โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปอนด์ กฤษดา – พิง“ เคลียร์ดราม่า”บุปผาราตรี“ งัดหลักฐานลิขสิทธิ์โชว์สื่อ

INN News

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 09.53 น. • INN News

“ปอนด์ กฤษดา - พิง“ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเคลียร์ดราม่าหนัง ”บุปผาราตรี“ งัดหลักฐานลิขสิทธิ์โชว์สื่อ วอนอย่างให้มาคุยกัน รับมีฟ้องกลับทำให้เสียหาย

ตกเป็นประเด็นท่ามกลางกระแสความสนใจสำหรับกรณีภาพยนต์เรื่องที่ 2 ของบริษัท BeOnCloud ต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐานออกมาชี้แจงเรื่องลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ บุปผาราตรี ทั้ง “ต้อม ยุทธเลิศ“ - ”พิง ลำพระเพลิง“ - ”ปอนด์ กฤษดา“ ที่ฟาดกันฉ่ำ ล่าสุดทางด้าน ”ปอนด์ กฤษดา“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ และ ”พิง ลำพระเพลิง“ ผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมทนายความ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง เรื่องราวดราม่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ปอนด์ : ”ชื่อบุปผาราตรีมาลี รัตติกาล ซึ่งเป็นของ “พี่พิง”ทำกับบริษัทหนึ่ง และเขาได้เข้ามาคุยกับตน ซึ่งเขาบอกอยากได้ ”เจษ เจษฎ์พิพัฒ“ ไปร่วมงานด้วย และ“เจษ” เขาอยู่ภายใต้สังกัดตน และเรารู้สึกอยากทำเรื่องนี้ ซึ่งตนก็นัดคุยกับทีมงาน“พี่พิง“ เพื่อร่วมลงทุนด้วย จะบอกว่าเป็นเรื่องราวที่ ”พี่พิง“ เขียนขึ้นมา และบทร่างแรก ที่เห็นสัญญาตัวแรกมีบริษัทเรา และบริษัทพี่ต้อม ผู้ถือลิขสิทธิ์ ”บุปผาราตรี“

พิง : “ผมไปเดินที่ออสก้าอพาร์ทเม้นท์ อยากเห็นหนังผีถ่ายที่นี้ เลยนึกในใจเพื่อนเคยทำหนังผี ก็เลยโทรหาเพื่อนอยากทำหนังผีที่ออสก้าอพาร์ทเม้นท์ เลยจะขอซื้อชื่อลิขสิทธิ์เรื่องบุปผาราตรี เพื่อก็บอกเอาสิ ซึ่งเขาก็เปิดค่าลิขสิทธิ์มา ขอไม่พูดราคาตรงนี้ แต่ตนบอกเขาว่าไม่มีตังค์ขนาดนั้น และตกลงกันอยู่ที่ 1,200,000 บาท มีสิทธิ์ใช้สองปี มียืนยันเอกสารครบถ้วน ส่วนใครเข้าใจว่าผมใช้ชื่อของเพื่อนมาฟรีๆ ให้เข้าใจตรงนี้ว่าผมซื้อมาถูกต้องกฎหมาย สัญญาฉบับแรกมาเสร็จเรียบร้อย แต่ทีนี้ประเด็นคือทำไปทำมาเงินไม่พอบอกเพื่อนว่าจะไปคุยกับ ”BeOnCloud“ ซึ่งตนมีหลักฐานในการคุยโดยเป็นแมสเสจ ผมก็ส่งสัญญาณเอกสารไปให้ดูนะ เพื่อแก้สัญญา จึงมีฉบับสัญญาที่2 มีหลักฐานการเซ็นกลับมา ซึ่งมีการเซ็นรับทราบทุกหน้า หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการมาเจอกับ “พี่ปอนด์” นี่แหละ“

