โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

Co-payment และนวัตกรรมการแพทย์ โอกาสทองธุรกิจบริการการแพทย์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 01.24 น.

ในขณะที่หลายฝ่ายต่างกังวลถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ภาคธุรกิจบริการทางการแพทย์ของไทยกลับมองว่านี่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยเชิงบวกหลายประการ ทั้งจากตลาดต่างประเทศและนโยบายด้านภาษี

แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ตลาดต่างประเทศที่เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ในไทยยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากภูมิภาคอาหรับและเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับที่อื่น

“ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา” ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ”ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและการบริหารจัดการในครึ่งปีหลังว่า ความท้าทายหลักในครึ่งปีหลังคือภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้ว่าการที่สหรัฐลดภาษีนำเข้าเครื่องมือแพทย์จาก 10 % เหลือ 0 % จะเป็นผลดีต่อการจัดซื้อเครื่องมือของโรงพยาบาล แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวก็อาจส่งผลกระทบต่อตลาด Medical Tourism ได้

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถือเป็นแหล่งบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งอาจเป็นโอกาสดึงดูดผู้ป่วยจากต่างประเทศที่เคยมองหาการรักษาที่แพงกว่าในประเทศอื่น ๆ ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับ (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์) และเอเชีย ยังคงเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี แม้ว่าคูเวตจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการรักษาพยาบาล แต่แนวโน้มการลดลงของผู้ป่วยจากคูเวตก็เริ่มชะลอตัวลงแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'รพ.เวชธานี'ดูแลคนไข้แบบองค์รวม ดึง AI- หุ่นยนต์สมัยใหม่ ช่วยบำบัด รักษา

บริหารคนคู่ AI วางฐานการเติบโต หลักบริหารยุคใหม่ 'รพ.เวชธานี'

ลงทุนเทคโนโลยีสร้างโอกาสแข่งขัน

เพื่อรักษาคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โรงพยาบาลเวชธานีได้ลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่ใช้เครื่องมือ 3 ชนิดร่วมกันเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำหรือการอุดเส้นเลือด และการใช้หุ่นยนต์ในกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือด

"ซึ่งการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น คนไข้หายไวขึ้น และเดินได้ดีขึ้น ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลโดยรวมลดลงเนื่องจากใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง"

นโยบายภาษีสหรัฐโอกาสลดต้นทุน

ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี มองว่านโยบายการยกเลิกภาษีนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากสหรัฐเหลือ 0 % เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวก ซึ่งอาจส่งผลให้โรงพยาบาลสามารถซื้อเครื่องมือแพทย์บางชนิดได้ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมประมาณ 10 % อย่างไรก็ตามยังคงต้องตรวจสอบราคาอีกครั้งว่าลดลงตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ นโยบายนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ต่อไป

"ครึ่งปีแรกเราเติบโตประมาณ 10 % ในครึ่งปีหลังนี้ยังคงตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยมีเป้าหมายรายได้รวมของปีจะแตะเกิน 10% ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องดูสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต้่ปัจจุบันที่รายได้โดยรวมยังคงใกล้เคียงกับเดิม"

“โคเพย์เมนต์”ส่งผลดีต่อธุรกิจ

โดยช่วงครึ่งปีแรก ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจการแพทย์ในตลาดไทยคือ ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในนโยบายประกันสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โคเพย์เมนต์” (Co-payment) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ แม้ในระยะแรกจะยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนนักในไตรมาส 2 เนื่องจากมีผู้ที่รีบตัดสินใจซื้อประกันก่อนที่เงื่อนไขโคเพย์เมนต์จะมีผลบังคับใช้เต็มตัว แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มนี้กลับส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ เนื่องจาก กระตุ้นให้ผู้คนมีประกันมากขึ้น

หลักการของโคเพย์เมนต์ คือการส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการ ใช้ทรัพยากรอย่างสมเหตุสมผลและเท่าที่จำเป็น โดยผู้ป่วยจะร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดการใช้บริการเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ กองทุนประกันสุขภาพสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในปัจจุบันสูงมาก (ประมาณ 10-13%) การมีโคเพย์เมนต์จึงช่วยบริหารจัดการกองทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย

แม้ว่าโรงพยาบาลจะกำหนดราคาค่ารักษาพยาบาลเท่ากันสำหรับทั้งผู้ป่วยที่มีและไม่มีประกัน แพทย์ก็จะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในวงเงินประกันของผู้ป่วย (เช่น วงเงิน OPD ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อครั้ง และโดยทั่วไปสามารถใช้ได้ประมาณ 30 ครั้งต่อปี) เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยต้องจ่ายส่วนเกินเอง

ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าเพื่อให้คุณภาพการรักษาที่ดีมีมาตรฐาน จึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอย่างละเอียดทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้นและใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลสั้นลง เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำได้ต้องมีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี มีการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ ใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมเพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น

รวมทั้งการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง สร้างความร่วมมือและการประสานงานที่ดีในทีมแพทย์หลายสาขา เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ใช้ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งาน และใช้ระบบการสแกนบาร์โค้ดในการให้ยาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

"การบริหารจัดการต้นทุน การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ และการพัฒนาบุคลากร ทุกอย่างต้องดำเนินการไปพร้อมกันทุกภาคส่วนถึงจะทำให้การรักษามีคุณภาพมาตรฐานในราคาที่ดีได้"

เตรียมเปิดตัวพอร์ทัลข้อมูลผู้ป่วย

ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency)และความปลอดภัย (Safety)ในการให้บริการแก่ผู้ป่วย แนวคิด “Digital Health” เข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ซึ่งมักจะซ่อนอยู่ในระบบการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม

ระบบ Digital Health ถูกนำมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าการให้ยา การให้เลือด หรือแม้แต่นมแม่ จะถูกให้กับผู้ป่วยที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก หากไม่มีระบบนี้ การดูแลรักษาก็จะเกิดความสิ้นเปลืองและต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมอยู่เสมอ นอกจากนี้ การบริหารจัดการที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยยังช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้บุคลากรมีผลิตภาพที่ดีขึ้น และผู้ป่วยได้รับการบริการที่รวดเร็วและแม่นยำ

"ขณะนี้กำลังพัฒนาระบบพอร์ทัลข้อมูลผู้ป่วยนี้จะทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของตนเองได้ผู้ป่วยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนมือถือและเข้าสู่ระบบเพื่อดูข้อมูลที่จำเป็นได้ เช่น ผลตรวจเลือด การผ่าตัดที่เคยทำ และยาที่ต้องใช้ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมากเวลาไปโรงพยาบาลและต้องให้ประวัติ ช่วยลดขั้นตอนการซักประวัติที่บางครั้งผู้ป่วยก็จำรายละเอียดไม่ได้ ระบบนี้มีเป้าหมายที่จะเปิดให้ใช้งานได้ภายในปลายไตรมาสที่ 3 นี้"

พอร์ทัลนี้ได้รับการพัฒนาโดยแพทย์ชาวไทยจากเชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นฐานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และมีความเชี่ยวชาญในการเขียนแอปพลิเคชันเป็นอย่างมาก โรงพยาบาลได้ทำงานร่วมกับแพทย์ท่านนี้ในการพัฒนาระบบนี้ขึ้นมา การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการดำเนินงานนอกจากการพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโดยตรงแล้ว เทคโนโลยียังถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานภายในโรงพยาบาลด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...