โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/มงคลเครื่องรางของขลัง แหวน-เข็มกลัด-เสื้อยันต์ หลวงปู่เปลี่ยน วัดใต้

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 ก.พ. 2564 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2564 เวลา 07.30 น.
หลวงปู่เปลี่ยน อินทสโร

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

มงคลเครื่องรางของขลัง

แหวน-เข็มกลัด-เสื้อยันต์

หลวงปู่เปลี่ยน วัดใต้

 

“พระวิสุทธิรังษี” หรือ “หลวงปู่เปลี่ยน อินทสโร” ที่ชาวกาญจนบุรีและในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องเรียกว่าหลวงพ่อวัดใต้ หรือหลวงปู่วัดใต้ อดีตเจ้าอาวาสวัดใต้ หรือวัดไชยชุมพลชนะสงคราม ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

นอกเหนือจากกิตติศัพท์ทางพุทธาคมแล้ว ยังเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการ และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

ปัจจุบันวัตถุมงคลยังคงเป็นที่ต้องการและแสวงหา โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่เปลี่ยน รุ่นแรก ปี 2472”

อย่างไรก็ตาม เครื่องรางของขลังที่จัดสร้างก็ล้วนแต่เป็นที่นิยมและแสวงหาเช่นกัน

อาทิ แหวน สร้างประมาณปี พ.ศ.2483 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไป โดยลักษณะของแหวนเป็นรูปไข่เนื้อเงินลงถม จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุ

ด้านหน้า มีรูปหลวงปู่เปลี่ยนครึ่งองค์หันหน้าตรง ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฎิ มีอักขระยันต์ต่างๆ และมีหนังสือไทยในเหรียญด้านหน้า เขียนคำว่า “วิสุทธิรังษี”

ด้านหลัง ท้องแหวนเรียบไม่มีอักขระ

ยังมีเข็มกลัดหลวงปู่เปลี่ยน สร้างประมาณปี พ.ศ.2458-2460 โดยลักษณะของเข็มกลัด สร้างจากเนื้อโลหะทองเหลือง เป็นลายเซ็นของหลวงปู่ อ่านได้ว่า “วิสุทธิรังษี” จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีเสื้อยันต์ สร้างประมาณปี พ.ศ.2485 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงปู่เปลี่ยนสร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับทหาร-ตำรวจใช้ในราชการสงคราม

ลักษณะของเสื้อยันต์ จะเป็นผ้าดิบสีแดง ลงยันต์ต่างๆ ด้วยหมึกดำ โดยใช้วิธีแกะบล็อกยันต์แล้วปั๊มไปที่เสื้อ จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้

ด้วยเหตุที่เคยเป็นนักเลงมาก่อน นิยมด้านคงกระพันชาตรีอยู่แล้ว แต่ในด้านเมตตาก็แสดงอยู่แล้วว่าทั้งมรรคผลพร้อม จัดว่าครบเครื่อง

ใครมีในครอบครอง จงรักษาให้จงดี ปัจจุบันหายากยิ่ง

 

เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน 5 ปีจอ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เมษายน 2405 ที่บ้านม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

มีนามเดิมว่าทองคำ บิดา-มารดาชื่อ หมื่นอินทร์รักษา (นิ่ม) – นางจีบ พูลสวัสดิ์

ในวัยหนุ่ม มีความเป็นนักสู้ เข้มแข็ง ทรหดอดทน เรียกได้ว่าเป็นนักเลงเต็มตัวตั้งแต่ยังเด็ก รูปร่างล่ำสัน ผิวดำ จึงเรียกชื่อว่า “ทองดำ”

ด้วยบิดา-มารดามีความเป็นห่วง เกรงว่าต่อไปในอนาคตจะเอาดีได้ยาก จึงนำไปฝากให้เรียนหนังสือที่วัดใต้ เป็นศิษย์พระครูวิสุทธิรังษี (หลวงปู่ช้าง) เจ้าอาวาสและเจ้าคณะเมืองกาญจน์ในสมัยนั้น ท่านพระเกจิผู้มีวิทยาคมแก่กล้า เป็นที่เคารพนับถือ

เมื่อมาอยู่วัด พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป กลายเป็นคนสุขุมเยือกเย็น สุภาพเรียบร้อย และโอบอ้อมอารี บิดาเลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า “เปลี่ยน” นับแต่นั้นมา

เมื่ออายุครบบวช อุปสมบทที่วัดใต้ มีหลวงปู่ช้างเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการรอด วัดทุ่งสมอ และพระอธิการกรณ์ วัดชุกพี้ เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายา “อินทสโร” ซึ่งเป็นฉายาของผู้เกิดวันอาทิตย์ เนื่องจากพระอุปัชฌาย์เห็นว่า “เสาร์ห้า” เป็นคนชะตากล้าแข็ง ถ้าให้ฉายาเป็นคนวันเสาร์เกรงว่าจะกล้าแข็งเกินไป

เดิมตั้งใจจะบวชเพียง 7 วัน แต่ก็อยู่ในสมณเพศจวบจนสิ้นอายุขัย

 

หลังอุปสมบท มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งหนังสือขอม-หนังสือไทย และปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ สำเร็จในทุกวิทยาการที่ได้รับการสอนสั่ง เป็นที่ถูกใจของพระอุปัชฌาย์ จึงตั้งให้เป็นพระใบฎีกา พระฐานาของท่าน

เมื่อหลวงปู่ช้างมรณภาพลงจึงแต่งตั้งให้พระใบฎีกาเปลี่ยน เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูวิสุทธิรังษี

ปกครองและพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง ส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาทั้งด้านปริยัติธรรมและกุลบุตรกุลธิดา โดยจัดตั้งโรงเรียนประจำจังหวัด คือโรงเรียนวิสุทธิรังษี

นอกจากนี้ ยังร่วมพัฒนาวัดวาอารามต่างๆ ในจังหวัดมาโดยตลอด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมารัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระวิสุทธิรังษี และสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช ได้พระราชทานสร้อยต่อท้ายเป็น พระวิสุทธิรังษี ชินศาสนโสภี สังฆปาโมกข์

 

เป็นเถระที่มีชื่อเสียงในยุคสงครามอินโดจีน เป็นที่กล่าวขานว่า มีพุทธาคมเข้มขลัง แม้ขุนโจรชื่อดังยังต้องเคารพยำเกรง พิธีปลุกเสกและพุทธาภิเษกต่างๆ ต้องมีชื่อของท่านร่วมด้วยเสมอ แม้แต่พระราชพิธีสำคัญๆ อาทิ งานถวายพระเพลิง ร.5, เสวยราชย์ ร.6, งานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี ฯลฯ

มีลูกศิษย์มากมาย ที่เป็นพระเกจิผู้มีชื่อเสียงต่อมา เช่น พระเทพมงคลรังษี (หลวงปู่ดี) วัดเหนือ จ.กาญจนบุรี และพระเทพสังวรวิมล (หลวงปู่เจียง) วัดเจริญสุทธาราม จ.สมุทรสงคราม เป็นต้น

ล่วงวัยชราอายุย่างเข้า 85 ปี อาพาธด้วยโรคชรา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2489 คณะแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณพยายามรักษา แต่อาการมีแต่ทรงกับทรุดมาโดยลำดับ

กระทั่งถึงแก่การมรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2490 เวลา 09.25 น.

สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64

พิธีพระราชทานเพลิงศพในปลายปี พ.ศ.2490

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...