โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สูตรปั้นแบรนด์ Bioactive+ สไตล์ มาดามเมย์ 4 เดือนทำเงินเกือบพันล้าน ยอดขายกว่าครึ่งมาจาก TikTok

Thairath Money

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 05.17 น.
ภาพไฮไลต์

เชื่อว่าหลายคนคงจะผ่านตากันมาบ้างกับกระแส “หักจุก เท เขย่า” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในรูปแบบหลอด ซึ่งเป็นวิธีการบริโภคที่แปลกใหม่และกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคือBioactive Concentrated Liquid จากแบรนด์ Bioactive+ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการอาหารเสริมในประเทศไทยและเป็นที่จับตามองของผู้คนในวงกว้าง

ซึ่งเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้คือการร่วมมือของสองผู้บริหารที่น่าจับตามอง นั่นคือ ดร.วาสนา อินทะแสง มาดามเมนี่ หรือ เมย์ วาสนา ที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลมาพอสมควร และจี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร

ดร.วาสนา ผู้บริหารหญิงผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารเสริมมานานกว่า 8 ปี กล่าวว่า Bioactive Lab ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ตั้งใจออกมาทำอย่างเต็มตัว จากเดิมที่ธุรกิจหลักคือการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับลูกค้ากว่า 5,000 แบรนด์ ซึ่งแม้จะมียอดขายดีแต่ก็ประสบปัญหาเรื่องการเก็บหนี้สิน ทำให้งบการเงินในปี 2567 ติดลบเป็นร้อยล้านบาท การตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเองจึงเป็นเสมือนทางออก เพื่อสร้างความมั่นคงและไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น พร้อมกับถือเป็นการคลีนตัวเอง ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อไม่ให้กระทบกับแบรนด์

หมดยุคตีหัวเข้าบ้าน คาดหวังผลในระดับสูง ต้นทุนก็สูงตาม

“เราไม่สามารถทำของดีในราคา 9 บาทให้ลูกค้าได้” ดร.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซต 1984 จำกัด ย้ำถึงความซื่อสัตย์ในการผลิต พร้อมเผยว่า “ที่ผ่านมาตลาดอาหารเสริมไทยอยู่ในภาวะ “พังพินาศ” เนื่องจากหลายแบรนด์เน้นราคาถูกจนคุณภาพไม่ตรงปก ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น มากกว่า 90% ของแบรนด์ในตลาดไม่ได้ไปต่อ ดังนั้น Bioactive+ เข้ามาในตลาดในช่วงที่หลายคนจมน้ำ เพราะต้องการเป็นแบรนด์ที่สร้าง Trustworthiness ให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง”

เธอจึงยอมลงทุนและใช้เวลาถึง 2 ปีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ดิ้ง แม้จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อเวลาและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเทคโอเวอร์แบรนด์ Bioactive+ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปีในนิวซีแลนด์ ซึ่ง เมย์ ให้เหตุผลว่า "เงินซื้อได้หลายอย่าง แต่ซื้อเวลาไม่ได้"

ทั้งนี้ “BioActive+” เป็นแบรนด์น้องใหม่ระดับโลกที่ปักหมุดเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 กลายเป็นผู้เล่นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาด ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ชัดเจน การลงทุนทางการตลาดระดับแมส และนวัตกรรม Concentrated Liquid Supplement ที่โดดเด่นในแง่การดูดซึมสารอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเป็นแบรนด์แรกและเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ผลิตคอลลาเจนในรูปแบบหลอดแบบ “Tube” ซึ่งจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อย

นับเป็นนวัตกรรมที่แตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้มองว่าอาหารเสริมเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย เหมือนการดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ ไม่ใช่การรับประทานยา

โดยผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อและเป็นตัวเรือธงคือ Bioactive Concentrated Liquid Collagen คอลลาเจนชนิดเข้มข้นในรูปแบบของเหลว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่บริษัทนำเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใครและรสชาติที่อร่อย ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ง่าย สะดวก และเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว จนกลายเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์

สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซต 1984 จำกัด ในฐานะผู้บริหารด้านแบรนด์ดิ้งและมาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ความท้าทายที่สำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจในสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน จึงเลือกใช้ช่องทาง TikTok เป็นสื่อหลัก ในการสื่อสารและสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเน้นการเปิดเผยส่วนผสมและงานวิจัยทั้งหมด เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นถึงความจริงใจและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ซึ่งกลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยช่องทาง TikTok มีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 50% นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่นๆ เช่น Shopee, Lazada และออนไลน์ รวมทั้งในอนาคตมีแผนจะขยายสู่ช่องทางออฟไลน์ รวมถึงการวางขายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ด้วยแพ็คเกจแบบหลอดเดี่ยวในราคาประมาณ 59-79 บาท และมีแผนจะนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่โรงพยาบาลและร้านขายยา เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน Bioactive Lab มีสัดส่วนการถือหุ้นในนิวซีแลนด์อยู่ที่ 55% และพาร์ทเนอร์ชาวนิวซีแลนด์ถือ 45% เพื่อให้บริษัทไทยมีอำนาจในการบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่ ส่วนในประเทศไทยบริษัทฯ ถือหุ้นทั้งหมด 100% ซึ่งแทบจะใช้เงินน้อยมากในการเทคโอเวอร์แบรนด์มา เนื่องจากที่นิวซีแลนด์มีการร่วมทุนโรงงานก่อน ทั้งนี้มีแผนจะขยายตลาดไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าไทยถึง 10 เท่า และมีแผนจะร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในอเมริกาเพื่อตั้งโรงงานผลิตในอนาคต เพื่อลดต้นทุนและภาษี

