โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 นักเขียน รุ่นใหม่ ดอกไม้สด ม.จ.อากาศดำเกิง และ 'ศรีบูรพา'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 02.56 น.

บทความพิเศษ

3 นักเขียน รุ่นใหม่

ดอกไม้สด ม.จ.อากาศดำเกิง

และ ‘ศรีบูรพา’

จากการศึกษาของ Benjamin A. Batson ประเมินผ่านท่าที่ นายเรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์ ที่ปรึกษาต่างประเทศ ที่ค่อนข้างผ่อนปรนต่อหนังสือพิมพ์ได้นำไปสู่บทสรุปที่กลายเป็น ความรู้สึกเป็นความใจกว้างของรัฐบาลที่มีต่อหนังสือพิมพ์

เป็นผลสะท้อนมาจากน้ำพระทัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

ทรงสังเกตว่า หนังสือพิมพ์ภาษาไทยนั้นคุณภาพต่ำจึงมีรับสั่งให้เสนาบดีมหาดไทยเรียกประชุมบรรณาธิการและตักเตือนไม่ให้เขียนโจมตีบุคคล หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการยุยง

ดังที่หนังสือ “ประวัติหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย” ของ สุภาพรรณ บุญสะอาด ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1971

ได้อ้างอิงจาก กจช. ร.7 รล.19.1/1 ภาษาไทย

ระบุว่าในจดหมายเหตุหลังจากการประชุมทรงเสริมว่า “เราไม่ต้องการปิดปากหนังสือพิมพ์แต่ต้องการให้ใช้ประโยชน์ได้จริงๆ”

ขณะเดียวกัน Batson ได้ทำหมายเหตุในเชิงอรรถด้วยว่า ในกรณีต่อๆ มาเมื่อที่ปรึกษาบางท่านเสนอให้มีปฏิกิริยาต่อหนังสือพิมพ์ที่ช่างวิจารณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งกับอภิรัฐมนตรีว่า

“ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับหนังสือพิมพ์ ควรทำไม่รู้ไม่ชี้จะดีกว่า” (กจช. ร.7 รล.19.2/7 ภาษาไทย)

และได้มีประกาศกฎหมายสิ่งพิมพ์ที่ค่อนข้างจะไม่เข้มงวดออกมาในปี 1927

ในขณะที่นโยบายที่เป็นทางการก็เปลี่ยนไปมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่โดยทั่วไปแล้วในความเห็นของ Batson

นับว่าหนังสือพิมพ์ในสมัยสุดท้ายของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นเฟื่องฟูและมีเสรีภาพมากกว่าหลายๆ สมัยของรัฐบาลยุค “ระบอบประชาธิปไตย” เสียอีก

กระนั้นจุดหนึ่งที่ Batson ให้ความสนใจคือ “วรรณกรรม”

3 นักเขียนรุ่นใหม่ สยาม

บุกเบิก วรรณกรรม ไทย

ในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้มีพัฒนาการในโลกวรรณกรรมไทยด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระมหาธีรราชเจ้า” และในรัชสมัยของพระองค์

นอกจากพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องต่างๆ ไว้มากมายแล้ว ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ศิลปะและวรรณกรรมอีกด้วย

ดังนั้น ยุคนี้จึงได้รับการเรียกขานว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูทางวรรณกรรมไทย

แต่ก็น่าเสียดายที่เนื่องจากคงจะเป็นเพราะพระองค์ทรงมีอิทธิพล (ควบคุม) เหนือบรรยากาศทางวัฒนธรรมมาก ดังนั้น ยุคนี้จึงไม่มีนักเขียนที่สำคัญเท่าไร กลับเป็นยุคสมัยรัชกาลที่ 7 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและราชสำนักไม่ได้มีผลผลิตทางวรรณกรรมมากมายอะไร

แต่ได้เกิดมีนักเขียนใหม่ๆ สร้างบรรยากาศและแนวทางให้วรรณกรรมไทยสมัยใหม่ในยุคต่อๆ มา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่าง 12 เดือนของปี 1928-1929 มีการตีพิมพ์ผลงาน 3 เล่มที่หนังสือ The Genesis of the Novel in Thailand ของ วิภา เสนานาญ

ยกย่องว่าเป็นนวนิยายแท้เล่มแรก

นักประพันธ์ทั้ง 3 ท่านคือ ม.จ.อากาศดำเกิง “ดอกไม้สด” และ กุหลาบ สายประดิษฐ์

ทั้ง 3 มีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้าน คือ

ทั้ง 3 คนเกิดในกรุงเทพมหานครในระหว่างปี 1905-1906 ทั้ง 3 เคยเรียนในโรงเรียนแบบตะวันตก ซึ่งเป็นผลพวงจากการปรับระบบการศึกษาที่ได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

และในนวนิยายของทั้ง 3 คน ตัวเอกของเรื่องต่างก็เคยไปศึกษา ณ ต่างประเทศทั้งหมด และแก่นกลางของเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคุณค่าทางวัฒนธรรมของตะวันตกและวัฒนธรรมของตน

