โบว์ เมลดา เล่านาที อาเล็ก บินไปเซอร์ไพรส์ – รีวิวเรียนภาษาอังกฤษ 2 เดือน
โบว์ เมลดา เล่านาที อาเล็ก บินไปเซอร์ไพรส์ เกรงใจค่าตั๋วแพง – รีวิวเรียนภาษาอังกฤษ 2 เดือน อยากกลับไปเรียนอีก พร้อมเล่าทริกเดินกลับห้องตอนมืด
ยอมบินไปเรียนภาษาเพิ่มถึงประเทศอังกฤษ สำหรับนางเอกสาวโบว์ เมลดา สุศรี แม้หนทางไกลแค่ไหน งานยุ่งแค่ไหน แต่แฟนหนุ่มอย่าง อาเล็ก ธีรเดช ก็ยังบินตามไปเซอร์ไพรส์ได้อยู่ดี ล่าสุดวันที่ 3 ต.ค. โบว์ เมลดา ได้มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “อนงค์ 2” ณ โรงภาพยนตร์ One Ultra Screens ชั้น 5 อาคาร Parade, One Bangkok พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องไปเรียน
ยืนยันว่าเราไปเรียนจริงๆ ไม่ได้ไปเจอแค่คนไทย? “คือคนไทยมาเจอหนู คือที่หนูอยู่มันเป็นในเมือง แล้วรอโลเคชั่นที่เราจะไปเที่ยวในลอนดอนมันก็มีแต่เดิมๆ เราก็ไม่ได้ไปไหนไกล ก็จะเจอนักท่องเที่ยวอยู่แล้วเพราะมันเป็นโซนท่องเที่ยว หนูไปเรียนจริงๆ ส่วนที่ไปเจอกับ บิวกิ้นก็คือบังเอิญ ทุกคนที่เจอคือบังเอิญหมดเลย เทศน์ก็บังเอิญ แล้วคือตลกสุดแล้ว โบกี้เป็นร้อยแต่ขึ้นสถานีเดียวกัน โบกี้เดียวกัน แล้วเจอตรงหน้าเลย ก็เลยแบบมันเป็นเวรกรรมอะไรว่ะ แต่ก็ดีใจนะแต่แค่รู้สึกว่าโลกมันกลมน่ากลัวแปลกๆ ทำไมมันเจอกันจังๆเลย สรุปคือไปไม่เหงาเลย แต่อยากเหงา คือมีความรู้สึกว่า จะได้อยู่คนเดียวไหมนะ มีคนชวนไปกินข้าวอาหารไทย คือกินอาหารฝรั่งนับวันได้เลย”
แล้วพูดภาษาอังกฤษกับใครเจอแต่คนไทย? “หนูพูดกับครูทุกเช้า หนูเรียนจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ซึ่งเริ่มเรียนแล้ว จนถึงบ่ายสองครึ่ง ก็คือพูดแต่ภาษาอังกฤษทั้งวันเลย นั่นแหละก็เป็นต้นเหตุว่าทำไมถึงอยากพูดไทย คือมันเหนื่อยเนอะใช้สมองพูดตั้งแต่เช้า พอกลับมาบ้านก็พูดไทยบ้างเถอะ”
ไปเรียนครั้งนี้ได้ตามที่เราต้องการไหม? “อาจจะไม่ถึงเป้าที่ต้องการ แต่ก็ได้ประมาณนึง คือใจแค่ว่าเข้าใจแล้วสื่อสารได้ เข้าใจว่าสิ่งที่คุณจะใช้ในที่ถูกต้องคืออะไร คือเราทิ้งไปตั้งแต่มัธยม ทิ้งไปนานมากในการใช้แกมม่า อันนี้ครูก็มาปูพื้นฐานใหม่เลย เรื่องคำศัพท์มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเองแล้วว่าจะได้ใช้แบบไหน คำศัพท์ก็จะต้องท่องซึ่งเราก็ไม่ได้ท่อง เราเน้นฟังแล้วก็ถาม”
