โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาประชุมลับ ยกเลิก MOU43,44 จับตาคดี “อิงค์”

INN News

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 09.29 น. • INN News

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้พิจารณาญัตติขอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจเขตแดนไทย- กัมพูชา ทั้ง 2 ฉบับ คือ MOU 43 และ MOU 44 โดยมีมติให้ช่วงอภิปรายเป็นการประชุมลับ เพราะอาจกระทบ กับความมั่นคงได้ ขณะเดียวกัน วันนี้มีหลายฝ่ายออกมาให้สัมภาษณ์ทิศทางการเมือง ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจเขตแดนไทย-กัมพูชา หรือ เอ็มโอยู 43 ,44 โดยมีสมาชิกจากหลายพรรคการเมืองเสนอมาทั้งหมด 5 ญัตติ ซึ่งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานรัฐบาล ชี้แจงว่า ขอให้เป็นการประชุมลับ และจะเปิดโอกาสให้มีการเสนอญัตติและอภิปรายจากผู้เสนอ แต่พอถึงช่วงอภิปรายให้เป็นการประชุมลับ เพื่อป้องกันความมั่นคงของประเทศ

แต่บรรยากาศในห้องประชุมก็มีการถกเถียงว่าเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เลยจุดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ควรอภิปรายแบบเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ทั้งหมด แต่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันคำเดิมว่า ให้เป็นการประชุมลับ

จากนั้น นายไชยยา พรหมมา ประธานการประชุม ได้ใช้ข้อบังคับ ให้ใช้เสียงสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด คือ 123 คน ปรากฏว่า มีผู้รับรองให้ประชุมลับ 196 คน ซึ่งตามข้อบังคับผู้ที่เสนอญัตติ ทั้ง 5 คน จะสามารถเสนอญัตติได้ตามการประชุมปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงสมาชิกอภิปรายก็จะเป็นการประชุมลับ งดการถ่ายทอดออกสู่ภายนอก

ขณะเดียวกัน ที่สภาวันนี้ก็มีความเคลื่อนไหวหลายฝ่ายที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้

เริ่มจาก นายยุทธพร อิสระชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประเมินสถานการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ “50:50” เพราะตัวบทกฎหมายเขียนกว้าง เปิดให้ศาลใช้ดุลพินิจตีความ

ทั้งเรื่อง “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “จริยธรรมร้ายแรง” โดยการวินิจฉัยครั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง คำชี้แจงของนายกฯ การไต่สวนพยาน รวมถึงการประเมินเจตนาและพฤติการณ์ ซึ่งผล
อาจนำไปสู่การพ้นตำแหน่งหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ได้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร หากนายกฯ ได้ไปต่อ ก็ยังเผชิญโจทย์ใหญ่ ทั้งการเมืองที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ สภาล่มบ่อยครั้ง เสี่ยงกระทบเสถียรภาพ และปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องเร่งฟื้นฟูประชาชน ส่วนหากไปต่อไม่ได้ แม้จะมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ ก็ยังต้องเผชิญโจทย์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกฝ่ายได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมครบถ้วนแล้ว ทั้งการชี้แจง การแถลง และการยื่นคำปิดคดี จึงขอให้สังคมติดตามด้วยความสงบ และเคารพคำวินิจฉัย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พร้อมย้ำว่า รัฐบาลทุกชุด ย่อมเผชิญทั้งช่วงที่กระแสนิยมสูงและต่ำ

แต่สิ่งสำคัญ คือการสร้างผลงานและแก้ปัญหาให้ปรากฏเป็นรูปธรรมต่อประชาชน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา พร้อมระบุว่า สถานการณ์คลิปเสียงครั้งนี้เกิดจาก "ความจงใจของผู้มีอำนาจกัมพูชา" ที่ต้องการปั่นป่วนเสถียรภาพการเมืองไทย และอาจหวังล้มรัฐบาล

จึงเป็นโจทย์ใหญ่ ที่สังคมไทยต้องตั้งหลักคิด หากรัฐบาลชุดนี้มีอันเป็นไป อาจเป็นความสำเร็จของอีกฝ่าย และอาจเปิดทางให้อีกฝั่งเดินเกมรุกต่อืดังนั้น ทั้งหมดต้องรอคำวินิจฉัยของศาลฯ และเราต้องเคารพร่วมกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...