โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทบ. นำเครื่องบินส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้านเที่ยวแรก จ.นครพนม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ก.ค. 2564 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2564 เวลา 12.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สำนักข่าวไทย 29 ก.ค.-กองทัพบก นำเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 บินส่ง 40 ผู้ป่วยโควิดกลับบ้านเที่ยวแรก ที่ จ.นครพนม ด้วยความปลอดภัย

พลโท สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ผอ.ศบค.19 ทบ.) โฆษกกองทัพบก แถลงว่า ตลอดวันนี้ กองทัพบก ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 พร้อมทีมแพทย์เวชศาสตร์การบิน ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยCOVID-19 ที่ไม่มีอาการ (สีเขียว) จำนวน 40 คน จากกรุงเทพฯ ปลายทางสนามบินนครพนม เพื่อกลับไปรับการดูแลต่อที่ภูมิลำเนา ตามแนวทางกระจายการรักษาพยาบาลของรัฐบาล โดยได้จัดแบ่งผู้ป่วย ผู้โดยสารออกเป็น 2 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 20 คน เดินทางเที่ยวแรกเวลา 09.00 น. และเที่ยวที่สอง เวลา 14.00 น. ตลอดการเดินทางได้จัดระบบการดูแล ทีมแพทย์เวชศาสตร์การบิน ระบบการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข ส่วนสนามบินปลายทาง คือ ท่าอากาศยานนครพนม ทางกองทัพภาคที่ 2 โดยมณฑลทหารบกที่ 210 ได้จัดรถมารับผู้ป่วยไปส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาของสาธารณสุขจังหวัดนครพนม การเดินทางในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสามารถส่งผู้ป่วยทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

โฆษกกองทัพบก ระบุว่าการส่งผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องการเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา กองทัพบกได้ดำเนินการโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะนำส่ง และในวันนี้ได้นำอากาศยานเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 มาใช้เพื่อจะเคลื่อนย้าย เพราะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไกลๆ ถ้าเคลื่อนย้ายด้วยรถยนต์จะใช้เวลานานมาก กองทัพบกจึงได้ใช้อากาศยานประเภทนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการเดินทาง เช่น นครพนมในครั้งนี้ ที่ใช้เวลาเพียง 1.30 ชั่วโมง แต่หากใช้รถยนต์จะใช้เวลาถึง 11 ชั่วโมง .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...