ทุกคนห่วงว่าโบว์จะเป็นครูสอนภาษาไทยที่นั่น ก่อนที่จะไปเรียน? “ก็มีบ้างจังหวะบางช่วงที่ครูถาม แล้วเพื่อนที่มาจากต่างประเทศก็อยากจะจะรู้ว่าคำที่เหมือนกันในชาติเรากับชาติเขาคำไหนเหมือนกันบ้าง ซึ่งได้คำว่าสาระแน คือมันออกเสียงคล้ายกันอินเนอร์เหมือนกัน แล้วคนที่ที่นั่นเข้าใจ”
“พอไปเป็นสาวที่ลอนดอน มันก็จะเป็นแบบความหวงเนื้อหวงตัว คือชาวต่างชาติจะมีเรื่องถูกเนื้อต้องตัวคนอื่น หรือการจ้องหน้าจ้องตาคนอื่น ซึ่งเราเป็นคนไทย การจ้องหน้าจ้องตาจับเนื้อต้องตัวเป็นเรื่องปกติ แล้วเรื่องพูดบ้านเขาห้ามถามเรื่องอายุ ซึ่งครูก็บอกว่าอย่าพูดเรื่องอายุ ที่อังกฤษจะถามเรื่องอายุ เราก็เอ้าหรอ คือมันเป็นแพตเทิร์นของคนไทยเนาะ เราก็ได้เรียนรู้ทางวัฒนธรรมของบ้านเขาด้วย”
แล้วเรื่องทรงผม? “อยากทำ เส้นผมคือสุขภาพดีมาก เราก็เลยอยากลองของว่าถ้าเราไปดัดผมลอนมันคงใช้ชีวิตง่ายขึ้น คือมันก็เป็นผมลอน ตื่นมาไม่ต้องไดร์ผมเยอะแยะ คิดแบบนั้นนะตอนอยู่ที่ไทย แต่ปรากฏว่าตื่นมาคือขยับน้ำเช้า ทำทุกเช้า คือผมมันก็สภาพยังดีอยู่ ก็อย่าหาทำไปต่างประเทศอย่าดัดผม ทำสีก็พอ แต่ว่าเราโชคดีคือผมสวยมาก”
ใช้ชีวิตที่โน่นเป็นยังไงบ้างสำหรับเรา? “แรกๆ ยากหลังหลังสนุก เพราะว่าพูดอะไรก็ได้ จะทำตัวอะไรก็ได้ไม่มีใครรู้จักเรา ประหลาดสุดคือเดินกลับบ้าน คือมันมืด ไปกินข้าวกับเพื่อนเพื่อน พอมันมืดปั๊บเราก็เลยรู้สึกว่าทางกลับบ้านเรา คนแปลกหน้าเยอะ เราก็เลยเดินประหลาดเลยแล้วกัน คือเรารู้สึกว่าเพราะมันมืดเวลาเรากลับบ้านมืดมืดคนเดียวเราก็ต้องเดินอะไรประหลาดประหลาด แล้วคนแหวกวาบ คือมันได้ผล คือโมเมนต์นั้นไม่สวยเลย อยู่ต่างประเทศทำอะไรก็ได้คนไม่รู้จัก”
แล้วเรื่องอาเล็กไปเซอร์ไพรส์ล่ะ? “คือวันนั้นไม่สบาย เราก็เหมือนได้เจอคนใกล้ชิดผู้ปกครอง ก็เลยเหมือนมีกำลังใจ น้ำตาคลอ คือเค้าแอบๆ มา แล้วเขาวางแผนกับพี่พีชชี่เนาะ เขาบอกว่าจะมียามาให้ เราก็เลยบอกว่ายาอะไร มีหมดแล้ว มีครบทุกทุกอย่างเลย ซึ่งเขาก็บอกว่ายานี้เธอไม่มีแน่นอน ก็เลยบอกอ้าวหรอ แล้วเค้าก็โทรมาให้เราลงไปรับ พอลงไปแล้วก็เห็นพนักงานที่เข้มเข้มเป็นคนอินเดีย เราก็เลยงงว่ายาอินเดียหรอ แล้วยาอินเดียมันจะกินยังไงนะ แล้วก็เดินเข้าไปหาเขา