โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

POP: จากปลายปากกา ‘ครู’ สุรพล สมบัติเจริญ สู่เพลงสร้างชื่อศิลปินประดับวงการลูกทุ่งไทย

BrandThink

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 06.52 น.

เกือบ 6 ทศวรรษที่ศิลปินลูกทุ่งผู้ได้รับการขนานนาม‘ราชาเพลงลูกทุ่ง’ ชนิดที่ยังหาใครเทียบไม่ได้อย่าง ‘สุรพล สมบัติเจริญ’ ได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2511 หลังเสร็จสิ้นการแสดงที่วัดหนองปลาไหล จังหวัดนครปฐม

นับตั้งแต่การบันทึกเสียงเพลงแรกในปี 2496 ถึงการเสียชีวิตในปี 2511 นับเป็นช่วงเวลา 15 ปีของสุรพลที่กลายเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของเพลงลูกทุ่งในยุคเริ่มต้น และอาจเรียกได้ว่าเบื้องหนึ่งของประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งที่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนผ่านมาจากยุคเพลงตลาดกับชีวิตของสุรพลในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้

ใช่เพียงแค่ความสามารถในการประพันธ์และการถ่ายทอดบทเพลง หรือแม้แต่รูปแบบการแสดงหน้าเวทีที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก แต่ยังเป็นการประพันธ์เพลงที่สามารถสร้างชื่อให้กับศิลปินที่ดังอยู่แล้วให้ดังยิ่งขึ้นไปอีกหรือสร้างชื่อให้กับศิลปินใหม่ๆ มาประดับวงการเพลงลูกทุ่ง โดยเฉพาะกับนักร้องร่วมวงของสุรพล

ทำให้จุดเด่นหนึ่งของวงดนตรีสุรพล คือการมีนักร้องร่วมวงที่มีผลงานบันทึกลงแผ่นเสียงและมีชื่อก้องในระดับไล่เลี่ยกับสุรพล

เราจึงอยากชวนย้อนทำความรู้จักบทเพลงจากปลายปากกาของสุรพลส่วนหนึ่ง ที่ถ่ายทอดผ่านศิลปินลูกทุ่งคนอื่นๆ ในวาระครบรอบการจากไปของสุรพล ในฐานะ ‘ครู’ ผู้สร้างศิลปินและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการเพลงลูกทุ่งในช่วงทศวรรษ 2500

[ด่วนพิศวาส: ผ่องศรี วรนุช]

เพลงสุดซึ้งที่ขึ้นแท่นเรื่องความเป็นอมตะนิรันดร์กาลของ ‘ราชินีลูกทุ่ง’ คนแรกของไทย โดยมีที่มาจากที่ผ่องศรีขอให้สุรพลแต่งเพลงเกี่ยวกับการลาจากซึ่งอิงมาจากชีวิตของผ่องศรีเอง

แต่เมื่อสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่ง พบว่ามีรายละเอียดที่แตกต่างกันในเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจของเพลง เช่น บ้างระบุว่ามาจากการที่แม่ของผ่องศรีมาส่งที่สถานีรถไฟ บ้างระบุว่ามาจากการที่ผ่องศรีผิดหวังจากความรัก บ้างระบุว่าผ่องศรีได้รับแรงบันดาลใจจากการที่แฟนเพลงมาส่งที่สถานีรถไฟ เป็นต้น

ถึงกระนั้น เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างตรงกันคือ สิ่งที่ทำให้เธอสามารถเข้าถึงอารมณ์เพลงขณะที่ขับร้อง ตั้งแต่วันบันทึกเสียง คือเธอมักจะนึกถึงคำมั่นสัญญาที่เธอให้ไว้กับแม่ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ว่าเธอจะต้องได้ดิบได้ดีและสามารถเลี้ยงดูแม่ได้

ฟังเพลง: ด่วนพิศวาส

[น้ำตาลก้นแก้ว: ก้าน แก้วสุพรรณ]

เพลงรักเนื้อหาแหวกขนบ ในห้วงเวลาที่สังคมไทยยังคงมีค่านิยมว่าหากชายใดจะตกล่องปล่องชิ้นกับหญิงสักคน หญิงผู้นั้นควรเป็นหญิงที่มีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่เพลงนี้กลับเล่าถึงการยอมรับหญิงที่เคยมีสัมพันธ์กับชายอื่นมาก่อนและพร้อมที่จะครองรักกับหญิงผู้นั้น

