โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TTA กำไรงวดนี้ 942 ล.กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ-ลงทุนคึก

Manager Online

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 13.44 น. • MGR Online

โทรีเซนไทย โกยรายได้ครึ่งปีแรก 14,522.1 ล้านบาท และผลกำไร 942.4 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือยังคงทำกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ที่ 337.9 ล้านบาท และมีอัตราค่าระวางเรือสูง ส่วนธุรกิจบริการนอกชายฝั่งมี EBITDA เป็นบวก และธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรยังคงสร้างกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA ได้อย่างต่อเนื่องจากปริมาณการขายปุ๋ยที่แข็งแกร่ง

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เผยว่ามีรายได้ จำนวน 14,522.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ จำนวน 942.4 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือและกลุ่มการลงทุนอื่น ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 23 ร้อยละ 53 ร้อยละ 14 ร้อยละ 7 และร้อยละ 3 ของรายได้รวมทั้งหมด ตามลำดับ

กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือมีอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่า (TCE) เฉลี่ยสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิที่ร้อยละ 31 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ในขณะที่ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่งมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบ จำนวน 688.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 2/2568 ส่วนรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 833 จากครึ่งปีแรกของปี 2567 เป็น 1,560.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ TTA ยังคงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิ 1,607.6 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เงินสดภายใต้การบริหาร จำนวน 5.7 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่ 0.37 เท่า

“ในไตรมาสที่ 2/2568 ดัชนีซุปราแมกซ์ (BSI) มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 962 จุด เพิ่มขึ้นจาก 819 จุดในไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากผลกระทบจากการชะลอตัวระหว่างช่วงเทศกาลตรุษจีน และในไตรมาสที่ 2/2568 อัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์ทำสถิติสูงสุดที่ 10,762 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10,126 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน สำหรับภาพรวมปี 2568 ตามรายงานของ Clarksons Research คาดว่าการค้าสินค้าแห้งเทกองจะลดลง ร้อยละ 0.9 ในหน่วยตัน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ในหน่วยตัน-ไมล์ สะท้อนถึงทิศทางการค้าสินค้าแห้งเทกองที่แตกต่างกันในแต่ละประเภท ขณะที่การขยายกองเรือคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3.1 โดยยอดคำสั่งต่อเรือใหม่ยังคงจำกัดอยู่ที่ร้อยละ 11 ของปริมาณกองเรือทั่วโลกทั้งหมด ท่ามกลางสภาวะตลาดที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางออกจากทะเลแดงที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี 2568 " นายเฉลิมชัยกล่าว

ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2568 กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกองเรือ โดยจำหน่ายเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองประเภทซุปราแมกซ์ จำนวน 1 ลำ อายุ 24.2 ปี ส่งผลให้กองเรือมีจำนวนลดลงไปอยู่ที่ 24 ลำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความยินดีที่ได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 2 ในการสำรวจผลการดำเนินงานของบริษัทเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในปี 2567 โดย Lienguard & Roschmenn, Maritime Advisors

โดยผลงานของกลุ่ม TTA เป็นดังนี้คือ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ คือ โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานรายได้ค่าระวางที่ 1,672.2 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2567 เนื่องจากอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์ตลาดที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสที่ 1/2568 อัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจฯ อยู่ที่ 12,291 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในไตรมาสที่ 2/2568 ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิที่ 9,619 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน อยู่ร้อยละ 28 ในขณะที่ อัตราการใช้ประโยชน์ของเรือยังคงสูงที่ร้อยละ 100 ด้วยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดอยู่ที่ 21,197 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขนส่งทางเรือ (OPEX) อยู่ที่ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 13 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง โดยสรุป โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 337.9 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 95 จากไตรมาสที่ 1/2568 โดยเป็นเจ้าของเรือจำนวน 24 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ 22 ลำ และเรืออัลตราแมกซ์ 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 55,068 เดทเวทตัน และมีอายุเฉลี่ย 16.7 ปี

กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ดำเนินงานโดย บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมด รายงานรายได้จำนวน 3,720.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 จากไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากกิจกรรมของงานวางสายเคเบิลใต้ทะเลและงานรื้อถอน (Decommissioning) งานขนส่งและติดตั้ง (Transportation & Installation: T&I) ที่ลดลง โดยรายได้จากงานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้ง งานวิศวกรรมใต้ทะเล (subsea-IRM) และงานวางสายเคเบิลใต้ทะเล มีสัดส่วนร้อยละ 52 ร้อยละ 39 และร้อยละ 9 ของรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจฯ ตามลำดับ รายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลลดลงร้อยละ 17 จากปี 2567

เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงเรือที่ไม่ได้วางแผนไว้ และการหยุดทำงานชั่วคราวจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในประเทศอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เรือสามารถกลับมาให้บริการอีกครั้งในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/2568 โดยรายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากโครงการงานที่ไม่ใช้เรือที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการใช้ประโยชน์ของเรือวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 87 ในไตรมาสที่ 2/2568 จากร้อยละ 78 ในไตรมาสที่ 2/2567 โดยสรุป เมอร์เมดฯ มี EBITDA เป็นบวกที่ 64.1 ล้านบาท และมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบ จำนวน 688.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นสุดไตรมาสที่ 2/2568

กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร บริหารงานโดย บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA มีรายได้ที่ 1,072.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากปริมาณการขายปุ๋ยที่สูงขึ้น รายได้จากการขายปุ๋ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 สอดคล้องกับปริมาณการขายปุ๋ยทั้งหมด 52.3 พันตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากปริมาณการขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามที่เพิ่มขึ้น โดยปริมาณขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 94 ของปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมด หรือ 49.1 พันตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2567 และร้อยละ 45 จากไตรมาสที่ 1/2568 ซึ่งเป็นผลจากความต้องการในประเทศที่สูงขึ้นในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกและการสะสมสินค้าล่วงหน้าตามการคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้น เนื่องจากในประเทศเวียดนามได้มีการบังคับใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนกรกฎาคม 2568 ในทางกลับกัน ปริมาณส่งออกปุ๋ยลดลงเป็น 3.2 พันตัน

เนื่องจากปริมาณส่งออกปุ๋ยไปยังประเทศฟิลิปปินส์และประเทศแทบแอฟริกาที่ลดลง ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประเภทของปุ๋ย มีปริมาณขายปุ๋ยเชิงเดี่ยว (Single fertilizer) เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากไตรมาสที่ 1/2568 ขณะที่ปริมาณขายปุ๋ยเชิงผสม (NPK fertilizer) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปี 2567 และร้อยละ 8 จากไตรมาสที่ 1/2568 อยู่ที่ 45.0 พันตัน ในขณะที่ รายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงาน อยู่ที่ 31.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสที่ 1/2568 โดยสรุป กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 41.5 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปี 2567 และร้อยละ 153 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2568

กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อย่างพิซซ่า ฮัท ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTAถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 พิซซ่า ฮัท มีสาขาทั้งหมด 200 สาขาทั่วประเทศ ชณะ ทาโก้ เบลล์ เป็นแฟรนไชส์อาหารเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ณ 30 มิถุนายน 2568 ทาโก้ เบลล์ มีสาขาทั้งหมด 33 สาขาทั่วประเทศ

กลุ่มการลงทุนอื่น (Investment) มุ่งเน้นธุรกิจการบริหารทรัพยากรน้ำและโลจิสติกส์

บริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 92.50 เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ AIM ยังได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ประเทศลาว ผ่านบริษัทย่อยที่ AIM ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...