ธุรกิจอัดโปรปลุก ‘เทศกาลเจ’ ‘เศรษฐกิจ-ภาษีสังคม’ กดดันกำลังซื้อ
เทศกาลกินเจปี’68 ไม่คึกคัก ! ชี้ปัจจัยลบรอบทิศ “เศรษฐกิจ-ต้นทุน-ภาษีสังคม” ทุบกำลังซื้อ นายก ส.ภัตตาคารไทยชี้ราคาวัตถุดิบพุ่งดันอาหารเจแพงขึ้น ม.หอการค้าไทยคาดปีนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียน 4.5 หมื่นล้าน โตแค่ 2% ค้าปลีก “เดอะมอลล์-เซ็นทรัล-โก โฮลเซลล์” ขนทัพสินค้าเจลดราคา 50% “แลคตาซอย-ไวตามิ้ลค์” ลุยชิงโชค “ภูเก็ต-สงขลา” คาดเงินสะพัดท่องเที่ยว 2 จังหวัด 4 พันล้าน
นางสาวฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจประจำปี 2568 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคมนี้ อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ เนื่องจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาพืชผักหลายชนิดที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมันปาล์มที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาหารเจ
เศรษฐกิจไม่เอื้อ-ใช้จ่ายไม่คึกคัก
โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหารสูงขึ้น และอาจทำให้ราคาอาหารเจโดยรวมปรับตัวสูงตามไปด้วย ขณะเดียวกันในฝั่งผู้บริโภค ภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลทอดกฐิน ซึ่งถือเป็นภาษีสังคมที่ประชาชนจำนวนมากจะมีรายจ่ายต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้กำลังซื้อที่จะนำมาใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจลดลงไปด้วย
“แม้ว่ากระแสรักสุขภาพจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการกินเจมากขึ้น รวมถึงยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีศรัทธาและยึดมั่นในการถือศีลกินเจเป็นประจำทุกปี แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมเศรษฐกิจแล้ว ปัจจัยดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักขึ้นมาได้” นางสาวฐนิวรรณกล่าวและว่า
ดังนั้น จึงประเมินว่าเทศกาลกินเจปีนี้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างที่คาดหวัง เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และเผชิญกับภาวะค่าครองชีพและต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น
ม.หอการค้าฯคาดเม็ดเงินโตแค่ 2%
สอดคล้องกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 ว่า คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงเทศกาลกินเจปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 45,900 ล้านบาท
พร้อมระบุว่า ตัวเลขนี้เป็นมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้นเพียง 2% จากปี 2567 สะท้อนว่าประชาชนยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
โดยจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 1,272 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 66% ไม่ได้ถือศีลกินเจ เนื่องจากไม่มีเชื้อสายจีน 26% อาหารเจมีราคาสูง 23% สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย 18% ส่วนเหตุผลหลักของผู้ที่กินเจ ได้แก่ ตั้งใจทำบุญ 19.8% กินเฉพาะช่วงเทศกาล 15.9% มีกินฟรีที่โรงเจ 14.7%
“เดอะมอลล์” จัดอีเวนต์หนุน
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ตามข้อมูลจาก Global Data ตลาดอาหาร Plant-based ทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 11% จนถึงปี 2573
ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยหันมาบริโภคอาหารเจเพิ่มขึ้นกว่า 15% ของประชากรทั้งประเทศ และยอดขายในช่วงเทศกาลเติบโตต่อเนื่องถึง 30-40% ทุกปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการกินเจได้กลายเป็นเทรนด์แห่งสุขภาพและความยั่งยืน
ด้านนายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เพื่อต่อยอดโมเมนตัมนี้บริษัทจึงเพิ่มไฮไลต์สำคัญด้วยอีเวนต์เปิดตัว “TOFU VILLAGE” ครั้งแรกในประเทศไทย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ภายใต้แนวคิด “จากทรงวาดสู่บางกะปิ” รวมเมนูและสินค้าจากเต้าหู้กว่า 800 รายการ อาทิ TOFU BAR ไอศกรีมเจลาโต้บาร์จาก AZABU SABO แบรนด์ไอศกรีมพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น ฯลฯ
พร้อมร่วมกับกรมการภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าเจคุณภาพในราคาประหยัด และลดภาระค่าครองชีพในช่วงเทศกาลกินเจ ลดราคาสินค้าสูงสุด 50% กว่า 200 รายการ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะผลักดันให้ยอดขายของกูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ในช่วงเทศกาลกินเจนี้เติบโตประมาณ 7%
