โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บรรยากาศวัดป่ามัชฌิมาวาสเงียบเหงา สำนักพุทธยันหลวงพ่อเมืองลาสิกขาบทจริง

77kaoded

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 13.06 น. • 77Kaoded

จากกรณีโลกโซเชียลได้แชร์ภาพ พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาสได้ลาสิกขาบท และหนังสือราชการลงวันที่ 11 กันยายน 2568 แจ้งเจ้าคณะตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เรื่องการลาสิกขาของพระโพธิญาณมุนี หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ” ซึ่งเป็นพระเถระชื่อดังในพื้นที่ ซึ่งสร้างความตกใจให้กับประชาชนและศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก และหลายคนต้องช็อคไปตามๆกัน เนื่องจากหลวงพ่อเมืองเป็นพระเถระชื่อดังในพื้นที่ และมีลูกศิษย์เคารพนับถือจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดป่ามัชฌิมาวาส ต.ดงเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังจากที่ศาลสงฆ์ชั้นฎีกามีคำวินิจฉัยยืนคำพิพากษาให้พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาสแห่งนี้ สิ้นสุดความเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
โดยเมื่อเดินทางถึงวัดป่ามัชฌิมาวาสบรรยากาศภายในวัดดูเงียบเหงาอย่างผิดปกติ ไม่มีเสียงสวดมนต์หรือกิจกรรมทางศาสนาเช่นที่เคยเป็นมา แม้ประตูหลักของวัดจะเปิดอยู่ตามปกติ แต่จำนวนผู้คนที่เข้าออกลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมาในอดีต

ภายในลานวัดสถานที่ฟังธรรมกับหลวงพ่อเมืองในแต่ละวัน ขณะนี้มีเพียงพระพุทธรูปเก่าและโต๊ะธรรมาสน์ที่ว่างเปล่า สร้างภาพที่เศร้าใจให้กับผู้ที่เคยติดตามฟังเทศน์ของท่าน บริเวณรอบๆ วัดที่เคยเต็มไปด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้มาร่วมทำบุญ กลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจำลอง ฆารอำไพร ชาวบ้านดงเมือง ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของหลวงพ่อเมืองมาเป็นเวลานาน กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาทั้งหมดนี้ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นการใส่ร้ายหรือกล่าวร้ายให้พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) ทำให้ผู้คนเสียศรัทธาไปโดยไม่มีเหตุผล โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเป็นการอิจฉาริษยาในคณะสงฆ์เอง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่ปรากฏ จากข้อมูลที่ออกมาทำให้ท่านเสื่อมเสียนั้นมีเพียงนิดเดียว แต่กลับเอาข่าวเก่าตั้งแต่ปี 2559 มาตีแพร่ใหม่ ผสมผสานข่าวเก่าใหม่เข้าด้วยกัน จนทำให้ดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ใหญ่
นายจำลอง กล่าวต่อว่า เมื่อลูกศิษย์ไปถามเรื่องดังกล่าวกับพระที่มีรายชื่อปรากฏในเอกสารที่เป็นข้อกล่าวหา พระเหล่านั้นได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นใดๆ เลย ทั้งนี้ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยังคงศรัทธาหลวงพ่อเมืองเหมือนเดิม และในฐานะลูกศิษย์ของวัดที่ได้ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้จากท่านมา เรายืนยันว่ายังศรัทธาเหมือนเดิม และจะเพิ่มศรัทธามากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเราได้เคารพนับถือท่านมาหลายสิบปีแล้ว ทั้งนี้ หลวงพ่อเมืองได้ปรากฏตัวต่อหน้าลูกศิษย์ครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 กันยายน 2568 ก่อนที่จะเดินทางออกจากวัดเพื่อไปศาสนากิจที่กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตามนายจำลองยังชี้ให้เห็นถึงผลงานที่เป็นรูปธรรมของหลวงพ่อเมือง โดยเฉพาะพระมหาเจดีย์ วัดป่ามัชฌิมวาสที่สร้างขึ้นด้วยงบประมาณหลายร้อยล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ทำให้ศรัทธาของเราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ทำผิดจะสามารถสร้างได้
ขณะที่ นายสยามพัชร ทิพย์สอน ผอ.พศจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำนักงาน พศ. เป็นหน่วยงานที่รับสนองงานคณะสงฆ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้น เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 12.30 น. ที่ วัดโสภณพัฒนาราม (ภูปูนในฝัน) ต.มหาไชย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าคณะภาค 9 เป็นประธานการอ่านมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 22/2568 มติที่ 695/2568 เรื่องคำวินิจฉัยชั้นฎีกากรณีพระโพธิญาณมุนี โดยมีรองเจ้าคณะภาค 9 เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าคณะตำบลลำพาน และโจทก์ เข้าร่วมประชุม โดยมติมหาเถรสมาคม ให้ปรับพระโพธิญาณมุนี (จำเลย) ต้องอาบัติปาราชิกตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ทั้งนี้ พศจ.กาฬสินธุ์ ได้เป็นพยานและบันทึกเหตุการณ์และประวัติลงในฐานข้อมูลพระภิกษุของสำนักงาน พศ.
อย่างไรก็ตาม ผอ.พศจ.กาฬสินธุ์ ยังระบุอีกว่า พระโพธิญาณมุนี หลวงพ่อเมือง ไม่ได้เดินทางเข้ารับฟังมติเถรสมาคมในวันดังกล่าว และมีรายงานว่าได้ดำเนินการลาสิกขาที่วัดมัชฌิมาวาส ในวันที่ 10 กันยายน 2568 และได้เดินทางออกจากวัดไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...