โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจอัดโปรปลุก ‘เทศกาลเจ’ ‘เศรษฐกิจ-ภาษีสังคม’ กดดันกำลังซื้อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 04.15 น.

เทศกาลกินเจปี’68 ไม่คึกคัก ! ชี้ปัจจัยลบรอบทิศ “เศรษฐกิจ-ต้นทุน-ภาษีสังคม” ทุบกำลังซื้อ นายก ส.ภัตตาคารไทยชี้ราคาวัตถุดิบพุ่งดันอาหารเจแพงขึ้น ม.หอการค้าไทยคาดปีนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียน 4.5 หมื่นล้าน โตแค่ 2% ค้าปลีก “เดอะมอลล์-เซ็นทรัล-โก โฮลเซลล์” ขนทัพสินค้าเจลดราคา 50% “แลคตาซอย-ไวตามิ้ลค์” ลุยชิงโชค “ภูเก็ต-สงขลา” คาดเงินสะพัดท่องเที่ยว 2 จังหวัด 4 พันล้าน

นางสาวฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจประจำปี 2568 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคมนี้ อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ เนื่องจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาพืชผักหลายชนิดที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมันปาล์มที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาหารเจ

เศรษฐกิจไม่เอื้อ-ใช้จ่ายไม่คึกคัก

โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหารสูงขึ้น และอาจทำให้ราคาอาหารเจโดยรวมปรับตัวสูงตามไปด้วย ขณะเดียวกันในฝั่งผู้บริโภค ภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลทอดกฐิน ซึ่งถือเป็นภาษีสังคมที่ประชาชนจำนวนมากจะมีรายจ่ายต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้กำลังซื้อที่จะนำมาใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจลดลงไปด้วย

“แม้ว่ากระแสรักสุขภาพจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการกินเจมากขึ้น รวมถึงยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีศรัทธาและยึดมั่นในการถือศีลกินเจเป็นประจำทุกปี แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมเศรษฐกิจแล้ว ปัจจัยดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักขึ้นมาได้” นางสาวฐนิวรรณกล่าวและว่า

ดังนั้น จึงประเมินว่าเทศกาลกินเจปีนี้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างที่คาดหวัง เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และเผชิญกับภาวะค่าครองชีพและต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น

ม.หอการค้าฯคาดเม็ดเงินโตแค่ 2%

สอดคล้องกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 ว่า คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงเทศกาลกินเจปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 45,900 ล้านบาท

พร้อมระบุว่า ตัวเลขนี้เป็นมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้นเพียง 2% จากปี 2567 สะท้อนว่าประชาชนยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

โดยจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 1,272 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 66% ไม่ได้ถือศีลกินเจ เนื่องจากไม่มีเชื้อสายจีน 26% อาหารเจมีราคาสูง 23% สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย 18% ส่วนเหตุผลหลักของผู้ที่กินเจ ได้แก่ ตั้งใจทำบุญ 19.8% กินเฉพาะช่วงเทศกาล 15.9% มีกินฟรีที่โรงเจ 14.7%

“เดอะมอลล์” จัดอีเวนต์หนุน

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ตามข้อมูลจาก Global Data ตลาดอาหาร Plant-based ทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 11% จนถึงปี 2573

ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยหันมาบริโภคอาหารเจเพิ่มขึ้นกว่า 15% ของประชากรทั้งประเทศ และยอดขายในช่วงเทศกาลเติบโตต่อเนื่องถึง 30-40% ทุกปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการกินเจได้กลายเป็นเทรนด์แห่งสุขภาพและความยั่งยืน

ด้านนายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เพื่อต่อยอดโมเมนตัมนี้บริษัทจึงเพิ่มไฮไลต์สำคัญด้วยอีเวนต์เปิดตัว “TOFU VILLAGE” ครั้งแรกในประเทศไทย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ภายใต้แนวคิด “จากทรงวาดสู่บางกะปิ” รวมเมนูและสินค้าจากเต้าหู้กว่า 800 รายการ อาทิ TOFU BAR ไอศกรีมเจลาโต้บาร์จาก AZABU SABO แบรนด์ไอศกรีมพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น ฯลฯ

