โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ป.ป.ช. ชี้มูล 3 ข้าราชการ ร่ำรวยผิดปกติ สั่งยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน

สยามนิวส์

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 08.16 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ป.ป.ช. ชี้มูล 3 ข้าราชการ ร่ำรวยผิดปกติ สั่งยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีร่ำรวยผิดปกติรวม 3 ราย โดยสั่งให้ส่งสำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบตกเป็นของแผ่นดิน

กรณีแรก เป็นเรื่องของนายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือ นายวัทธิกร หรือ มังกร ใสงาม อดีตพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี และสุรินทร์ ซึ่งจากการไต่สวนพบว่า ระหว่างปี 2554-2558 ขณะดำรงตำแหน่งดังกล่าว ได้เข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยใช้ห้างหุ้นส่วนจำกัดของตนที่ตั้งชื่อญาติและลูกจ้างเป็นผู้ถือหุ้นแทน เข้ารับงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี 26 โครงการ และสุรินทร์ 7 โครงการ หลังรับเงินค่าจ้างจะโอนหรือถอนเป็นเงินสดฝากเข้าบัญชีของตนเอง

การตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว นายวัทธิกรและคู่สมรสมีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีรวม 7,264,160.64 บาท แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างไม่สอดคล้องกับรายได้และไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ รวมมูลค่า 81,424,952.08 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 74,224,952.08 บาท ที่ดิน 1 แปลงใน อ.เมืองบุรีรัมย์ มูลค่า 6.2 ล้านบาท และรถยนต์ Honda HR-V มูลค่า 1 ล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงชี้มูลว่ามีทรัพย์สินมากผิดปกติ ให้ดำเนินการยึดตกเป็นของแผ่นดิน และหากไม่สามารถบังคับคดีเอาทรัพย์ดังกล่าวได้ครบ ให้ยึดทรัพย์อื่นภายใน 10 ปีตามกฎหมาย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีคำสั่งไล่ออกจากราชการแล้ว

คดีต่อมา เป็นกรณีนายไกรวิชญ์ ปัญญาชัย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง ระหว่างปี 2554-2556 พบว่ามีทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กับรายได้และไม่สามารถชี้แจงได้ รวม 12,644,010.54 บาท โดยมีเงินฝากนอกเหนือจากเงินเดือน 8,864,620.94 บาท และมีการนำเงินไปชำระค่าเช่าซื้อรถขุดไฮดรอลิก 2 คัน และรถบรรทุกอีก 1 คัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อยึดทรัพย์ พร้อมส่งคำวินิจฉัยให้ผู้มีอำนาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่งภายใน 60 วัน และถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่

ส่วนคดีสุดท้าย เป็นของนายวินัย เครื่องไชย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย ในช่วงปี 2555-2564 มีการโอนเงินจากบัญชีหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภีร์ เจริญทรัพย์ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับ อบต.หัวง้ม เข้าบัญชีของนายวินัยรวม 22 ครั้ง เป็นเงิน 616,000 บาท โดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย ป.ป.ช. จึงมีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อยึดทรัพย์ พร้อมส่งคำวินิจฉัยให้ผู้มีอำนาจสั่งพ้นจากตำแหน่งภายใน 60 วัน และถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ เช่นเดียวกับสองคดีแรก

ทั้งนี้ ในทุกกรณี หากไม่สามารถยึดทรัพย์ที่ร่ำรวยผิดปกติได้ครบถ้วน ศาลสามารถบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...