โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินส้มตำ ตกลงอ้วนไหม? คนลดน้ำหนักต้องสั่งให้ถูก

Beauty See First

อัพเดต 19 ก.พ. 2564 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 10.19 น.

หลายคนเกิดความถกเถียงว่า ตกลงส้มตำที่ขึ้นชื่อว่า กินแล้วผอม มันผอมจริงไหม เพราะถ้าเทียบ 1 จาน แคลอรี่จะอยู่ที่ 40 – 130 แคลอรี่ ขึ้นอยู่กับเมนูที่เลือก จะเห็นว่าเลขแคลอรี่ไม่โหด แต่ทำไมคนที่เลือกทานทุกวันถึงน้ำหนักยังไม่ลด แถมยังดูตัวบวมไปอีก

ส้มตำหนึ่งจาน คนทานเจออะไรบ้าง

ถ้าจะให้รู้ชัดเราต้องชำแหละส้มตำออกเป็น 2 ส่วนที่เป็นส่วนผสม คือ

วัตถุดิบ – เราจะเห็นว่าในหนึ่งจานจะประกอบไปด้วยผักหลายชนิด โดยเฉพาะมะละกอดิบ ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย รวมไปถึงพวกผักอื่นๆ อย่างมะเขือเทศ ถั่วฝักยาว พริก มะนาว ซึ่งรวมๆ แล้วแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ ทั้งในแง่กากใยสูง ต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันได้ ช่วยระบบเผาผลาญ ในส่วนนี้จึงดูมีประโยชน์มากกว่าโทษ

เครื่องปรุง – แน่นอนว่าจะมีรสชาติได้ก็ต้องใส่น้ำตาลปี๊ป ผงชูรส และน้ำปลา ซึ่งส่วนนี้แหละคือคีย์สำคัญเช่นกันว่าทำไมบางคนกินแล้วยังอ้วนดูตัวบวมอยู่ อย่างน้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 18 กิโลแคลอรี แต่เราใส่ 1 ครกบางทีเกือบ 1 ทัพพีได้ ก็กลายเป็นเพิ่มแคลอรี่เข้าไป แต่ในขณะเดียวกันในกรณีของการใส่ผงชูรส ซึ่งถือเป็นโซเดียม การทานในปริมาณมากก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ตัวบวมเพราะโซเดียมเยอะได้ (อ่านเรื่องตัวบวมเพราะโซเดียมต่อที่ CLICK)

นอกจากนี้ยังไม่รวมปูเค็ม ไข่เค็ม ปลาร้า ที่โซเดียมสูง และเนื้อสัตว์อย่างพวกกุ้ง ปลาแซลมอน หอย หมูยอ ซึ่งเนื้อสัตว์เหล่านี้ได้โปรตีนแต่แคลอรี่ก็เพิ่มไปนะ

คนลดน้ำหนักทานได้แต่ต้องสั่งให้ถูก

จะเห็นว่าส้มตำก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเรา แต่ถ้าคนที่ลดน้ำหนักหรือกลัวอ้วนก็ต้องไม่ใส่ผงชูรสเพิ่มในกรณีที่กินเมนูที่มีวัตถุดิบรสชาติเค็มแล้ว ให้เป็นสไตล์คลีนๆ ไม่รสชาติจัด และลดการทานให้ไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...