GULF โบรกมองโอกาสเติบโตต่อเนื่องครึ่งปีหลัง 68
GULF โบรกมองโอกาสเติบโตต่อเนื่องครึ่งปีหลัง 68
#gulf #ทันหุ้น – การซื้อขายหุ้นของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF วันที่ 21 ส.ค.68 เคลื่อนไหวในช่วง 46.75-48.00 บาท ปิดครึ่งวันเช้าที่ 46.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือลดลง 1.58% มูลค่าการซื้อขาย 501 ล้านบาท
GULF จัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 20 ส.ค.68 IAA Consensus ให้คำแนะนำ “ซื้อ” 14 ราย ไม่มีคำแนะนำ “ถือ” และ “ขาย” โบรกเกอร์ให้ราคาเหมาะสมในช่วง 54.00-76.00 บาท มีค่ากลางที่ 62.75 บาท โบรกเกอร์ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น GULF ในวันที่ 21 ส.ค.68 มีมุมมองดังนี้
บล.กรุงศรี : GULF เติบโตต่อได้อีก
บล.กรุงศรีมอง Slightly Positive ต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์
โดย GULF ยังคงมีแผนเชิงรุกสำหรับการทำดีล M&A เพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว รวมถึงกลุ่มที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจากรอบพลังงานหมุนเวียนเฟสแรก 5,203 MW
ขณะที่การเติบโตแบบ Organic ในระยะยาวจะมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจ Cloud, Data Center และ Commodity อาทิ Ethane และ LNG ร่วมกับ PTT มากขึ้น
ประกอบกับ GULF เริ่มได้รับประโยชน์จากการควบรวม บนต้นทุนดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ต่ำลงราว 1.0-1.5% จากเดิม
โดยบล.กรุงศรีมีการรวมดีล M&A ทั้งหมด 6 โครงการ รวม 960 Equity MW เข้ามาในประมาณการภายใต้ต้นทุนการเงินที่ต่ำลง ส่งผลให้สุทธิแล้วกำไรปี 2568-2570 ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% และราคาเหมาะสมของหุ้นปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 59.00 บาท/อิง SOTP คงคำแนะนำ Buy
โดยธีมของ GULF เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มั่นคง พร้อมเติบโตจาก MW Growth ใหม่ ๆ และได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินที่ต่ำลง ทั้งในแง่ของดอกเบี้ยที่ลดลงและผลของ Credit Rating ที่ปรับตัวดีขึ้นหลังควบรวม ซึ่งปัจจุบัน GULF มี Debt Headroom อีกราว 1.5 แสนลบ. บน Internal Debt Covenant ที่ 2x พร้อมสำหรับการลงทุนต่อยอด
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : GULF โอกาสการขยายธุรกิจยังมีอีกมากโดยเฉพาะในไทย
บล.แลนด์แอนด์เฮ้าส์มองว่า GULF ยังมีโอกาสขยายธุรกิจอีกมากโดยเฉพาะในไทยจากโครงการ Renewable แม้ไม่มีโครงการคัดเลือกใหม่ แต่ก็เติบโตได้ผ่านดีล M&A โครงการเดิม
GULF มีศักยภาพกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อลงทุนใหม่ได้อีก 1.6 แสนลบ. ตามฐานทุนที่ใหญ่ขึ้นมาก
คาดส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson เพิ่มขึ้นมากตามการรับรู้รายได้ Capacity Revenue ที่เพิ่มขึ้นมาก
แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/68 ยังแข็งแกร่ง แม้ไม่มีโครงการ COD ใหม่ เกิดจาก ADVANC และ Jackson
บล.แลนด์แอนด์เฮ้าส์คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก โดยเฉพาะในไทยผ่านดีล M&A
บล.กสิกรไทย : GULF แนวโน้มการเติบโตยังคงอยู่
ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 2/68 ของ GULF เป็นบวกเล็กน้อย บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในมือและมองหาโอกาสการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในโครงการพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ
คาดแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง 2568 จะเป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากโซลาร์ฟาร์ม ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ADVANC และศูนย์ข้อมูล
บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 61.00 บาท
บล.ดาโอ : GULF ไตรมาส 2/68 กำไรปกติตามคาด, แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2568 คาดเติบโตต่อเนื่อง
บล.ดาโอคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70.00 บาท (เดิม 63.00 บาท) อิง SOTP สะท้อนประมาณการใหม่และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2569 ทั้งนี้บริษัทประกาศกำไรปกติไตรมาส 2/68 ที่ 7.1 พันล้านบาท (+27% YoY, +9% QoQ) ใกล้เคียงตลาดประเมิน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก
1) COD โรงไฟฟ้า GPD Unit 4 (464 MW) และ Solar Farm (532 MW)
2) รับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC และโครงการ Jackson
3) รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากเงินปันผล KBANK
ทั้งนี้ บล.ดาโอปรับประมาณการกำไรปกติปี 2568-2569 ขึ้นเป็น 2.9 หมื่นล้านบาท (+33% YoY) และ 3.2 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมเฉลี่ย +8%
ปรับสมมติฐานหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จาก ADVANC มากขึ้น (ADVANC บล.ดาโอปรับประมาณการขึ้นอิงบทวิเคราะห์วันที่ 7 ส.ค. 2568) และแนวโน้มการรับปันผลจาก KBANK มากขึ้นหลังเข้าถือหุ้นระดับ 5%
ราคาหุ้น Outperform SET ราว +7% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ยังคงได้ประเด็นบวกหลังการควบรวมเป็นบริษัทใหม่ ขณะที่ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ดีจากการ COD เพิ่มเติมในอนาคต และ Positive Sentiment จากดอกเบี้ยขาลง คาดยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้น Outperform ต่อ
GULF โบรกมองโอกาสเติบโตต่อเนื่องครึ่งปีหลัง 68