โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สตาร์บัคส์” ทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ ปิด 500 สาขาในอเมริกาเหนือ-เลิกจ้างพนักงาน 900 คน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 03.59 น.

"สตาร์บัคส์" เดินหน้าแผน “Back to Starbucks” ประกาศปิดร้านกาแฟสุทธิราว 500 สาขา และเลิกจ้างพนักงานนอกสาขา 900 คนในสหรัฐ พลิกฟื้นยอดขายที่ร่วงต่อเนื่อง

วันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 23.34 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าแผนปรับโครงสร้างมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการปิดร้านกาแฟบางแห่งในอเมริกาเหนือ และเลิกจ้างพนักงานเพิ่มเติม ภายใต้แผน “Back to Starbucks” ที่นำโดยซีอีโอ ไบรอัน นิคโคล (Brian Niccol)

ในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) บริษัทระบุว่าจำนวนร้านที่บริษัทบริหารเองในอเมริกาเหนือจะลดลงราว 1% ในปีงบประมาณ 2568 หรือคิดเป็นการปิดสุทธิประมาณ 500 สาขา ตามการประเมินของ TD Cowen ขณะเดียวกันจะมีการเลิกจ้างพนักงานนอกสาขาประมาณ 900 คนในวันศุกร์นี้

สตาร์บัคส์คาดว่า 90% ของค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ จะมาจากธุรกิจในอเมริกาเหนือ โดยบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายการเลิกจ้างราว 150 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการปิดร้านอีกราว 850 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะรับรู้ในปีงบประมาณ 2568

บริษัทตั้งเป้าว่าจะปิดปีงบประมาณนี้ด้วยจำนวนร้านในอเมริกาเหนือ รวมทั้งร้านที่บริษัทบริหารเองและร้านแฟรนไชส์ ราว 18,300 สาขา ก่อนที่จะกลับมาเริ่มขยายสาขาอีกครั้งในปีงบประมาณ 2569

สตาร์บัคส์ ระบุในเอกสารว่าบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ “ใกล้ชิดกับร้านกาแฟและลูกค้ามากขึ้น” เพื่อพลิกฟื้นยอดขายในตลาดหลัก หลังยอดขายสาขาเดิม (same-store sales) ลดลงต่อเนื่อง 6 ไตรมาสติดต่อกัน จากการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่าย

นี่ถือเป็นรอบการเลิกจ้างครั้งที่สองในยุคนิคโคล หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการปลดพนักงานองค์กรไปแล้ว 1,100 คนเมื่อต้นปี โดยสิ้นปี 2567 สตาร์บัคส์มีพนักงานนอกสาขาราว 16,000 คน

นิคโคลระบุว่า “การปรับครั้งนี้คือการตอกย้ำสิ่งที่เรามองว่าได้ผล และจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรให้เหมาะสม …เชื่อว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้สตาร์บัคส์แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสมากขึ้นให้กับพนักงาน พันธมิตร และชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่”

ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม บริษัทได้ประกาศลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้านมาตรฐานแรงงานและการดำเนินงาน ภายใต้โครงการ “Green Apron Service” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนด้านแรงงานในร้านที่บริษัทบริหารเองในปีถัดไป

ในการสัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อต้นเดือน นิคโคลกล่าวว่า“ผมหวังว่าเราจะเดินหน้าไปสู่การเป็นบริษัทที่ให้บริการลูกค้าที่ดีที่สุดในโลก และเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากที่สุดในโลก”

ในข้อความถึงพนักงานเมื่อวันพฤหัสบดีนิคโคลระบุว่า บริษัทได้ทบทวนและระบุร้านที่ไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าและพนักงานคาดหวัง หรือร้านที่ไม่เห็นเส้นทางไปสู่ความสำเร็จทางการเงิน โดยนักวิเคราะห์จาก TD Cowen มองว่าจำนวนร้านที่จะปิดนั้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ผู้บริหารสตาร์บัคส์เคยระบุว่า ปีนี้บริษัทจะชะลอการเปิดร้านใหม่ เพื่อมุ่งเน้นการปรับปรุงร้านเดิมให้น่าใช้บริการมากขึ้น กลับไปสู่แนวคิดการเป็น “Third Place” หรือสถานที่แห่งที่สามสำหรับผู้บริโภค นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน

สำหรับบาริสตาที่ทำงานในร้านที่จะปิด บริษัทจะพิจารณาโยกย้ายไปยังสาขาใกล้เคียง หรือในบางกรณีจะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้าง สหภาพแรงงาน Starbucks Workers United ซึ่งเป็นตัวแทนบาริสตา 12,000 คน ในกว่า 650 สาขา ระบุว่า จะยื่นคำขอเจรจาอย่างเป็นทางการกับบริษัทเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบสามารถโยกย้ายไปยังร้านอื่นตามความต้องการ

หลังการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ราคาหุ้นสตาร์บัคส์ปรับลงเล็กน้อยไม่ถึง 1% ในช่วงบ่าย ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นร่วงลงแล้วกว่า 8%

นอกจากการมุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้าแล้ว นิคโคลยังได้ดำเนินมาตรการอื่น ๆ เช่น การบังคับให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงานสัปดาห์ละ 4 วัน เริ่มตั้งแต่เดือนหน้า รวมถึงการแต่งตั้งทีมผู้บริหารใหม่ ได้แก่ แคธี่ สมิธ (Cathy Smith) เป็นซีเอฟโอ, เทรสซี ลีเบอร์แมน (Tressie Lieberman) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ระดับโลก และไมค์ แกรมส์ (Mike Grams) เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งทั้งลีเบอร์แมนและแกรมส์เคยทำงานร่วมกับนิคโคลที่ Chipotle และ Yum Brands มาก่อน

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...