โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถนนทุกสายมุ่งปราสาทสายฟ้า 67 ปี 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้มากบารมี 'ลมใต้ปีก' หนุนภูมิใจไทย หนูบินไกลกว่าเดิม?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

บทความในประเทศ

ถนนทุกสายมุ่งปราสาทสายฟ้า

67 ปี ‘เนวิน ชิดชอบ’ ผู้มากบารมี

‘ลมใต้ปีก’ หนุนภูมิใจไทย

หนูบินไกลกว่าเดิม?

ภาพรัฐมนตรี นักการเมืองมากหน้าหลายตา เยือนสนามช้างอารีน่า อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2568 ในโอกาสที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 67 ปี สะท้อนความ “มากบารมี” ณ ปัจจุบันขณะ และอาจเป็นช่วงเวลาที่ “ครูใหญ่” บินสูงกว่าครั้งใดๆ ที่ได้เคยผ่าน

ย้อนบรรยากาศวันงาน นายเนวินขี่รถจักรยานยนต์เวสป้าสีเหลืองเข้ามาบริเวณสถานที่จัดงาน ในเวลา 09.29 น. ก่อนเข้าสักการะพระศิวะที่บริเวณด้านหน้า พร้อมกับบุตรชายและบุตรสาว ได้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ นายชนน์ชนก ชิดชอบ และนายโชติชนก ชิดชอบ

โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น้องชายของนายเนวิน เข้าร่วมงานด้วย

10.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ถึงบริเวณสถานที่จัดงาน โดยทันทีที่พบกับนายเนวิน นายเนวินได้สวมกอดนายอนุทิน ก่อนจะเข้าสู่พิธีปะกำช้าง ซึ่งเป็นพิธีที่ตระกูลชิดชอบได้มีการสืบทอดมายาวนาน หลังจากนั้นบรรดาผู้ร่วมงานได้นำกล้วยน้ำว้ามาป้อนช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล และได้มีพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญเพื่อขอพรจากครูปะกำ

โดยหลังจากที่ครูปะกำได้ผูกข้อมือให้นายเนวินแล้วเสร็จ นายเนวินได้กวักมือเรียกให้นายอนุทินมาผูกข้อมือ เพื่อให้มาเป็นนายกฯ 4 ปี ก่อนที่ทั้งคู่จะโอบกอดกัน และหัวเราะ จากนั้นหมอช้างทั้ง 3 คน ได้เรียงกันผูกข้อมือนายอนุทิน

ซึ่งระหว่างนั้นนายเนวินก็พูดอีกว่า “ผูกให้เป็นนายกฯ 4 ปี ให้ชนะเลือกตั้ง ทำอะไรก็ให้บ้านเมืองสงบสุข” โดยระหว่างที่มีการผูกข้อมือ พบว่านายเนวินประคองมือนายอนุทินให้ปะกำผูกข้อมือตลอดเวลา

ส่วนบรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยคนใกล้ชิดและคนดังหลากหลายวงการ นักการเมือง แกนนำและ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บุตรชายของนายสันติ พร้อมพัฒน์

นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และยังมีรัฐมนตรีคนนอก เช่น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมงานด้วย

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สวมเสื้อบุรีรัมย์เอฟซี ขน ส.ส.ใน “กลุ่ม 16” พรรครวมไทยสร้างชาติเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง เช่น นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และยังกล่าวติดตลกว่า “แหม มากันขนาดนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว”

จากนั้นนายเนวินและคณะได้ขึ้นไปทำพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังบริเวณด้านบนปราสาทหินพนมรุ้งจำลองเป็นการส่วนตัว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ

ทั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่สวมเสื้อสีโทนกรมท่า ทั้งเสื้อด้านหลังสกรีน “ฅนบุรีรัมย์” และ “สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” โดยนายเนวินได้แจ้งงดรับดอกไม้และของขวัญทุกชนิด แต่หากใครประสงค์จะร่วมทำบุญก็ให้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์แทน

ผศ.ดร.วีระ หวังสัจจะโชค อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงทรรศนะในรายการ The Politics ทางช่อง Youtube Matichon TV ว่า พรรคภูมิใจไทยวันนี้คือพรรคสีน้ำเงินที่มีความเข้มแข็ง และนายเนวินพยายามจะวางตัวเองในฐานะที่เป็น “ผู้มีบารมี” จะแตกต่างจากสถานะที่คนเข้าใจนายเนวินแบบเดิมว่าเป็น “หัวหน้ามุ้ง” เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของพรรคภูมิใจไทย หรือเป็นคนที่คอยทำดีลทางการเมือง

แต่ ณ วันนี้ จากสถานการณ์ที่พยายามเอากลุ่มการเมืองหลายๆ กลุ่มเข้าไป “อวยพรวันเกิด” ก็ชัดเจนว่าในวันนี้ นายเนวินพยายามจะเปลี่ยนสถานะของตัวเอง และไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนสถานะของตัวเองนี้ เปลี่ยนเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่อะไรหรือไม่ แต่ ณ จุดนี้เราเห็นแล้วว่ากลุ่มสีน้ำเงินกำลังเฟื่องฟูขึ้นมา

