โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัว "พูนพงษ์" นั่งเก้าอี้ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคนที่ 31 กางแผนเดินหน้า 8 ภารกิจเร่งด่วน ยกระดับภาคธุรกิจ เติมพลังเศรษฐกิจไทย

The Better

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • THE BETTER
“พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คนที่ 31 ประกาศเดินหน้าภารกิจเร่งด่วน 8 ด้าน ขับเคลื่อนองค์กรสู่กลไกหลักในการยกระดับธุรกิจไทยให้ทันสมัย เข้มแข็ง และแข่งขันได้ในระดับสากล

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ตนรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ที่มารับตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคนที่ 31 ซึ่งเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่มีความผูกพันมากว่า 30 ปี และได้มีส่วนสร้างบ้านหลังนี้ให้มีความเข้มแข็ง ในโอกาสที่ตนได้มารับตำแหน่งอธิบดีในครั้งนี้ได้มองเห็นโอกาสหลายด้านในการพัฒนาองค์กรให้เติบโต พร้อมที่จะให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการทุกระดับ รวมทั้งมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นกลไกหลักในการยกระดับธุรกิจไทยให้ทันสมัย เข้มแข็ง และแข่งขันได้ในระดับสากล”

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ตนได้วางภารกิจเร่งด่วน 8 ด้าน เพื่อยกระดับงานให้บริการและพัฒนาผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน ประกอบไปด้วย 1) การยกระดับบริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยขณะนี้กรมฯ มีความพร้อมให้บริการจดทะเบียนและบริการข้อมูลธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ 100% แต่เราจะยังไม่หยุดพัฒนารูปแบบการใช้งานและปรับปรุงฟังก์ชันต่างๆ ให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น 2) การเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นปัจจุบัน เป็นการทำงานหลังบ้านที่จะเชื่อมต่อข้อมูลนิติบุคคลเข้ากับระบบของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจทั้งการเดินทาง ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มความเร็วในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญเราจะผลักดันให้มีการนำข้อมูลธุรกิจไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ วิเคราะห์เชิงนโยบาย และป้องกันความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยภาครัฐสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด 3) การส่งเสริมศักยภาพ SME ให้ตรงตามความต้องการ โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มค้าส่ง-ค้าปลีก ร้านอาหาร สุขภาพและความงาม ธุรกิจครอบครัว และบริการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สอดรับกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยจะเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้ทันต่อสภาพตลาดในยุคปัจจุบันและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปส่งเสริม การพัฒนาระบบหลังบ้าน โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจ 4) การเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการผ่านการค้าออนไลน์ โดยเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการค้าผ่านอีคอมเมิร์ซทั้งไทยและต่างชาติ สร้างโอกาสให้ผู้ค้ารายเล็กได้มีช่องทางการตลาดที่หลากหลายมากขึ้น สามารถสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ขายสินค้า/บริการผ่านโลกออนไลน์ให้เป็น รวมถึงเราจะขยายความร่วมมือไปยังแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ เพื่อร่วมกันสนับสนุนผู้ประกอบการไทยด้วย

5) ดูแลผู้ทำบัญชีเพื่อส่งเสริมธุรกิจให้มีธรรมาภิบาล เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ เพราะผู้ทำบัญชี ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบัญชีให้ห้างหุ้นส่วนและบริษัท การจัดทำบัญชีที่มีมาตรฐานและถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลจะช่วย ชี้ทิศทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเราจะดูแลและอำนวยความสะดวกให้ผู้ทำบัญชี โดยจะส่งเสริมทั้งการอบรมพัฒนามาตรฐานวิชาชีพบัญชี ไปจนถึงสร้างเครื่องมือดิจิทัลด้านบัญชีให้ธุรกิจมีผู้ช่วยออนไลน์ที่ดี 6) อำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจในไทยอย่างถูกกฎหมาย การลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากการดึงเม็ดเงินให้เข้ามาลงทุนในประเทศแล้ว ยังมีการถ่ายทอดทักษะเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับธุรกิจไทยด้วย เป็นการเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ผู้ประกอบการไทย ดังนั้น การอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำด้านกฎหมาย ขั้นตอนการลงทุน ปรับปรุงกระบวนการต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการออกใบอนุญาตฯ และยกระดับความโปร่งใสในการทำธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำควบคู่กันไป

7) การป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด กรมฯ จะบังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างระบบธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการไทย พร้อมเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเอาผิดกับการใช้บุคคลต่างชาติแอบอ้างถือหุ้นแทน (นอมินี) บัญชีม้านิติบุคคล และการปลอมแปลงเอกสารนิติบุคคล เป็นต้น และ 8) การแก้ไข กฎ ระเบียบให้ทันสมัยเอื้อต่อภาคธุรกิจ เพื่อปรับปรุงงานให้บริการที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจยุคใหม่ ลดความซ้ำซ้อนและความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งพัฒนากลไกสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพของประเทศและเพื่อให้กฎหมายธุรกิจของไทยมีความทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ”

ภารกิจเร่งด่วนทั้ง 8 ข้อนี้ถือเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการทำงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและการสร้างระบบนิเวศที่เกื้อหนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมเดินหน้าภารกิจดังกล่าวทันทีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีระบบธุรกิจที่ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...