“เซ็นทรัล-โกโฮลเซลล์” ลด 50%
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในด้านท็อปส์ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้จัดโปรโมชั่นเอาใจผู้รับประทานเจและสายสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้-28 ตุลาคม 2568 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์เดลี่ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โดยมีไฮไลต์เป็น Salad Bar Buffet : ตักไม่อั้น เต็มกล่อง ในราคาเพียง 108 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 ตุลาคม พร้อมสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ เมนูเจสูตรพิเศษ ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น จาก VERY VERY และ My Choice ได้แก่ ผัดหมี่จักรพรรดิเจ, ข้าวไรซ์เบอร์รี่อบเผือกเจ, สปาเก็ตตี้ขี้เมาเจ, ข้าวต้มทรงเครื่องเจ ฯลฯ
เช่นเดียวกับโก โฮลเซลล์ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารในเครือเซ็นทรัลฯ ที่ผนึกกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขนทัพสินค้าเทศกาลกินเจจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% ภายใต้แคมเปญ “เทศกาลเจ อิ่มบุญ สุขใจ วัตถุดิบครบ ราคาคุ้ม” หวังตอบโจทย์สถานการณ์ราคาวัตถุดิบพุ่งสูงของผู้ประกอบการ และสภาพกำลังซื้อของผู้บริโภค
“แลคตาซอย-ไวตามิ้ลค์” ลุยชิงโชค
ด้านแบรนด์สินค้านั้นพบว่า แลคตาซอยหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองรายใหญ่ จัดแคมเปญ “เจ ของ เจน ฉัน” ประกวดรูปหรือคลิปสไตล์การกินเจที่มีแลคตาซอยสูตรเจ (รสไฮแคลเซียม และรสงาดำ) ตามกติกาที่กำหนดลุ้นรับรางวัล Smart Watch Xiaomi Mi Brand จำนวน 9 รางวัล ระหว่าง 21-29 ต.ค. 2568
ขณะที่ไวตามิ้ลค์ จัดแคมเปญลุ้นโชคทริปเสริมบุญ ไหว้พระ 9 วัดที่ฮ่องกง ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน จำนวน 9 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มูลค่ารวม 450,000 บาท รวมถึงผนึกคาเฟ อเมซอน ทำแคมเปญเมนูคู่เจ พร้อม Go! โปรโมตนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์สูตรเจ คู่กับเบเกอรี่เจของคาเฟ อเมซอน ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ยังมีขวดไวตามิ้ลค์ ทูโก สูตรเจ ลายใหม่เน้นชูปริมาณโปรตีน 10 กรัม รับกระแสไฮโปรตีนอีกด้วย
“ภูเก็ต-สงขลา” รายได้ท่องเที่ยว 4 พันล้าน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลกินเจนี้ (ระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568) พื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลกินเจเป็นประจำทุกปี และมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 382,710 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวราว 4,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา
โดยจังหวัดภูเก็ตคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 189,239 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 43% มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 81% ส่วนจังหวัดสงขลาคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 184,471 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 15% และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลกินเจ 2568 มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท. และพันธมิตร ตลอดทั้ง 10 วัน และ 2.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง โดยพบว่า ช่วงวันที่ 20-29 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ จองโรงแรม/ที่พักจังหวัดภูเก็ต จำนวน 221 สิทธิ และสงขลา จำนวน 107 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2568)
นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในช่วงเทศกาลกินเจทั้ง 2 จังหวัดนั้น คาดว่าร้อยละ 82 ยังคงเป็นตลาดระยะใกล้ โดยอันดับ 1.คือ มาเลเซีย ตามด้วย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตามลำดับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจอัดโปรปลุก ‘เทศกาลเจ’ ‘เศรษฐกิจ-ภาษีสังคม’ กดดันกำลังซื้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net