ปอนด์ ”จริงๆชื่อแรก ”บุปผาราตี มาลี รัตติกาล“ ความเกี่ยวเนื่องกับ “บุปผาราตรี ภาคแรก” ผมเป็นคนตัดสินใจเองว่าไม่อยากจะใช้บทที่มีความเกี่ยวเนื่องกับบุปผาราตรีภาคแรกคือตอนนั้นน่ะไม่มีความกังวลใจจะมีปัญหากับที่ ”พี่ต้อม“ เลย เราแค่บริสุทธิ์ใจที่เชื่อว่าอะไรที่ดีอยู่แล้วเราไว้ตรงนั้นดีกว่า ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ ตนชื่นชอบมาก ไม่อยากไปแตะต้องพอมันดีอยู่แล้ว คือใช้เวลานานมากกับการทำใหม่ซึ่งเราได้คุยกับ “พี่พิง” กันเยอะมากกับบทใหม่ซึ่ง ”พี่พิง“ ก็อยู่ในทุก กระบวนการทำงาน“

พิง : ”พอเปลี่ยนบทมันไปไกลมาก ซึ่งงบบานไปถึง 70 ล้าน ไปไกลมาก ยิ่งถ่ายยิ่งราคาไปไกลเพราะเราได้ตัวท็อปของประเทศมาเล่น“

ปอนด์ : ”จริงๆงบมันเกินไปไม่ใช่ความผิดของพี่พิงแต่ด้วยโปรดักชั่นและอื่นๆ นักแสดง5ดารา เพราะฉะนั้นการที่ทุ่มเทแรงไปแล้วมันเป็นเพราะความเชื่อมั่นของโปรดักชั่น เราไม่เคยเอาชื่อไปขายว่าเป็นภาคต่อ นักแสดงทั้งหมดมีความสุขทั้งในกองและปิดกล้องไปด้วยกัน ที่ออกมาแถลงข่าว เพราะไปไหนมีแต่คนบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะซึ่งมันไม่ตรงกับสิ่งที่เราตั้งใจทำเรื่องนี้ โดยทางด้านครอบครัวตนพอเห็นข่าวเครียดว่าบริษัท BeOnCloud จะโดนฟ้องร้อยล้าน เลยต้องออกมาพูด

ทนาย “เรามีการแก้ไขสัญญาโดยทางบริษัทก็ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์มีการทำสัญญาขึ้นมาสองฉบับ โดยมี “พี่พิง” และ“พี่ปอนด์” เป็นผูักำกับ ซึ่งบริษัท ก็ปฏิบัติตามทุกสัญญา เมื่อเราไม่ผิดสัญญาเขาก็ไม่มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย100ล้านบาท“

ปอนด์ : ”ยืนยันไม่มีทางไปขโมยผลงานของใคร คำว่าบุปผาราตรี มองว่ามีสิทธิ์นำไปใช้ และอีกหนึ่งเชื่อว่าถ้าเข้าโรงหนัง ทุกคนต้องนึกถึงสมัยนั้นว่ามีบุปผาราตรี ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้ เห็น “พี่ต้อม” โพสต์ก็ตกใจมากไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโพสต์แบบนั้น ซึ่งตัวเองก็พยายามพูดคุย ผมมั่นใจว่าผมเป็นคนพูดตรงและโคตรมีคุณธรรม พยายามติดต่อไปแต่เขาบอกว่าไม่ว่างจะติดต่อกลับมา พอช่วงเย็นมีการโพสต์สัญญาที่ยกเลิก และมีการสัมภาษณ์สื่อออกมาอย่างต่อเนื่อง“

พิง : “22 สิงหาคมชื่อเพื่อนผมโทรเข้ามา ซึ่งเราก็อธิบายเพื่อนให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้ปลดชื่อกูออก ซึ่งเราก็บอกเพื่อนว่าใจเย็นๆนะคุยกันดีๆ เชื่อว่าเพื่อนได้ข้อมูลผิดๆมาและมั่นใจว่าเขาเป็นห่วงเรา ซึ่งมีทวิตหนึ่งด่าว่าผู้กำกับเลว มองว่าอันนี้ไปไกลมาก”

