โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“การฝังมุก” ของชายชาวกรุงศรีอยุธยาเมื่อราว 600 ปีก่อน ในบันทึกของ “หม่าฮวน”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ส.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 06.29 น.

บันทึกของหม่าฮวน คือหลักฐาน “การฝังมุก” ของคนไทยในอดีต ที่แพร่หลายในหมู่คนที่ศึกษาประวัติศาสตร์ โดยบรรยายถึงวัฒนธรรมการฝังมุกของผู้ชายชาวกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 600 กว่าปีก่อนไว้อย่างละเอียด

หม่าฮวน(馬歡) เกิดประมาณ พ.ศ. 1923 เป็นชาวเมืองเซ่าซิง ไม่ไกลจากหังโจว ปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลเจ้อเจียง ในงานเขียนของเขา หม่าฮวนเรียกตัวเองว่า“คนตัดฟืนบนเขา”ซึ่งอาจเป็นคำเรียกตนเองเพื่อแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน สะท้อนได้ว่าไม่ใช่คนที่มีฐานะทางสังคมสูงส่ง แต่น่าจะพอรู้หนังสืออยู่พอสมควร และคุ้นเคยกับบันทึกตำราที่เกี่ยวข้องกับดินแดนต่าง ๆ ของคนรุ่นก่อนหน้ามาบ้าง

หม่าฮวนหันมานับถือศาสนาอิสลาม ได้เรียนรู้ภาษาอาหรับหรือไม่ก็ภาษาเปอร์เซีย จึงทำให้ได้เป็นล่ามในคณะเดินทางของ “เจิ้งเหอ” แม่ทัพขันทีผู้บัญชาการกองเรือมหาสมบัติ ที่ออกเดินทางไปยังดินแดนห่างไกลแผ่นดินจีนในน่านน้ำต่าง ๆ ทั่วโลก

เขาออกเดินทางครั้งแรกกับกองเรือเจิ้งเหอเมื่อราว พ.ศ. 1956 และเมื่อกลับไปยังจีนใน พ.ศ. 1958 ก็เริ่มเขียนบันทึกถึงสิ่งที่ได้พบเห็นจากการเดินทาง เมื่อออกเดินทางครั้งใหม่ก็จะเขียนเนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไป จนงานชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 1979 และได้จัดพิมพ์ใน พ.ศ. 1994 แต่ต้นฉบับภาษาจีนพิมพ์ครั้งแรกได้สูญหายไปแล้ว คงเหลือแต่ฉบับคัดลอกที่พิมพ์ต่อ ๆ กันมา

สันนิษฐานว่าหม่าฮวนเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2003

เอกสารของหม่าฮวนไม่ได้ระบุว่าเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาครั้งไหนบ้าง จึงไม่ทราบว่าบันทึกเรื่องการฝังมุกที่ว่าเป็นการพบเห็นในปีไหน แต่กองเรือของเจิ้งเหอเข้ามาอยุธยาหลายครั้งในช่วงคาบเกี่ยวสมัยสมเด็จพระเจ้ารามราชา, สมเด็จพระอินทราชา (เจ้านครอินทร์) และสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา (ตั้งแต่ พ.ศ. 1938-1991)

หม่าฮวนบันทึกถึงการฝังมุกไว้ ดังนี้ [ปรับย่อหน้าใหม่โดยกอง บก. ศิลปวัฒนธรรม]

“พอชายมีอายุได้ยี่สิบปี พวกเขาจะดึงหนังหุ้มองคชาตออกมา แล้วใช้มีดคมบางรูปร่างอย่างใบหอมกรีดผ่าผิว และยัดลูกปัดดีบุกโหลหนึ่งเข้าไปใต้ผิวหนัง ปิดมันไว้ แล้วเยียวยาด้วยสมุนไพร รอกระทั่งแผลหายสนิทดี พวกเขาจึงเดินไปไหนมาไหน (ลูกปัดดีบุกเหล่านั้น) มอง ๆ ดูก็เหมือนอย่างกับพวงลูกองุ่น

มีคนหมู่หนึ่งที่เป็นผู้รับจ้างทําการผ่าตัดเช่นนี้ พวกนี้มีความชํานาญในการฝังและหล่อเชื่อมลูกปัดดีบุกให้กับผู้คน เขาทํากันอย่างถือเอาเป็นอาชีวะอย่างหนึ่งทีเดียว หากว่าเป็นพระมหากษัตริย์หรือขุนนางใหญ่หรือคนมั่งมี พวกเขาจะใช้ทองคําทําเป็นเม็ดกลวง ในนั้นใส่เม็ดทราย แล้วเอาฝัง ไปไหนก็ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง แลถือกันว่างามนัก

ผู้ชายที่ไม่มีลูกปัดฝังคือพวกคนชั้นต่ำ นี่เป็นเรื่องที่พิลึกพิสดารเหลือหลาย…”

ทั้งนี้ยังมีเอกสารประวัติศาสตร์อีก 3 ชิ้นที่บันทึกเรื่องการฝังมุกไว้เช่นกัน เป็นบันทึกของชาวต่างชาติที่แต่ละคนก็ค่อนข้างให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ และมองว่าการฝังมุกเป็นเรื่องแปลกประหลาดพิสดารมาก ที่สำคัญคือเป็นข้อมูลที่ขยายความเข้าใจเรื่องการฝังมุกเพิ่มเติมจากสิ่งที่เรารู้จากหม่าฮวนด้วย

เอกสารเหล่านั้นบอกอะไรอีกบ้าง ร่วมเจาะลึกได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY ‘ฝังมุก’ วัฒนธรรมความเป็นชายแห่งอุษาคเนย์”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “การฝังมุก” ของชายชาวกรุงศรีอยุธยาเมื่อราว 600 ปีก่อน ในบันทึกของ “หม่าฮวน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...