โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TikTok กินรวบตลาด ขายสินค้า-ขนส่ง “จีน” หวังกลืนธุรกิจ “ไทย”

อีจัน

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 17.33 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 22.29 น. • อีจัน

วันนี้ (6 ส.ค.68) นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้เชี่ยวชาญด้าน อีคอมเมิร์ซ และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ผู้ก่อตั้ง TARAD.com และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ภาษีทรัมป์ จะส่งผลให้สินค้าจีนที่ไม่มีคุณภาพทะลักเข้าไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ และยอมรับว่าตลาดอีคอมเมิร์ซถูกผูกขาดโดยแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง แ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงขนส่งไทยอย่าง ไปรษณีย์ไทย ด้วย

นายภาวุธกล่าวว่า ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา TikTok เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยใช้กลยุทธ์การดึงดูดผู้ใช้ด้วยคอนเทนต์และวิดีโอสั้น เมื่อผู้คนเข้าดูเนื้อหาในแพลตฟอร์มดังกล่าวมากขึ้น TikTok ก็สอดแทรกคอมเมิร์ซเข้ามา ทำให้เกิดการค้าขึ้น ทำให้ได้เปรียบ Lazada และ Shopee เนื่องจากมี “ทราฟฟิก” หรือการเข้าชม ที่ผู้คนเข้ามาดูอยู่แล้วทุกวัน

TikTok มีการใช้ Affiliate Marketing ด้วยการใช้อินฟลูเอนเซอร์ ช่วยขายสินค้า และได้รับส่วนแบ่งในการขาย เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ ขายของได้และ TikTok เติบโตขึ้น ก็เริ่มมีมาตรการควบคุมจัดการเจ้าของร้านมากขึ้น ทำให้คนไทยหรือผู้ค้ารายย่อยที่อาศัยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นช่องทางขายหลักต้องยอมรับเงื่อนไขที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะมีรายได้จากช่องทางนี้

“ผู้ค้าจำนวนมากขายของจนไม่มีกำไร เนื่องจากต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นายภาวุธ กล่าว

นอกจากนี้ TikTok ยังเริ่มผูกขาดการขนส่งกับ J&T จากเดิมที่มีขนส่งหลายเจ้า ซึ่งไม่แน่ใจว่าดีลนี้เกิดขึ้นเพราะราคาถูกกว่า หรือเป็นบริษัทจีนด้วยกัน ส่งผลให้บริษัทขนส่งในไทย เช่น ไปรษณีย์ไทย ได้รับผลกระทบ

นายภาวุธ กล่าวว่า TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สินค้าจีนหลั่งไหลเข้ามามหาศาล และเพื่อต้องการขายสินค้าจีน ให้ได้มากที่สุด การเลือกใช้ อินฟลูเอนเซอร์ คนไทยในการโปรโมท โดยเสนอคอมมิชชั่นในราคาสูง ทำให้ อินฟลูเอนเซอร์ หันไปโปรโมทสินค้าจีนเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ขายคนไทยที่นำเข้าหรือผลิตสินค้าเองไม่สามารถแข่งขันได้ อีกทั้งยังเริ่มพบปัญหาเรื่องมาตรฐานสินค้าจำนวนมากที่มาจากจีนอีกด้วย

นอกจากนี้ TikTok ยังมีการปิดกั้นข้อมูลลูกค้าของผู้ขาย เช่น ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ โดยอ้างว่ากลัวลูกค้าจะย้ายหนี หรือร้านค้าจะคัดลอกข้อมูลลูกค้าไปใช้ส่วนตัว ทั้งที่ข้อมูลเหล่านั้นเป็นสิทธิ์ของเจ้าของร้านค้า และยังอ้างเรื่อง PDPA ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้ค้ารายย่อย

“TikTok กำลังเริ่มเข้าสู่เกมการผูกขาดและเพิ่มค่าบริการขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาสอดส่องดูแลอย่างเต็มที่ นอกจากสินค้าจีนที่หลั่งไหลเข้ามามากแล้ว ระบบ Supply Chain และการขนส่งก็เลือกบริษัทจีนด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นการเข้าข่ายเอาเปรียบและการใช้อำนาจเหนือตลาดในการควบคุม” นายภาวุธ กล่าว

ดังนั้น ผู้ประกอบการรายย่อย จึงไม่ควรผูกขาดอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ควรกระจายการขายไปยังหลายแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความสมดุล ต้องสร้างช่องทางของตัวเอง เช่น มีเว็บไซต์ของตัวเอง มีระบบแชทหรือเซลล์เพจ เพื่อดึงลูกค้าใหม่จาก Marketplace แล้วขายซ้ำลูกค้าเก่าในช่องทางของตนเอง

นายภาวุธ กล่าวว่า การที่สินค้าต่างชาติเข้ามาขายและนำเงินออกไป โดยไม่มีกฎหมายที่เข้มแข็งมารองรับ ทำให้ไทยอาจกลายเป็นเพียงทางผ่าน และถูกมองว่าเป็นประเทศที่อ่อนแอที่สุดในเรื่องกฎหมาย เมื่อเทียบกับอินโดนีเซียหรือมาเลเซียที่มีกฎหมายป้องกันที่ดีกว่า

ภาครัฐยังขาดตัวกลางที่จะมาจัดการเรื่องนี้ หน่วยงานภาครัฐแต่ละแห่งทำงานแบบไร้ทิศทางและกระจัดกระจาย โดยไม่มีใครเป็นเจ้าภาพหลัก ดังนั้น ควรมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ (กรมการค้าภายใน), หน่วยงานที่ทำเกี่ยวกับกฎหมายแพลตฟอร์ม ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เข้ามาควบคุมการให้บริการเหล่านี้ และควรทำงานร่วมกับหน่วยงานเอกชน

“รวมถึงผู้ประกอบการ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ต้องมีการควบคุมสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้ามาในประเทศ และบังคับจดทะเบียนในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ใช้ช่องว่างทางกฎหมายนำเงินออกไปนอกประเทศ”นายภาวุธ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...