ปอนด์ : “ความถูกต้องและความตรง แต่ตอนเนี่ยมันคือรู้สึก ไม่อยากให้คนรู้สึกไม่ดีเพราะทำตรงนี้เพื่อความบันเทิง”

พิง : “ไม่รู้ว่าเรื่องราวมันมาไกลได้อย่างไร แต่ตนเชื่อว่าที่เพื่อนทำ เพราะเขาเป็นห่วง ต่อไปนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องหลักฐานและกฎหมาย”

ทนาย : “ อย่างที่บอกบริษัท ”BeOnCloud“ เขาไม่ได้ละเมิดทุกข้อสัญญาที่ให้ใช้ลิขสิทธิ์ เมื่อมีหลายโพสต์ส่งผลให้ชื่อเสียงบริษัท ในการทำงานต่างๆ เราจึงจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องคดีซึ่งเราก็ฟ้องไปแล้วส่วนคดีเป็นเรื่องของศาล“

ปอนด์ : ”สิ่งที่ฟ้องไม่ใช่เพื่อจะเรียกร้องเงินมาชดเชยค่าหนังของตนแต่ที่ฟ้อง เพื่อจะบอกว่าเราพูดความจริงเพื่อปกป้องความจริงที่เกิดขึ้นแน่นอน และกฎหมายมันใช้เวลานานแต่สังคมต้องรู้ว่าความตั้งใจของเรา”

ปอนด์ : “แอดเค้าท์ผู้กำกับเลวนี้ได้นำสิ่งนี้มาโพสต์ในโซเชียลมีเดียและทำให้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหลายด้านและมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติทำงานศิลปะใจร้ายเกินไปและรับไม่ได้เพราะมีการเหยียดเพศสภาพสำหรับตัวผมไม่เดือดร้อนหรอกจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่อยากให้เอาภาพนักแสดงที่เขาตั้งใจทำการแสดงอย่างดี ไม่ควรเอาเรื่องแบบนี้มาว่า คุณใช้วิธีที่นี้ไม่เหมาะสม ส่วนเรื่องไหนที่ติดค้างใจกันมาคุยกันดีกว่า“

สำหรับตัวตนพร้อมพูดคุยแต่ขออย่างเดียวอย่าใช้อารมณ์ ขอเริ่มคุยโดยไม่มีอคติ เพราะตนไม่เคยมีปัญหา กัน เราพร้อมคุยกัน วันนึงเราอาจจะเป็นคนที่ทำหนังด้วยกันก็ได้คือผมพร้อมอยู่แล้ว ผมยังรักวงการนี้อยู่อย่างมาก”

ปอนด์ “ส่วนชื่ออยากให้ทุกคนช่วยตั้งชื่อ และมีชิงเงินรางวัลด้วยตอนนี้ยังใช้ชื่อว่า ”หนังที่ยังไม่ตั้งชื่อ” เรื่องนี้ได้ฉายอย่างแน่นอนเดือนกุมภาพันธ์ แต่ชื่อเรื่องอะไรค่อยว่ากัน สัญญาที่คงไว้เพื่อปกป้องตัวเอง แต่ก็ยากให้ให้พี่เขาเข้าใจ”

พิง : “สุดท้ายอยากฝากอะไรถึง “พี่ต้อม” มึงกูรู้อยู่ว่ามึงดูอยู่ จะบอกว่าเขาตั้งใจจริงๆนะเชื่อกูดิมันจะทำให้หนังมึงดีอยู่แล้วแต่ต่ออายุไปอีกในสมัยที่เศรษฐกิจแบบนี้และเขาลงเงินเยอะขนาดนี้ เขาจริงจังขนาดไหน ต่อให้ได้ร้อยล้าน เขายังขาดทุนเลย เชื่อกูไปคุยกับเขา”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...