แม้ว่าก้านจะอายุน้อยกว่าสุรพลเกือบ 10 ปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสุรพลกับก้านคือเพื่อนสนิทชนิดที่ตายแทนกันได้ โดยเพลงนี้ทำให้ก้านที่ดังจากเพลง ‘หลงกรุง’ และ ‘แก่งคอย’ อยู่แล้ว ดังยิ่งขึ้นไปอีก จนกลายเป็นเพลงดังระดับขึ้นหิ้งอีกเพลงของวงการลูกทุ่งไทย

ฟังเพลง: น้ำตาลก้นแก้ว

[ขันหมากมาแล้ว: ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย]

ถ้าเพลง‘หยุด’ ของ Groove Rider คือเพลงชาติประจำงานแต่งในฟากฝั่งป๊อปร่วมสมัย เพลง ‘ขันหมากมาแล้ว’ ก็ถือเป็นเพลงชาติประจำงานแต่งในฝั่งลูกทุ่งเช่นกัน โดยเฉพาะในจังหวะเจ้าบ่าวแห่ขันหมากไปสู่ขอเจ้าสาวให้ถูกต้องตามประเพณีไทย

ทว่าก่อนหน้านี้สุรพลเคยแต่งเพลงที่ชื่อว่า ‘รักพี่จงหนีพ่อ’ ให้กับยงยุทธ ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาค่อนข้างผิดขนบธรรมเนียมอันดีงามในเวลานั้นอยู่ไม่น้อย ทำให้หลังจากที่กระหึ่มอยู่ช่วงหนึ่งก็ซาไป เพราะสถานีวิทยุก็เลี่ยงที่จะเปิดเพลงนี้ ภายหลังสุรพลจึงเขียนเพลงที่สอดรับกับค่านิยมของสังคม พร้อมกับแก้ต่างเอาไว้ในเนื้อเพลงว่า

“ทีแรกพี่คิดจะพาน้องหนี แต่พอคิดอีกทีก็กลัวน้องพี่อับอาย…” และ “เรื่องพาหนีพี่ไม่เอาแล้วน้อง”

ฟังเพลง: ขันหมากมาแล้ว

[กลับเถิดเรียมจ๋า: เมืองมนต์ สมบัติเจริญ]

ศิลปินชาวสุพรรณที่สุรพลอนุญาตให้ใช้นามสกุล ‘สมบัติเจริญ’ เป็นชื่อในวงการเป็นคนแรกและคนเดียวที่ไม่ได้มีสัมพันธ์เกี่ยวข้องในทางสายเลือดกับสุรพล หากแต่สุรพลก็ยกย่องให้เป็นน้องชายบุญธรรมของตน

เพลงนี้ถือเป็นเพลงแรกที่สุรพลเขียนให้กับเมืองมนต์เป็นผู้ถ่ายทอด ปรากฏว่าเพลงนี้กลายเป็นเพลงแจ้งเกิดให้กับเมืองมนต์ทันที โดยเพลงมีเนื้อหาเชิดชูวิถีชนบทเหนือความเจริญในเมือง โดยมีฉากหลังเป็นความปรารถนาของชายที่หวังให้หญิงคนรักกลับคืนสู่ถิ่นฐานที่จากมา ถึงขั้นดั้นด้นตามหาไปทั่วเมืองกรุง

ฟังเพลง: กลับเถิดเรียมจ๋า

[คำเตือนของพี่: ไพรวัลย์ ลูกเพชร]

ครั้งหนึ่งศิลปินชื่อก้องจากเพชรบุรีผู้มีเสียงนุ่มละมุนก็เคยเป็นนักร้องลูกวงของสุรพลมาก่อน โดยเพลงนี้เป็นเพลงแรกๆ ของไพรวัลย์ มีจุดเด่นอยู่ที่การประยุกต์ใช้ทำนองลิเก ‘ราชนิเกลิง’ ในช่วงท่อนกลางของเพลง

เพราะก่อนหน้าที่ไพรวัลย์จะเดินบนถนนสายลูกทุ่ง เขาเคยอยู่ในคณะลิเกที่เพชรบุรี โดยท่อน “ช่างเหน็บแนมแกมประชด อรุณเอ๋ยแบบบทของแม่ช่างหยดย้อย” ไพรวัลย์ก็จำมาจากพระเอกลิเกในคณะที่ไพรวัลย์เคยอยู่ เมื่อประกอบกับวิสัยทัศน์และเนื้อเพลงจากสุรพล ก็ส่งผลให้เพลงนี้เป็นเพลงแจ้งเกิดให้กับไพรวัลย์

ฟังเพลง: คำเตือนของพี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...