พร้อมร่วมกับกรมการภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าเจคุณภาพในราคาประหยัด และลดภาระค่าครองชีพในช่วงเทศกาลกินเจ ลดราคาสินค้าสูงสุด 50% กว่า 200 รายการ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะผลักดันให้ยอดขายของกูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ในช่วงเทศกาลกินเจนี้เติบโตประมาณ 7%

“เซ็นทรัล-โกโฮลเซลล์” ลด 50%

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในด้านท็อปส์ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้จัดโปรโมชั่นเอาใจผู้รับประทานเจและสายสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้-28 ตุลาคม 2568 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์เดลี่ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โดยมีไฮไลต์เป็น Salad Bar Buffet : ตักไม่อั้น เต็มกล่อง ในราคาเพียง 108 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 ตุลาคม พร้อมสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ เมนูเจสูตรพิเศษ ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น จาก VERY VERY และ My Choice ได้แก่ ผัดหมี่จักรพรรดิเจ, ข้าวไรซ์เบอร์รี่อบเผือกเจ, สปาเก็ตตี้ขี้เมาเจ, ข้าวต้มทรงเครื่องเจ ฯลฯ

เช่นเดียวกับโก โฮลเซลล์ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารในเครือเซ็นทรัลฯ ที่ผนึกกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขนทัพสินค้าเทศกาลกินเจจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% ภายใต้แคมเปญ “เทศกาลเจ อิ่มบุญ สุขใจ วัตถุดิบครบ ราคาคุ้ม” หวังตอบโจทย์สถานการณ์ราคาวัตถุดิบพุ่งสูงของผู้ประกอบการ และสภาพกำลังซื้อของผู้บริโภค

“แลคตาซอย-ไวตามิ้ลค์” ลุยชิงโชค

ด้านแบรนด์สินค้านั้นพบว่า แลคตาซอยหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองรายใหญ่ จัดแคมเปญ “เจ ของ เจน ฉัน” ประกวดรูปหรือคลิปสไตล์การกินเจที่มีแลคตาซอยสูตรเจ (รสไฮแคลเซียม และรสงาดำ) ตามกติกาที่กำหนดลุ้นรับรางวัล Smart Watch Xiaomi Mi Brand จำนวน 9 รางวัล ระหว่าง 21-29 ต.ค. 2568

ขณะที่ไวตามิ้ลค์ จัดแคมเปญลุ้นโชคทริปเสริมบุญ ไหว้พระ 9 วัดที่ฮ่องกง ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน จำนวน 9 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มูลค่ารวม 450,000 บาท รวมถึงผนึกคาเฟ อเมซอน ทำแคมเปญเมนูคู่เจ พร้อม Go! โปรโมตนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์สูตรเจ คู่กับเบเกอรี่เจของคาเฟ อเมซอน ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ยังมีขวดไวตามิ้ลค์ ทูโก สูตรเจ ลายใหม่เน้นชูปริมาณโปรตีน 10 กรัม รับกระแสไฮโปรตีนอีกด้วย

“ภูเก็ต-สงขลา” รายได้ท่องเที่ยว 4 พันล้าน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลกินเจนี้ (ระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568) พื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลกินเจเป็นประจำทุกปี และมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 382,710 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวราว 4,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา

โดยจังหวัดภูเก็ตคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 189,239 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 43% มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 81% ส่วนจังหวัดสงขลาคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 184,471 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 15% และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%

ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลกินเจ 2568 มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท. และพันธมิตร ตลอดทั้ง 10 วัน และ 2.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง โดยพบว่า ช่วงวันที่ 20-29 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ จองโรงแรม/ที่พักจังหวัดภูเก็ต จำนวน 221 สิทธิ และสงขลา จำนวน 107 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2568)

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในช่วงเทศกาลกินเจทั้ง 2 จังหวัดนั้น คาดว่าร้อยละ 82 ยังคงเป็นตลาดระยะใกล้ โดยอันดับ 1.คือ มาเลเซีย ตามด้วย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตามลำดับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจอัดโปรปลุก ‘เทศกาลเจ’ ‘เศรษฐกิจ-ภาษีสังคม’ กดดันกำลังซื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...