โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าชิปแบบจัดหนัก 100% จีนอ่วมหนัก กระทบ Huawei, SMIC, YMTC

Thairath Money

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.14 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจากทำเนียบขาวว่า อัตราภาษีใหม่นี้จะไม่ใช้กับบริษัทที่ได้ให้คำมั่นว่าจะผลิตในอเมริกาหรือกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานในประเทศ อย่างไรก็ตาม คำแถลงของทรัมป์ยังไม่ถือเป็นการประกาศมาตรการภาษีอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับแผนนี้

คำประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เปิดเผยว่า Apple ที่ให้คำมั่นว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้า นอกเหนือจากเงินลงทุนเดิมที่บริษัทเคยประกาศไว้ที่ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรัมป์ยกตัวอย่างการให้คำมั่นไว้อย่างชัดเจนว่าจะผลิตในสหรัฐฯ

จีนอ่วม ใครได้รับผลกระทบอีกบ้าง?

หากมีการประกาศภาษีครั้งใหม่นี้จริง คาดว่ามาตรการนี้จะมุ่งเป้าไปที่ “จีน” ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้า บริษัทจีนและผู้ผลิตชิปจากจีน เช่น SMIC, Huawei, YMTC จะถูกเก็บภาษีเต็มที่ เพราะไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ และยังไม่มีแผนตั้งโรงงาน ชิปจากจีนที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ (เช่น สมาร์ทโฟน, กล้อง, IoT) ที่จะนำเข้าไปขายในสหรัฐฯ อาจถูกตีภาษีซ้อนหากไม่มีการแยกภาษีเฉพาะส่วนประกอบ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากจีนในตลาดสหรัฐฯ แพงขึ้นอย่างมีนัยยะ

นอกจากนี้ บริษัทสหรัฐฯ ที่ยังพึ่งพาการผลิตชิปจากต่างประเทศ แต่ไม่มีแผนผลิตในสหรัฐฯ เช่น กลุ่มบริษัทฮาร์ดแวร์ขนาดกลาง-เล็ก หรือสตาร์ตอัป หากซื้อชิปจากผู้ผลิตในจีน ไต้หวันหรือเอเชียตะวันออก โดยไม่มีการลงทุนหรือพันธมิตรในสหรัฐฯ จะต้องแบกรับต้นทุนภาษีทันที บริษัทที่พึ่งพาจีนเป็นฐานการผลิตต้นทุนต่ำมานาน อาจต้องปรับโครงสร้างซัพพลายเชนครั้งใหญ่

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบตามมา เพราะสินค้าที่ใช้ชิปจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อาจปรับราคาสูงขึ้น เพราะต้นทุนเพิ่ม โดยเฉพาะหากภาษีไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวชิปแต่ลามไปถึงสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ

ใครตั้งโรงงานในสหรัฐฯ แล้วบ้าง?

สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (SIA) รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2020 มีโครงการมากกว่า 130 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประกาศจะลงทุนในสหรัฐ แม้ในปี 2022 กระทรวงพาณิชย์ภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน ได้จัดตั้งโครงการเงินอุดหนุนสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่า 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกระตุ้นการผลิตและได้โน้มน้าวให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ได้แก่TSMC, Samsung Electronics, Intel, Micron Technology และ GlobalFoundries ให้จัดตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ตามแผนของโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ได้เพียง 12% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ซึ่งลดลงจาก 40% ในปี 1990 กดดันให้สหรัฐฯ ต้องเร่งดึงดูดการผลิตชิปให้กลับคืนสู่ประเทศ มาตรการภาษีนี้จะทำให้ผู้ผลิตชิปในประเทศได้ประโยชน์และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะลูกค้าที่ไม่อยากเสียภาษีจะหันมาซื้อชิปจากบริษัทเหล่านี้ โดยปัจจุบันผู้ที่ตั้งโรงงานและมีแผนลงทุนในสหรัฐ ประกอบด้วย

  • TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) จากไต้หวัน หนึ่งในผู้ผลิตชิปรายใหญ่ให้กับบริษัทสหรัฐฯ กำลังสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา มูลค่าการลงทุนราว 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโรงงาน 3 แห่ง ผลิตชิปขั้นสูงระดับ 3 นาโนเมตร ทำให้ลูกค้ารายใหญ่อย่าง Nvidia อาจไม่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้น
  • Samsung Electronics จากเกาหลีใต้ กำลังตั้งโรงงานใหม่ที่เมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส มูลค่าการลงทุนราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งเป้าผลิตชิปขั้นสูง (foundry) สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ
  • Intel ผู้ผลิตสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ CHIPS Act ปัจจุบันกำลังขยายการผลิตครั้งใหญ่ในโอไฮโอ (Ohio) และรัฐอื่นๆ
  • Micron Technology ผู้ผลิตสหรัฐฯ ที่ประกาศแผนลงทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้าง “เมกะแฟบ” ที่นิวยอร์ก มุ่งเน้นชิปหน่วยความจำ (DRAM)
  • GlobalFoundries ผู้ผลิตสหรัฐฯ มีโรงงานอยู่แล้วที่นิวยอร์กและเวอร์มอนต์และประกาศลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายกำลังผลิต

ล่าสุด Texas Instruments ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ นับเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ล่าสุดที่ประกาศลงทุน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 7 โรงงานชิปทั่วสหรัฐฯ รวมถึงในรัฐเท็กซัส นอกจากนี้ยังมีบริษัทผลิตชิปจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ได้แก่

  • SK Hynix จากเกาหลีใต้ ที่ปัจจุบันยังไม่มีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ ณ ปัจจุบัน แต่มีแผนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาด้าน AI และหน่วยความจำ
  • ASML จากเนเธอร์แลนด์ แม้ไม่ใช่ผู้ผลิตชิป แต่เป็นผู้ผลิตเครื่อง EUV lithography ที่จำเป็นมากที่ประกาศขยายศูนย์ซ่อมบำรุงและสนับสนุนลูกค้าในสหรัฐฯ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม
  • Infineon Technologies จากเยอรมนีที่ได้ประกาศขยายการลงทุนในโรงงานในรัฐเท็กซัสเพื่อผลิตพาวเวอร์ชิป

ที่มาข้อมูล CNBC

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าชิปแบบจัดหนัก 100% จีนอ่วมหนัก กระทบ Huawei, SMIC, YMTC

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...