ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?
ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?
ทราบกันดีว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการส่งออกช้างไปค้าขายยังต่างชาติ แล้วสงสัยหรือไม่ว่า อยุธยาจับช้างจากที่ไหน ต่อเรือกำปั่นตรงไหน ช้างลงเรือที่ท่าไหน?
คำตอบก็คือ “บางไทร” ปัจจุบันอยู่ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลักฐานจากบันทึกของพ่อค้าชาวต่างชาติกล่าวถึงการค้าช้างของกรุงศรีอยุธยาว่าเฟื่องฟูมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ดังนั้น แหล่งพักช้าง และตลาดค้าช้าง จึงควรจะต้องตั้งอยู่รอบนอกของพระนคร ที่มีเส้นทางเชื่อมระหว่างท่าเรือกับแหล่งจับช้างตามหัวเมือง
สันนิษฐานว่า บริเวณ “วัดช้างใหญ่” ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตจะเป็นเพนียดช้างมาก่อน แม้จะไม่พบสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่มีอายุเก่าแก่ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อพิจารณาจากภูมิศาสตร์ที่วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนฝั่งตะวันออก ถัดออกไปทางทิศตะวันออกก็จะเป็นเส้นทางตัดตรงไปถึงเมืองนครนายก ซึ่งเป็นแหล่งจับช้างในป่าใหญ่ที่สำคัญมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และหากพิจารณาจากชื่อวัดก็อาจพอเห็นร่องรอยได้ว่า ที่นี่คงจะเคยเป็นเพนียดช้างมาก่อนนั่นเอง
พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จพระราชดำเนินไปโพนช้างในป่าเมืองนครนายก และต่อกำปั่นบรรทุกช้างไปขาย ความว่า
“…ทรงพระกรุณาตรัสสั่งโกษาธิบดีให้ต่อกำปั่น 3 หน้า ปากกว้าง 6 วา แล้วทรงพระกรุณาตรัสสั่งให้ติดสมอณวัดมเหยงคณ์ต่อกำปั่น 5 เดือนเศษจึ่งสำเร็จแล้วๆ ให้ใช้ใบออกไปณเมืองมฤท แล้วให้ประทุกช้างออกไปจำหน่ายณเมืองเทศ 40 ช้าง…”
พระราชพงศาวดารระบุชื่อ “วัดมเหยงคณ์” ซึ่งเดิมเข้าใจว่าเป็นวัดมเหยงคณ์ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นที่นี่จริง จะติดปัญหาเรื่องคมนาคมขนส่ง วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากคลองหันตรา และแม่น้ำป่าสัก ซึ่งไม่น่าจะเป็นเส้นทางเหมาะสมสำหรับใช้เดินเรือกำปั่นบรรทุกช้างแน่นอน
ท่าเรือ แหล่งพักช้าง และตลาดค้าช้าง จึงควรตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่า ดังนั้น หากวัดช้างใหญ่คือเพนียดช้าง ท่าเรือที่ใช้ขนส่งช้างจึงควรอยู่ไม่ไกลกัน
บริเวณฝั่งตรงข้ามของวัดช้างใหญ่ ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่คล้ายเกาะริมแม่น้ำเรียกว่า “เกาะใหญ่” อันเป็นพื้นที่ของตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นี่มีวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า “วัดพระคริสตประจักษ์ (เกาะใหญ่)” เดิมบริเวณนี้สร้างบนพื้นที่ของวัดร้างที่ลงทะเบียนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาชื่อว่า “วัดมเหยงคณ์ (ร้าง)” จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า บริเวณพื้นที่เกาะใหญ่นี้เองที่เป็นอู่ต่อเรือกำปั่นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามที่ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดาร
ถัดจากเกาะใหญ่ไปทางทิศตะวันตกไม่ไกลจะมี “คลองพระยาบรรลือ” บริเวณปากคลองจะมีวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า“วัดท่าซุงทักษิณาราม” หรือวัดท่าซุง ตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากพิจารณาจากชื่อวัดก็อาจพอเห็นร่องรอยได้ว่า ที่นี่คงจะเคยเป็นแหล่งลำเลียงไม้ซุงมาก่อน
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ไม้ซุงสำหรับต่อเรือกำปั่นถูกลำเลียงมาตามคลองพระยาบรรลือ ผ่านวัดท่าซุง แล้วส่งไปยังวัดมเหยงคณ์ (ร้าง) ที่เกาะใหญ่ เพื่อต่อเรือกำปั่น เมื่อต่อเรือกำปั่นเสร็จก็นำเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังบริเวณวัดช้างใหญ่ ซึ่งเป็นเพนียดช้าง แหล่งพักช้าง หรือตลาดค้าช้าง จากนั้นก็ส่งช้างลงเรือกำปั่นออกไปขายยังต่างแดน
ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยาจึงอยู่ที่บางไทรนี่เอง
อ่านเพิ่มเติม :
- ช้าง! ช้าง! ช้าง! พบซากโคตรช้าง 15 ล้านปี กลางแดนย่าโม ลุ่มน้ำมูน เมืองโคราช
- รู้หรือไม่ “ช้าง” คือ หนึ่งใน “สินค้าส่งออก” ที่ขึ้นชื่อของกรุงศรีอยุธยา
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
อชิรวิชญ์ อันธพันธ์. “ค่ายบางไทร ในสงครามเสียกรุงฯ พ.ศ. 2310 เส้นทางแห่งหายนะทางเศรษฐกิจของกรุงศรีอยุธยา” ใน ศิลปวัฒนธรรม, ธันวาคม 2567.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com