แต่ในความเฟื่องฟูดังกล่าวนี้ เราอาจจะต้องตั้งคำถามว่าเขาเติบโตขึ้นในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองที่จะไปร่วมรัฐบาล หรือเติบโตในฐานะพรรคการเมืองที่จะนำในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ตรงนี้ต่างกัน เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน 4 เดือนครั้งนี้ เอามาใช้วิเคราะห์ใน 4 ปีข้างหน้าหรือหลังเลือกตั้งไม่ได้ เพราะนี่คือสถานการณ์พิเศษที่พรรคภูมิใจไทยมีพรรคประชาชนมาช่วยอุ้มไว้ ถึงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หลังจากนี้น่าสนใจว่าบทบาทของนายเนวินจะช่วยพาพรรคภูมิใจไทยไปได้ไกลขนาดไหน

เราต้องไม่ลืมว่า เคยมีภาพนายเนวิน “ถีบ” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แบบล้อเล่นกัน ซึ่งมันไม่ใช่ภาพที่ดีในเชิงการทำงานทางการเมือง คล้ายกับในอดีตที่มีภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่ไปงานปาร์ตี้ด้วยกัน ภาพลักษณะคล้ายแบบนี้ ในทางการเมืองสามารถถูกนำมาใช้ทำลายความเชื่อใจ หรือทำลายความเป็นผู้นำของนักการเมืองได้

ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดีว่า ถ้านายเนวินมีบารมีมาก จะไปกลบแสงดวงอาทิตย์ของนายอนุทินหรือไม่

ผศ.ดร.วีระบอกว่า ถ้าให้ประเมินในตอนนี้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปได้ไกลขนาดไหนในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยน่าจะยังเป็นพรรคที่พร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาล มากกว่าที่จะเป็นพรรคนำในการตั้งรัฐบาล

ถามว่าทำไม

เราคิดง่ายๆ ว่าพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลหรือเป็นพรรคนำได้ ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Mandated จากคนกรุงเทพฯ หรือฉันทมติจากคนกรุงเทพฯ นี่คือปัญหาของการเมืองไทยมาโดยตลอด แต่ภาพของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้รับการยอมรับจากคนกรุงเทพฯ เลย

ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อน้อยมากในกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่มีกลุ่มการเมืองในกรุงเทพฯ ไปช่วยหลายกลุ่ม เพราะฉะนั้น พรรคภูมิใจไทยจะเปลี่ยนตัวเองอย่างไรถ้าอยากจะเป็นพรรคนำในการจัดตั้งรัฐบาล

เราเริ่มเห็นภาพการไปทำงานร่วมกับเทคโนแครต สร้างภาพลักษณ์เพื่อเอาใจสื่อหลัก และสื่อหลักก็สะท้อนภาพมุมมองคนกรุงเทพฯ มันไม่ใช่มุมมองของคนทั้งประเทศเวลาคนไปเฮโลชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่มันคือ Mandated ที่บอกว่า คนกรุงเทพฯ อย่างน้อยที่สุดยอมรับรัฐบาลอนุทินครั้งนี้แล้ว

ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เวลาคนจะไปเลือกตั้ง เขามี 3 วิธีการในการที่คนจะไปตัดสินใจ

วิธีการแรกเขาเลือกจากผลงานในอดีต ที่เรียกว่า Retrospective Voting นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยต้องการใช้เวลา 4 เดือนนี้ทำให้ชัดเจนมากที่สุด ผ่านนโยบายลด แลก แจก แถม ต่างๆ เช่น นโยบายคนละครึ่งพลัส

วิธีการที่สอง คือ Prospective Voting การทำให้คนมองเห็นว่าพรรคการเมืองมี “ชุดนโยบาย” หรือ “ชุดอุดมการณ์” ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่มี

วิธีการที่สาม คือ Pocketbook Voting การโหวตโดยคนที่ไปเลือกคือประชาชน เขารู้สึกว่าเขามีเงินในกระเป๋ามากขึ้นหรือไม่จากการไปเลือกพรรคการเมืองนี้ ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยเก่งมากในการที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ หรืออำนาจที่มีอยู่ในการเป็นรัฐบาลชุดนี้ เข้าไปจัดสรรทรัพยากรและใช้ช่วงเวลา 4 เดือนนี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

แต่ผมมองว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะยังไม่ถึงจุดที่พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรืออย่างน้อยที่สุด การจัดวางบทบาทของนายเนวินสำคัญมากว่าจะทำอย่างไร ถ้านายเนวินมีบทบาทมาก จะเหลือพื้นที่แบบไหนให้นายอนุทินเล่น การจัดสรรความสัมพันธ์ทางอำนาจตรงนี้ลำบากเหมือนกัน

แม้เนวิน ชิดชอบ จะประกาศ “เลิกเล่นการเมือง” ตั้งแต่ครบรอบวันเกิด 54 ปี 4 ตุลาคม พ.ศ.2555 แต่กล่าวได้ว่าจนถึงขณะนี้ เขายังคงเป็น “ผู้มีบารมี” นอก (?) วงการเมือง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถนนทุกสายมุ่งปราสาทสายฟ้า 67 ปี ‘เนวิน ชิดชอบ’ ผู้มากบารมี ‘ลมใต้ปีก’ หนุนภูมิใจไทย หนูบินไกลกว่าเดิม?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...