โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลิ่นตด ไม่ใช่เรื่องตลก! ลดกลิ่นง่ายๆ ทำยังไง มาแอบดูกัน

Khaosod

อัพเดต 15 ต.ค. 2562 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 08.24 น.

กลิ่นตด ไม่ใช่เรื่องตลก! ลดกลิ่นง่ายๆ ทำยังไง มาแอบดูกัน

กลิ่นตด สำหรับวันนี้เรามีสิ่งดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว เป็นเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพร่างกายของเรานั่นเอง ใครที่เคยมีปัญหาตดเหม็น แต่จะว่าไปตดเหม็นก็เป็นเรื่องที่หลายคนน่าจะเคยพบเจอ แต่ใครที่มีปัญหาตดเหม็นขั้นรุนแรง ชนิดที่ตดทีไรก็มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมาทุกที ทำให้เป็นที่น่าอับอายเวลาอยู่ในที่สาธารณะหรืออยู่กับเพื่อนๆ ครอบครัว สิ่งนี้คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีมากนัก เพราะอาจจะเป็นการเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีแก้ตดเหม็นมาฝากกันจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยจ้า

#1. การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างช้าๆ

สำหรับวิธีแรกนะคะ เริ่มจากการรับประทานอาหารและการดื่มน้ำกันก่อนเลย เพราะว่าทุกคนก็น่าจะมีการรับประทานอาหารและดื่มน้ำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่อาจจะลืมไปว่าการรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบนั้นจะทำให้เกิดการกลืนอากาศลงไปมาก จึงทำให้เกิดลมที่มากเกินไปในร่างกายของเราและเกิดการผายลมออกมานั่นเอง และหากว่าวันนั้นไม่ได้ขับถ่ายในตอนเช้า เวลาตดออกมาก็จะมีกลิ่นเหม็นมาก ดังนั้นควรจะทำการขับถ่ายเป็นประจำทุกเช้าและไม่ควรกินอาหารเร่งรีบจนเกินไป ลองทำดูนะคะตดเหม็นจะลดลงแน่นอน

#2. หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ต อีกหนึ่งอาหารที่สามารถทำให้เกิดแก๊สในท้อง เพราะมีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง การรับประทานข้าวโอ๊ตจึงควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ หรือปริมาณที่เหมาะสม และรับประทานคู่กับอาหารอย่างอื่นให้ครบห้าหมู่หลากหลาย หรือรับประทานสลับกับอาหารจากรำข้าวสาลี ซึ่งมีเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำสูง

#3. ดื่มน้ำเยอะๆ

ข้อต่อมานะคะ เป็นการแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นดีต่อสุขภาพมากๆ แน่นอน น้ำจะช่วยเติมเต็มน้ำให้กับร่างกายทำให้ขับถ่ายสะดวก การที่คนเราขับถ่ายสะดวกนั้นจะทำให้ไม่เกิดการหมักหมมของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ และจะทำให้เวลามีการผายลมออกมาจะไม่มีกลิ่นของอุจจาระออกมาด้วย กลิ่นของตดจึงไม่เหม็น ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

#4. การหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดตดเหม็น

พยายามลดการรับประทานอาหารที่มีสารซัลเฟอร์ ซึ่งก่อให้เกิดแก๊สที่มีกลิ่น เช่น หัวหอม กระเทียม หน่อไม่ฝรั่ง ไข่ นม แป้งข้าวโพด ผักกาดหอม มะเขือเทศ ถั่วเหลือง และปลาบางชนิดอย่างแซลมอน เพราะอาหารเหล่านี้แหละที่จะทำให้ลำไส้ของเรามีเกิดการหมักหมมและมีกลิ่นตดที่เหม็นในเวลาต่อมา ดังนั้นถ้าจะรับประทานอาหารเหล่านี้ควรจะรับประทานในปริมาณที่น้อย เพื่อลดแก๊สที่จะเน่าเสียในลำไส้ใหญ่

#5. เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตัวเอง

อาหารหรือพฤติกรรมแต่ละอย่างอาจส่งผลแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนจะเกิดแก๊สมากหากรับประทานผลไม้กับโปรตีน แต่บางคนอาจมีแก๊สมากจากการรับประทานอาหารประเภทแป้งกับโปรตีนร่วมกัน ทางที่ดีควรสังเกตปัจจัยต่างๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุให้มีแก๊สสะสมในระบบย่อยอาหารมาก**

ดังนั้นควรจะมีการสังเกตตัวเองว่าเวลาที่เรารับประทานอาหารอะไรลงไปหรือทำพฤติกรรมหรือกิจกรรมอะไรลงไป แล้วทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนและกลิ่นของตดมีกลิ่นที่รุนแรง และควรจะทำการหลีกเลี่ยงอาหารนั้น

#6. ออกกำลังกาย

วิธีลดตดเหม็นข้อต่อมานะคะก็คือ การที่ออกกำลังกายนั้นเอง ออกกำลังกายไม่ได้เพียงเป็นการช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังดีต่อระบบในร่างกายเกือบทุกๆ ระบบอีกด้วย เราควรจะทำการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอย่างน้อยวันละ 30 นาที การออกกำลังกายจะทำให้ลำไส้ใหญ่ของเราเกิดการทำงานเป็นปกติลำไส้ใหญ่เป็นที่กักเก็บของอุจจาระ ถ้าไม่ได้ถ่ายเทอุจจาระออกลำไส้ใหญ่ของเราก็จะมีกลิ่นเหม็นเกินไปได้แน่นอน ดังนั้นการออกกำลังกายก็จะช่วยให้เรามีระบบขับถ่ายที่ดี กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะออกไปตามอุจจาระของเรา

เป็นยังไงบ้างคะจบไปแล้วสำหรับการแนะนำข้อควรทำเพื่อสุขภาพและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่จะออกมาทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจและอับอาย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันดีๆ นะคะ เพราะถ้าดูแลตัวเองดีแล้วปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่มีแน่นอน ถ้าใครที่ปฏิบัติตามนี้แล้วยังมีปัญหาอยู่ควรจะไปปรึกษาแพทย์โดยด่วนจ้า บอกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะและหวังว่าจะชอบกันวันนี้ขอลาไปก่อนนะบ๊ายบาย

โดย Spice

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...