เปิดชีวิตหลายเลเยอร์ของ ชบา CHABABIE ในวันที่กล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน
เปิดชีวิตหลายเลเยอร์ของ ชบา CHABABIE ในวันที่กล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน
ชบา-ฏฐามณี พิชญสุทธิศีล อดีตร็อกเกิร์ลสายพลังที่หลายคนจำได้จากรายการ The X Factor Thailand และเจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนด์อุดรธานี 2025 ที่ล่าสุดกลับมาอีกครั้งในฐานะศิลปินหญิงภายใต้สเตจเนมใหม่ “CHABABIE” พร้อมเปิดตัวซิงเกิลแรกภายใต้ลุคใหม่ในแนวป๊อปกับเพลงชื่อ “Hug me แค่อยากอ้อน” ผลงานจากค่าย Noble Music เพลงที่ไม่ใช่แค่บอกเล่าความน่ารัก แต่ยังเต็มไปด้วยเบื้องหลังแรงบันดาลใจ และพลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้าก้าวข้ามคอมฟอร์ตโซนของตัวเองในทุกช่วงชีวิต และมิวสิกวิดีโอสุดละมุนที่ได้หนุ่มฮอตรักษ์โลก ทราย สก๊อต มาร่วมเป็นพระเอก และได้ บิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งงานเพลงและมิวสิกวิดีโอ
จุดเริ่มต้นของ “CHABABIE” ไม่ใช่แค่ชื่อเล่นน่ารักๆ แต่เกิดจากคำแซวในกลุ่มเพื่อนที่เรียกชบาว่า “บาร์บี้” จนกลายเป็น “ไอ้บี้” ก่อนนำมาตั้งเป็นชื่อโซเชียลและในที่สุดก็กลายเป็นชื่อในฐานะศิลปิน
“พี่บิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด เขาก็เลยเอาไปตีความเป็นตุ๊กตา อีกอย่างหนึ่งคือความที่หนูทำอะไรค่อนข้างทำให้คนตกใจ ตอนเด็กๆ เรามาจากการเป็นศิลปินร็อก แล้วก็มาประกวดมิสแกรนด์เป็นอะไรที่คอนทราสต์มากๆ หนูคิดว่าพี่บิ๊กคงอยากสร้างคอนทราสต์อีกเลเยอร์หนึ่ง โดยการจับชบาเป็นตุ๊กตาไปเลย”
พอมาเปลี่ยนลุคมาเป็นแนวบาร์บี้น่ารักสดใส แต่กระนั้น ชบา ก็ว่าไม่มีความเป็นตัวเองมากเท่าไหร่ เป็นเหมือนการได้เพิ่มเลเยอร์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
“มันเป็นอีกบทบาทนึงที่คนเรามันมีหลายมิติด้านในแอบซ่อนอยู่ หรือว่าแบบมันมีความซับซ้อนในเรื่องเล่าของความเป็นตุ๊กตาที่อาจจะเล่าออกมาในเพลงต่อๆ ไปหลังจากนี้”
“ใดๆ คือถ้าถามว่าลุค CHABABIE ตรงกับชบาแค่ไหน ค่อนข้างจะไม่ตรง แต่เราอาจจะมีมู้ดของความการ์ตูนนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับตุ๊กตาขนาดนั้น ยังไงชบาก็ยังมีความสุดเวลาทำอะไรอยู่”
ซึ่ง “ชบาก็เซอร์ไพรส์ตัวเอง เซอร์ไพรส์เหมือนกับที่ทุกคนเซอร์ไพรส์”
นอกจากนี้ เพลงนี้ยังผสมผสานเมโลดี้ที่น่ารักติดหู เข้ากับเสียง whistle ลูกเล่นที่เธอเสนอให้ใส่เองและทำให้เพลงดูสดใสเป็นพิเศษ
“ชบาบอกพี่บิ๊กว่าหนู whistle ได้นะ ลองเพิ่มคีย์ขึ้นไปไหม whistle คือการทำเสียงคล้ายๆ สโนไวท์ ก็เลยลองดู พอทำแล้วเอามาอัดไปในเพลงเลย เพราะคนไทยยังไม่ค่อยได้เห็นไม่ค่อยมีใครทำแนวนี้หรือว่ามี whistle อยู่ในเพลง ซึ่งมันเป็นมิติใหม่ๆ ค่อนข้างท้าทายและใช้สกิลเยอะในเพลงน่ารัก เพลงที่เราดูเราฟังแล้วดูไม่ได้มีสกิลอะไรแต่ที่จริงแล้วแอบยาก”
กับการที่ได้ ทราย สก๊อต มาเล่นมิวสิกวิดีโอ นั้นส่วนนึงนอกจากเพราะ บิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด แล้ว ก็ยังมาจากผู้จัดการส่วนตัวของตัวเองที่เป็นแฟนคลับตัวยงของทรายนั่นเอง
“เขาก็จะส่งอัพเดตว่ามีพี่คนนี้อยู่ภูเก็ต เขาเก็บขยะ เรารักเขามากเลยเธอ แล้วเขาเคยพูดให้สัมภาษณ์ว่าเขาชอบบาร์บี้มากตอนเด็กๆ หนูว่าน่าจะเป็นด้วยเหตุผลนั้น พี่บิ๊กอาจจะเคยเห็นสัมภาษณ์อันนั้น หนูว่าก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกันพอดี”
“จะบอกว่าฟินทั้งกอง” ชบาบอก ก่อนจะเล่าต่อว่า “ทุกคนในกองโดนตก เรามีโอกาสคุยในเรื่องทัศนคติของการความรักษ์โลก ด้วยความที่ชบาและผู้จัดการโตมากับทะเลภูเก็ตเหมือนกับพี่ทราย มันคุยเคมีลงตัวมาก พอทำงานก็ราบรื่นมาก เพราะว่าจิตเราเชื่อในสิ่งเดียวกัน”
