โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 09.24 น.
(ภาพจาก หนังสือ : Jungle trails and jungle people)

ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?

ทราบกันดีว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการส่งออกช้างไปค้าขายยังต่างชาติ แล้วสงสัยหรือไม่ว่า อยุธยาจับช้างจากที่ไหน ต่อเรือกำปั่นตรงไหน ช้างลงเรือที่ท่าไหน?

คำตอบก็คือ “บางไทร” ปัจจุบันอยู่ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หลักฐานจากบันทึกของพ่อค้าชาวต่างชาติกล่าวถึงการค้าช้างของกรุงศรีอยุธยาว่าเฟื่องฟูมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ดังนั้น แหล่งพักช้าง และตลาดค้าช้าง จึงควรจะต้องตั้งอยู่รอบนอกของพระนคร ที่มีเส้นทางเชื่อมระหว่างท่าเรือกับแหล่งจับช้างตามหัวเมือง

สันนิษฐานว่า บริเวณ “วัดช้างใหญ่” ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตจะเป็นเพนียดช้างมาก่อน แม้จะไม่พบสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่มีอายุเก่าแก่ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อพิจารณาจากภูมิศาสตร์ที่วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนฝั่งตะวันออก ถัดออกไปทางทิศตะวันออกก็จะเป็นเส้นทางตัดตรงไปถึงเมืองนครนายก ซึ่งเป็นแหล่งจับช้างในป่าใหญ่ที่สำคัญมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และหากพิจารณาจากชื่อวัดก็อาจพอเห็นร่องรอยได้ว่า ที่นี่คงจะเคยเป็นเพนียดช้างมาก่อนนั่นเอง

พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จพระราชดำเนินไปโพนช้างในป่าเมืองนครนายก และต่อกำปั่นบรรทุกช้างไปขาย ความว่า

“…ทรงพระกรุณาตรัสสั่งโกษาธิบดีให้ต่อกำปั่น 3 หน้า ปากกว้าง 6 วา แล้วทรงพระกรุณาตรัสสั่งให้ติดสมอณวัดมเหยงคณ์ต่อกำปั่น 5 เดือนเศษจึ่งสำเร็จแล้วๆ ให้ใช้ใบออกไปณเมืองมฤท แล้วให้ประทุกช้างออกไปจำหน่ายณเมืองเทศ 40 ช้าง…”

พระราชพงศาวดารระบุชื่อ “วัดมเหยงคณ์” ซึ่งเดิมเข้าใจว่าเป็นวัดมเหยงคณ์ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นที่นี่จริง จะติดปัญหาเรื่องคมนาคมขนส่ง วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากคลองหันตรา และแม่น้ำป่าสัก ซึ่งไม่น่าจะเป็นเส้นทางเหมาะสมสำหรับใช้เดินเรือกำปั่นบรรทุกช้างแน่นอน

ท่าเรือ แหล่งพักช้าง และตลาดค้าช้าง จึงควรตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่า ดังนั้น หากวัดช้างใหญ่คือเพนียดช้าง ท่าเรือที่ใช้ขนส่งช้างจึงควรอยู่ไม่ไกลกัน

บริเวณฝั่งตรงข้ามของวัดช้างใหญ่ ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่คล้ายเกาะริมแม่น้ำเรียกว่า “เกาะใหญ่” อันเป็นพื้นที่ของตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นี่มีวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า “วัดพระคริสตประจักษ์ (เกาะใหญ่)” เดิมบริเวณนี้สร้างบนพื้นที่ของวัดร้างที่ลงทะเบียนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาชื่อว่า “วัดมเหยงคณ์ (ร้าง)” จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า บริเวณพื้นที่เกาะใหญ่นี้เองที่เป็นอู่ต่อเรือกำปั่นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามที่ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดาร

ถัดจากเกาะใหญ่ไปทางทิศตะวันตกไม่ไกลจะมี “คลองพระยาบรรลือ” บริเวณปากคลองจะมีวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า“วัดท่าซุงทักษิณาราม” หรือวัดท่าซุง ตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากพิจารณาจากชื่อวัดก็อาจพอเห็นร่องรอยได้ว่า ที่นี่คงจะเคยเป็นแหล่งลำเลียงไม้ซุงมาก่อน

ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ไม้ซุงสำหรับต่อเรือกำปั่นถูกลำเลียงมาตามคลองพระยาบรรลือ ผ่านวัดท่าซุง แล้วส่งไปยังวัดมเหยงคณ์ (ร้าง) ที่เกาะใหญ่ เพื่อต่อเรือกำปั่น เมื่อต่อเรือกำปั่นเสร็จก็นำเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังบริเวณวัดช้างใหญ่ ซึ่งเป็นเพนียดช้าง แหล่งพักช้าง หรือตลาดค้าช้าง จากนั้นก็ส่งช้างลงเรือกำปั่นออกไปขายยังต่างแดน

ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยาจึงอยู่ที่บางไทรนี่เอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อชิรวิชญ์ อันธพันธ์. “ค่ายบางไทร ในสงครามเสียกรุงฯ พ.ศ. 2310 เส้นทางแห่งหายนะทางเศรษฐกิจของกรุงศรีอยุธยา” ใน ศิลปวัฒนธรรม, ธันวาคม 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่าเรือส่งออกช้างของอยุธยา อยู่ตรงไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...