อายัด vs ระงับ ต่างกันอย่างไร? เปิดขั้นตอนปลดล็อกบัญชีแบบละเอียด
(วันนี้ 16 ก.ย.68) จากกรณีที่ประชาชนจำนวนมากเจอสถานการณ์ “บัญชีถูกระงับ” จนไม่สามารถทำธุรกรรมบางรายการได้ หลายคนเข้าใจว่าเป็นการ “อายัดบัญชี” ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วทั้งสองคำมีความหมายและขั้นตอนปลดล็อกที่ต่างกัน
“ระงับธุรกรรม” คืออะไร?
- เป็นมาตรการของธนาคารเพื่อป้องกันการฟอกเงินและติดตามเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ
- ระงับเฉพาะ ยอดเงินที่น่าสงสัย ไม่ได้ปิดบัญชีทั้งหมด
- เจ้าของบัญชียังทำธุรกรรมอื่นได้ตามปกติ (ยกเว้นยอดที่ถูกระงับ)
- มีระยะเวลาตรวจสอบสูงสุด 3 วัน
- ถ้าบัญชีมีความเสี่ยงสูงหรือถูกจัดเป็น “บัญชีม้า” จะขยายได้รวมสูงสุด 10 วัน
- ล่าสุด (มีผล 14 ก.ย. 68) หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ จะปลดระงับให้ ภายใน 4 ชั่วโมง
“อายัดบัญชี” คืออะไร?
- ต้องมี หมายอายัด จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- เมื่อถูกอายัด จะไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้เลย ทั้งถอน โอน หรือรูดบัตร
- ปลดล็อกได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของบัญชีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และได้รับเอกสารยกเลิกอายัดอย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนการปลดระงับธุรกรรม
1. โทรสายด่วน 1441 กด 2 ติดต่อศูนย์ AOC
2. แจ้งขอปลดระงับและส่งข้อมูลให้ตรวจสอบ
3. ศูนย์ AOC ประสานงานกับ ธปท., ธนาคาร, ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ จะปลดระงับได้ภายในไม่เกิน 4 ชั่วโมง
5. ธนาคารจะเป็นผู้แจ้งผลให้เจ้าของบัญชีทราบ
ขั้นตอนการปลดอายัดบัญชี
1. ติดต่อสถานีตำรวจหรือพนักงานสอบสวนที่ออกหมายอายัด
2. นำหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ เช่น
- เอกสารการโอนเงิน
- หลักฐานการประกอบธุรกิจ
- บัตรประชาชน / สมุดบัญชี
3. หากพนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่เกี่ยวข้อง จะออกเอกสาร “คำสั่งถอนอายัด” พร้อมตราประทับ
4. นำเอกสารนี้ไปยื่นที่ธนาคาร เพื่อให้ธนาคารดำเนินการปลดอายัด
ระยะเวลา : ขึ้นอยู่กับความเร็วของการตรวจสอบหลักฐานและการออกเอกสารจากตำรวจ
ข้อควรระวัง
- ศูนย์ AOC จะไม่ติดต่อประชาชนโดยตรง หากมีใครโทรมาบอกว่าจะช่วยปลดล็อก ต้องระวังมิจฉาชีพ
- เก็บหลักฐานการติดต่อทั้งหมด (วัน เวลา ชื่อเจ้าหน้าที่) เผื่อใช้ติดตามความคืบหน้า
- หากมีความจำเป็นเร่งด่วน อาจปรึกษาทนายความเพื่อช่วยเร่งรัดกระบวนการ