หลังห่างหายจากการปล่อยซิงเกิลของตัวเองนานกว่า 6 ปี ชบาเผยว่าเส้นทางนี้เป็นการกลับมาอย่างจริงจัง โดยไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่เป็นเรื่องของการกล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน
“เลยมองว่าถ้าจะทำจริงๆ ทุกอย่างมันยาก ไม่ใช่แค่เพลง ทุกอย่างที่มันเป็นการเริ่มต้น มันเป็นการคัมแบ็ก ยากเสมอ มันไม่ใช่แค่เพลง แต่คุณจะไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน”
“ทุกคนไม่มีใครเคยคิดว่าชบาจะมาประกวดนางงาม ชบาที่โคตรเท่เลยอยู่ดีๆ มาเป็นตุ๊กตาก็ หลังจากนี้หนูจะเป็นอะไรอีกก็ได้ หนูกล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน รู้สึกสนุกที่จะเอ็นจอยในการใช้ชีวิต แล้วก็ทำผลงานให้มันเกิดเรื่อยๆ หนูว่าอันนั้นมากกว่าที่เป็นคีย์”
เรียกว่าเป็นอีกคนนึงที่ได้ลองทำมาแล้วหลายอย่าง แต่สิ่งที่เจ้าตัวบอกว่าชอบที่สุดก็คือการได้อยู่บนสเตจ
“ชบาชอบตัวเองบนสเตจ บนสเตจที่ได้คิดเองว่าวันนี้จะโชว์อะไร บนสเตจที่หนูดีไซน์เอง หนูรู้สึกว่าโมเมนต์นั้นหนูสามารถพลิกเป็นอะไรก็ได้ตอนนั้นหนูเอ็นจอยที่สุด”
ทั้งนี้ ชบา ยังได้เล่าให้ฟังถึงช่วงที่ห่างหายไปจากวงการเพลงว่า ได้กลับไปทำสตูดิโอสอนร้องเพลงที่ภูเก็ต แต่ก็มักจะมีคำถามกับตัวเองว่า ตอนนั้นหนูอายุ 23-24 หนูจะมีคำถามกับตัวเองว่า “มันใช่เวลาที่หนูจะทำให้คนอื่นประสบความสำเร็จไหม แล้วตัวหนูล่ะ พระเจ้าไม่ได้ส่งหนูเพื่อที่จะมาประสบความสำเร็จด้านศิลปินเลยเหรอ”
ซึ่งก็ได้คำตอบให้ตัวเองว่า ไม่ใช่ เลยตั้งใจที่จะลุกออกมาจากจุดนั้น และเริ่มต้นด้วยอะไรใหม่ที่เปลี่ยนภาพของตัวเองไปเลย ด้วยการไปประกวดนางงาม
“ความพีคคือที่จริงคนรอบข้าง โดยเฉพาะแม่ พูดกับหนูมาตลอดว่า อย่าเจาะหูเยอะนะ อย่าเพิ่งสักนะ เผื่อประกวดนางงาม ซึ่งหนูบอกแม่ว่าไม่มีวัน”
“หนูไม่รู้ว่าแม่เขาอาจจะรู้จักหนูมากกว่าหนูก็ได้ เพราะเขาดูไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไร เขาก็แบบว่า นั่นคือเหตุผลที่ฉันพูดหรือเปล่า”
กับการตัดสินเริ่มต้นในเส้นทางใหม่ที่ต่างจากตัวเองไม่น้อยนั้น ชบาก็ว่า ณ วันนี้ยังมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง มองว่าเป็นพื้นที่ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ และทำให้ตัวเองมีแพชชั่นกลับมาดูแลตัวเองกลับมาเข้าหาคนหรือว่าเปิดตัวเองมากขึ้น
“มันเหมือนเราดึงตัวเองกลับมาสู่ผู้คน พร้อมที่กลับมาอยู่ในวงการ”
แม้ว่าการประกวดครั้งนี้จะยังไม่ถึงเป้าหมายสูงสุด ยังไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ถือว่าเป็นการได้กลับมาอยู่ในแสง กลับมาเพิ่มพลังตัวเอง ปลุกตัวเองให้กล้ากลับมาเดินในวงการนี้
“ที่จริงชบาอยากลุยกับเพลง คือการกลับมาแข่งนางงามเหมือนมาบูสต์เอเนอร์จี้เพื่อกลับมาลุยกลับวงการเพลง แต่ถามว่าอยากกลับไปประกวดอีกไหม ก็แอบเล็ง ไม่แน่ 28- 29 อาจจะกลับไปใหม่ อีกสัก 4-5 ปีค่ะ”
“กลับมาครั้งนี้โอเพ่นกว่าตอนเด็กๆ เยอะมาก ด้วยความที่เราไปอยู่ในแกรนด์ได้หมด ทำอะไรก็ได้ ต่อให้ไม่มีคำว่าไม่มีเอเนอร์จี้ ไม่มีคำว่าว่าหมด ไม่มีงอแงเวลาทำอยู่แล้ว พร้อมลุยพร้อมบวกทุกอัน”
“เพราฉะนั้นถ้าเกิดมีใครสนใจอยากให้ลองแสดงหนังหรือซีรีส์อะไรที่เป็นมุมอื่นๆ ก็อยากทำเหมือนกันค่ะ ยังไงก็รอติดตามคิดว่าจะเซอร์ไพรส์ผลงานต่อๆ ไปของชบา ไม่ว่าชบาจะทำอะไรจะทำให้เซอร์ไพรส์เสมอค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชีวิตหลายเลเยอร์ของ ชบา CHABABIE ในวันที่กล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th