แต่ก็มีข้อแตกต่างในระดับพื้นฐานครอบครัวและอาชีพในระหว่างคนทั้ง 3

ม.จ.อากาศดำเกิง และ “ดอกไม้สด” มาจากราชสกุลวงศ์ แต่กุหลาบมาจากครอบครัวธรรมดาๆ

ม.จ.อากาศดำเกิงทรงตีพิมพ์นวนิยายอีกเพียงเรื่องเดียวก่อนที่จะเสด็จไปฮ่องกงอย่างลึกลับ และสิ้นชีพิตักษัยในเดือนพฤษภาคม 1932 อย่างกะทันหัน

หรืออย่างที่หลายๆ คนยังยืนกรานว่าพระองค์ทรงเลือกที่จะหายไปเฉยๆ

“ดอกไม้สด” เขียนต่อมาเรื่อยๆ เป็นเวลากว่าทศวรรษ เขียนทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น เล่าเรื่องศีลธรรมความประพฤติของสังคมพวกชั้นสูงในกรุงเทพมหานคร การที่ตัวละครของเธอสะท้อนถึงความอาลัยในอดีต การยึดหลักของพระพุทธศาสนา

ทั้งหมดรวมกันทำให้เรื่องของเธอเป็นงานที่มีลักษณะ “อนุรักษนิยม” และเธอก็เป็นนักเขียนคนโปรดในวงวรรณกรรมและการศึกษา

กุหลาบ สายประดิษฐ์

ม.จ.อากาศดำเกิง

ดอกไม้สด

การเข้ามา ของ “โนเวล”

จุดประกาย วรรณกรรม

ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของแท่นพิมพ์ในแผ่นดินพระจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว ไม่ว่าจะเป็นความต่อเนื่องในเรื่องของหนังสือพิมพ์ ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในทางความคิดอย่างมีนัยสำคัญ

น่าสนใจก็ตรงที่ไม่เพียงแต่นำไปสู่ส่วนขยายในเรื่องของการพิมพ์หนังสือ การเกิดขึ้นของสำนักพิมพ์

หากแต่ยังเป็นเนื้อดินอย่างดีให้กับการเข้ามาของ “โนเวล”

การเดินทางเข้ามาของ “โนเวล” ต่างประเทศโดยเฉพาะงานของ แมรี่ คอเรลลี, เซอร์ไรเดอร์ แฮกการ์ด, เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์, รัดยาร์ด คิปลิง เป็นต้น ไม่เพียงแต่เป็นการนำเอารูปแบบการประพันธ์อย่างใหม่มาสู่นักเขียนไทยเท่านั้น

หากแต่ยังได้นำเอาวิญญาณแห่งงานเขียนในสกุล “โรแมนติซิสม์” หรือ “จินตนิยม” ที่ค่อนข้างจะเติบกล้าแล้วในวงวรรณกรรมตะวันตกเข้ามาด้วย

และได้สวมสอดรับกับการพัฒนาทางสังคมและการเกิดขึ้นของกระฎุมพีหรือ “ชนชั้นกลาง” ภายในประเทศที่เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ซึ่งโตใหญ่มาภายใต้การปฏิรูปนับแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา

ไม่ว่าจะเรียกเรื่องสั้นและนวนิยายในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ของไทยว่า “เรื่องอ่านเล่น” หรือ “เรื่องประโลมโลกย์” หรือจะเรียกชื่อสกุลว่าอะไรก็ตาม

แต่ทางโน้มที่ค่อนข้างเด่นชัดของวรรณกรรมในแนวของ “จินตนิยม” เป็นการแสดงออกทางศิลปะวรรณคดีของชนชั้นกลาง แม้ว่าน้ำเสียงของนักเขียนรุ่นใหม่ของไทยจะไม่เกรี้ยวกราดดุดันต่อสถาบันการปกครอง ต่อชนชั้นและต่อระบบคิด

อย่างรุสโซ อย่างวอลแตร์ของฝรั่งเศส ตลอดจนอย่างไบรอนหรือเชลลีย์ของอังกฤษ อันเป็นนักเขียนจินตนิยมรุ่นบุกเบิกของวรรณกรรมตะวันตก

แต่ถ้าพิจารณากระบวนการเคลื่อนไหวของนักเขียนไทยในช่วงก่อนและต้นทศวรรษ พ.ศ.2470 ซึ่งอยู่ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นต้นมา

ก็จะมองเห็นร่องรอยหลายอย่างทั้งในทางความคิดและทั้งในทางการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้ม ทิศทาง วรรณกรรม

ยุคก่อน มิถุนายน 2475

จึงนอกเหนือจากจะทำความเข้าใจต่อพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสื่อหนังสือพิมพ์ มีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อพัฒนาการและการเคลื่อนไหวในทางวรรณกรรม

ดังที่ Batson พุ่งไปยังผลงานของ ม.จ.อากาศดำเกิง “ดอกไม้สด” และ กุหลาบ สายประดิษฐ์

เพื่อทำความเข้าใจต่อ “วรรณกรรม” อันเป็นเงาสะท้อนของ “สังคม”

และจับความสัมพันธ์ต่อเนื่องไปยังการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงในทาง “การเมือง” ในลักษณะยึดโยงต่อกันและกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 นักเขียน รุ่นใหม่ ดอกไม้สด ม.จ.อากาศดำเกิง และ ‘ศรีบูรพา’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...