เส้นทางสู่ความสำเร็จและทิศทางการตลาด

แม้จะเพิ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นาน แต่ Bioactive+ ได้สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพียง 4 เดือนหลังการเปิดตัว (5 พฤษภาคม– 9 กันยายน 2568) BioActive+ ทำยอดขายพุ่งทะลุ 921 ล้านบาท (ข้อมูลซัปพอร์ต จาก Insight Data ของยอดขาย นับตั้งแต่ วันที่ 5 พฤษภาคม - 9 กันยายน 2568) คิดเป็น 61.4% จากเป้าหมายในปี 2568 ที่วางไว้คือ 1,500 ล้านบาท โดยแบรนด์มียอดคำสั่งซื้อสิ้นค้าทั้งหมด 1,541,707 กล่อง หรือ จัดจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 15 ล้านหลอด คิดเป็นวันละ 121,394 หลอด ชั่วโมงละ 5,058 หลอด นาทีละ 84 หลอด(ข้อมูลซัปพอร์ต จาก Insight Data ของยอดขาย นับตั้งแต่ วันที่ 5 พฤษภาคม - 8 กันยายน 2568) และตั้งเป้าแตะ 1,500 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2568 หรือคิดเป็น Market Share ประมาณ 3% ของตลาดอาหารเสริมไทย

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเปิดตัว 4 สูตรหลัก ได้แก่

  • Concentrated Liquid Collagen
  • Concentrated Liquid Asta Drink
  • Concentrated Liquid Gold
  • Concentrated Liquid Gluta

และยังมีแผนเปิดตัวสูตรใหม่ในช่วงปลายปี อีก 3 SKUs เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Bioactive+ นับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดคอลลาเจนของไทยเติบโตจาก 1,400 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาทในปัจจุบัน

ความโดดเด่นของ BioActive+ ไม่ได้อยู่แค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการสร้างแบรนด์และการตลาดที่เข้มข้น ครอบคลุมทั้ง Branding – Communication – Sales Activation บนงบการสร้างแบรนด์ และการตลาดที่วางไว้อยู่ที่ 10-15% จากเป้ายอดขาย ในปี 68

สำหรับ 4 เดือนสุดท้ายของปี BioActive+ เตรียมเดินหน้าขยายตลาดเต็มกำลัง ด้วยกลยุทธ์ Omnichannel Expansion โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 SKUs พร้อมใช้งบการตลาดเพิ่มเติมเพื่อสร้าง Awareness และทดลองซื้อ ควบคู่กับการใช้ Data-Driven Marketing & Personalization ผ่าน CRM เพื่อนำเสนอแคมเปญเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะบุคคล (Remarketing & Personalized Campaigns) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขาย

อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ตลาดที่ผ่านมา ดร.วาสนา พบว่า ธุรกิจที่เน้นการขายราคาถูกเสมือน "ตีหัวเข้าบ้าน" มักจะอยู่ได้ไม่นานและเริ่มจะตายไปจากตลาด ขณะที่แบรนด์ที่มีคุณภาพสูงและมีราคาเหมาะสม แม้จะมีสัดส่วนลูกค้าที่ยอมจ่ายเพื่อของดีเพียง 10% แต่ลูกค้ากลุ่มนี้มักจะภักดีต่อแบรนด์และทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุนี้ Bioactive+ จึงมีเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์ที่มั่นคงและอยู่คู่กับผู้บริโภคไปอีกหลายร้อยปี เปรียบเสมือน Nivea กระปุกสีน้ำเงิน ที่มีฐานแฟนที่รักในคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ โดยไม่คิดที่จะสร้างแบรนด์ใหม่เพราะต้องการให้เป็นความท้าทายสุดท้ายในชีวิตการทำงานที่จะผลักดันให้แบรนด์ไทยไปยืนอยู่บนเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ตลาดอาหารเสริมในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 90,000 ล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 7-10% ต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 ที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แนวโน้มที่น่าสนใจในตลาดนี้ประกอบด้วย

  • Anti-Aging (ชะลอวัย)
  • Beauty from Within (ความงามจากภายใน)
  • Energy Boost (เพิ่มพลังงาน)

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด "สูงวัยอย่างสง่างาม" (Age Gracefully) และการดูแลสุขภาพแบบ "องค์รวม" (Holistic) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารเสริม

รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมีการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้จริง ทำให้แบรนด์ต้องสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส (Brand Transparency) นอกจากนี้ 41% ของคนไทยมีความรู้เรื่องโภชนาการมากขึ้น และสามารถอ่านฉลากเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าได้เอง และ 73% ของผู้บริโภคไทยรู้จักและเคยบริโภคคอลลาเจน

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นทางของแบรนด์ Bioactive+ ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการสร้างปรากฏการณ์ที่ท้าทายตลาด ผ่านบทพิสูจน์ว่า “ธุรกิจที่ยั่งยืนไม่ได้สร้างจากราคาที่ถูกที่สุด แต่สร้างจากความจริงใจและคุณค่าที่ส่งมอบให้กับผู้บริโภค” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Bioactive+ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำและเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันตลาดคอลลาเจนของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สูตรปั้นแบรนด์ Bioactive+ สไตล์ มาดามเมย์ 4 เดือนทำเงินเกือบพันล้าน ยอดขายกว่าครึ่งมาจาก TikTok

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...