แล้วเค้าก็เหมือนถามเราว่าจะออกหรอ เราก็เลยอ๋อไม่ใช่คนนี้ พอไปเห็นอีกคนนึงเป็นผู้หญิงจีน แล้วก็งงว่ายาจีนหรอ คือในหัวเราจะเอาแต่ยา เพราะจะขึ้นไปนอน แต่ปรากฏว่าน้องเดินสวนเรา ก็งงไปอีกไม่ใช่ยาจีน ก็เลยหาคนส่งยาอยู่ไหน พอหันไปก็เจออาเล็ก ยาจีนเหมือนกัน (หัวเราะ) ยาใจของคุณโบว์ค่ะ”
แต่เราก็เซอร์ไพรส์กลับเหมือนกัน? “ใช่ เพราะว่าเราไม่ได้ไปเรียน แต่ดีว่าเค้ายังไม่ได้ไปถึงโรงเรียน เค้าน่าจะเอะใจอะไรซักอย่าง ก็เลยโทรหาฝั่งน้องๆ ว่าประมาณโบว์ไม่ได้รับโทรศัพท์เป็นอะไรหรือเปล่า แล้วคืออาเล็กโชคดี เพราะว่ากองไม่มีคิว เขาก็เลยเอาโอกาสตรงนี้มาหา ก็มาเซอร์ไพรซ์ ก็รู้สึกดีแต่ก็เกรงใจตัวพี่เล็กด้วย เพราะว่าตั๋วมันแพง คือเราซึ้งใจในแฟนคนนี้มาก เป็นบุญมากเลย แล้วเค้าบินไปหาเราสองรอบ รอบแรกเซอร์ไพรส์ ก็รู้สึกว่าพี่เค้าทุ่มเทดี หรือใจจริงเค้าอยากพักว่ะ(ยิ้ม) ตอนแรกก็ถามว่าพี่จะให้หนูไปรับไหม เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพี่จะได้นั่งรถถึงเลย สุดท้ายก็โทรมาหาว่า เบบี๋ มารับพี่ไหม แล้วไหนบอกว่าไม่ให้หนูไปรับไง จะเอายังไง เค้าก็บอกว่าก็นึกว่าหนูมารับ เราก็ก็เลยบอกว่าก็พี่ไม่ให้ไป สรุปมันก็ไม่ไปเพราะหนูก็ไม่อยากโดนเขาว่า ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวหนูรอรับนะ”
โบว์จะกลับไปเรียนอีกไหม? “อยากกลับไป เพราะว่ามันได้ใช้สมองจริงๆ สมองซีกที่เราไม่ได้ใช้มานาน ส่วนที่คนบอกว่าเราไปเรียนแล้วเราได้กลับมาแค่นี้หรอ คือได้เท่านี้ก็บุญแล้ว จะเอาอะไรเยอะแยะ พวกเธอลองไปเรียนดูสิ สองเดือนได้เท่านี้ก็บุญแล้ว จริงๆก่อนที่โบว์จะกลับไทย ครูเค้าถามแล้วว่าอยากจะอัพเกรดเลเวลตัวเองไหม เพราะว่าจริงๆเรียนมาได้ครึ่งเทอมแล้ว เขาก็บอกว่าอัพเกรดเลเวลได้แล้ว แต่สิ่งที่เราจะต้องอัพเกรดขึ้นไปมันไม่ได้ตรงใจสิ่งที่เราอยากเรียน คือเราอยากจะพูด แต่เลเวลอันนี้คือเหมือนเจาะไปในเรื่องของอะไรซักอย่าง ก็เลยรู้สึกว่าอยากเรียนกับครูคนนี้ต่อไปก่อน เพราะมันตรงใจกับสิ่งที่เราอยากเรียนจริงๆ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โบว์ เมลดา เล่านาที อาเล็ก บินไปเซอร์ไพรส์ – รีวิวเรียนภาษาอังกฤษ 2 เดือน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th