีนมีความตั้งใจที่จะสั่งซื้อชิปรุ่นนี้เป็นจำนวนหลายหมื่นชิ้น เนื่องจากชิปที่ Nvidia ออกแบบมาเป็นพิเศษนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของสหรัฐฯ ในการขายชิป AI ขั้นสูงไปยังประเทศจีน

จากการสั่งห้ามในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Nvidia ในตลาดสหรัฐฯ ร่วงลง 2.7%

การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีนในการลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์จาก Nvidia และส่งเสริมชิปที่ผลิตในประเทศ ในขณะเดียวกันจีนก็ได้ท้วงมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่กีดกันบริษัทจีนไม่ให้เข้าถึงชิปและอุปกรณ์การผลิตอื่นจากต่างประเทศ

ด้าน Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้แสดงความผิดหวังต่อข้อจำกัดนี้ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรพร้อมกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า “ผมผิดหวังกับสิ่งที่เห็น แต่สหรัฐฯ และจีนมีวาระที่ใหญ่กว่าที่ต้องจัดการกัน เราจะสามารถให้บริการในตลาดได้ก็ต่อเมื่อประเทศนั้น ๆ ต้องการเรา”

ปัจจุบัน Nvidia เป็นผู้นำในตลาดชิปที่จำเป็นสำหรับการสร้างและใช้งาน AI ของบริษัทใหญ่อย่าง OpenAI และ Meta และบริษัทจีนเองก็ต้องการชิปของ Nvidia อย่างมาก และที่ผ่านมา Nvidia ได้พยายามเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้รัฐบาลทรัมป์ผ่อนปรนมาตรการควบคุมการส่งออกที่กระทบต่อการขายสินค้าไปยังจีน

ข้อจำกัดเรื่องชิปนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2022 มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการทหารของจีนได้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการหลายครั้ง ทำให้ Nvidia ต้องออกแบบชิปรุ่นใหม่ ๆ สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนด

ชิป RTX Pro 6000D ก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้จะไม่ใช่สินค้ารุ่นเรือธง แต่ถูกออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์เวิร์คสเตชันที่ใช้ในงานออกแบบกราฟิกหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ก็สามารถนำไปดัดแปลงใช้ใน Data Center ที่รองรับงาน AI ได้ แม้ประสิทธิภาพจะลดลงบ้าง

นอกจากนี้ Nvidia ยังมีชิปอีกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงาน AI โดยเฉพาะเพื่อขายให้ลูกค้าชาวจีน คือรุ่น H20 และแม้ว่าชิปรุ่นนี้มีประสิทธิภาพต่ำกว่าชิป AI รุ่นท็อปของบริษัท แต่ก็เหมาะกับงาน AI inference (การอนุมานผลของโมเดล AI) แต่แล้วรัฐบาลทรัมป์ได้จำกัดการขายชิป H20 ไปยังจีนเมื่อเดือนเมษายน ก่อนที่จะอนุมัติใบอนุญาตการขายในภายหลัง แลกกับการหักส่วนแบ่งรายได้ 15%

แต่ทันทีที่ Nvidia ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ รัฐบาลจีนก็แสดงท่าทีคัดค้านแทน โดยทางการจีนได้แนะนำให้บริษัทต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 และแม้จะไม่ใช่คำสั่งห้ามเด็ดขาด แต่ก็สร้างผลกระทบในวงกว้าง ส่งผลให้ Nvidia ไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ทันที

Vey-Sern Ling กรรมการผู้จัดการของ Union Bancaire Privee ให้ความเห็นว่า “เห็นได้ชัดว่าจีนต้องการพัฒนา AI ด้วยเทคโนโลยีของตนเองตามความเร็วของตนเอง การยอมเจ็บตอนนี้ดีกว่าการต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่อาจถูกจำกัดได้ทุกเมื่อ”

ปัจจุบัน Huawei คือ ผู้นำในการพัฒนาชิป AI สำหรับตลาดในประเทศ ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ Baidu เองก็กำลังเร่งพัฒนาชิปของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาชิปจากต่างประเทศเช่นกัน

ที่มา: Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนห้ามบริษัทในประเทศใช้ชิป Nvidia อีกแล้ว ลดพึ่งฮาร์ดแวร์ต่างประเทศ หนุนธุรกิจในบ้าน โต้กลับสหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...