โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอยู่ที่ไหน?!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 เม.ย. 2565 เวลา 00.10 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 23.48 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ทุ่งภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บรรดาพระมหากษัตริย์ในอดีต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.2098-25 เมษายน พ.ศ.2148) พระมหากษัตริย์ผู้กู้อิสระภาพให้แก่กรุงศรีอยุธยา เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์เป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก ในวงกว้าง หลากหลายรูปแบบ รวมถึงบางครั้งก็มีการค้นพบหลักฐานใหม่ หรือข้อโต้แย้งใหม่ที่หักล้างความเชื่อเดิมๆ

นิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2562 นำเสนอบทความเรื่อง “ไขปริศนาวัดร้างอยุธยา : ตอนสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพและบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยู่ที่ไหน อย่างไร และมำไม” โดยกำพล จำปาพันธ์

หากครั้งนี้กำพลไม่ได้พบข้อมูลใหม่ แต่ข้อโต้แย้งของเขามาจาก “การอ่านหลักฐานเก่าด้วยมุมมองใหม่” และเป็นมุมมองใหม่ที่ละเอียดถี่ถ้วน ที่ไม่ละเลยแม้แต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

จากเดิมที่คนส่วนใหญ่มักคิด, รับรู้กันว่า วัดที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ทำพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคือวัดวรเชษฐ์ ซึ่งในเขตเมืองเก่าอยุธยามีวัด 2 แห่งที่ออกเสียงดังกล่าว หนึ่งคือ วัดวรเชษฐาราม (วัดวรเชษฐ์ในเกาะ) อีกหนึ่งคือวัดวรเชตุเทพบำรุง (วัดวรเชษฐ์นอกเกาะ)

แต่ดูเหมือนว่ารัฐจะให้น้ำหนักไปที่วัดวรเชษฐารามในตัวเกาะมากกว่า ดังจะเห็นได้จากป้ายข้อมูลหน้าวัดที่หน่วยงานราชการเขียนไว้ว่า

“วัดวรเชษฐาราม เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของพระราชวังหลวง และด้านหลังของพระราชวังหลัง ภายในกำแพงเมืองพระนครศรีอยุธยา วัดนี้ ตามพระราชพงศาวดาร สมเด็จพระเอกาทศรถทรงสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2136 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเชษฐาของสมเด็จพระเอกาทศรถได้ยกทัพไปตีเมืองตองอู และขณะเคลื่อนทัพถึงเมืองหาง ทรงพระประชวรหนักและเสด็จสวรรคต

สมเด็จพระเอกาทศรถจึงโปรดให้อัญเชิญพระศพมายังกรุงศรีอยุธยา และให้แต่งพระเมรุสูงเส้น 17 วา แล้วเสด็จไปถวายพระเพลิงศพให้นิมนต์พระสงฆ์มาร่วมในพิธีจำนวน 10,000 องค์ เข้าใจว่าได้ถวายพระเพลิงพระศพ ณ วัดวรเชษฐารามแห่งนี้ ภายในกำแพงวัดประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงลังกาแบบสุโขทัย พระวิหารจำนวน 3 หลัง พระอุโบสถ และพระเจดีย์ย่อมุมขนาดเล็ก 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน เชื่อกันว่าน่าจะมีการบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้ภายในเจดีย์องค์ใดองค์หนึ่งภายในวัดนี้

พระราชพงศาวดารเองก็บันทึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีไว้ว่า

“พระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็มีพระราชโองการตรัสสั่ง แก่ท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุขทั้งหลาย ให้แต่งการพระศพสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงแล้ว แต่งพระสุเมรุมาศสูงเส้น 17 วา ประดับเมรุทิศเมรุรายราชวัติฉัตรทอง ฉัตรนาก ฉัตรเบญจรงค์นานาเสร็จ ก็เชิญพระศพเสด็จเหนือมหากฤษฎาธาร อันประดับด้วยอภิรุมกลิงกลดรจนา และท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุขลูกขุนทั้งหลาย มาประดับแห่ห้อมล้อมมหากฤษฎาธาร

ก็อัญเชิญพระศพเสด็จลีลา โดยรัถยาราชวัติไปยังเมรุมาศด้วยยศบริวารและเครื่องสักการบูชาหนักหนา พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จไปถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ให้นิมนต์พระสงฆ์สบสังวาส 10,000 ถวายพระราชทานเครื่องอัฐบริขารทักษิณาบูชาพระสงฆ์ทั้งปวงเป็นมเหาฬาร”

หากคำให้การขุนหลวงหาวัดเอกสารเพียงชิ้นเดียวที่ระบุถึงสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่าคือที่ “วัดสพสวรรค์” ซึ่งตรงกับวัดสวนหลวงสบสวรรค์ กล่าวคือ

“พระองค์ [สมเด็จพระเอกาทศรถ – ผู้อ้าง]จึงมีพระบัญฑูรตรัสสั่งให้หามพระโกศทองทั้งสองใบที่ใส่พระศพขึ้นสู่บนพระราชรถแล้วก็แห่แหนเปนกระบวรมหาพยุหยาตราอย่างใหญ่มาจนถึงกรุงศรีอยุธยาธานี แล้วจึงสั่งให้ทำพระเมรุทองอันสูงใหญ่ยิ่งนัก

อันการพระบรมศพครั้งนั้นเปนการใหญ่หลวงนักหนาเกินที่เกินทางแต่ก่อนมา ทั้งเครื่องไชยทานก็มากนักหนา แล้วให้ประชุมกษัตริย์ทุกประเทศน้อยใหญ่ทั้งสิ้น จึงเชิญศพแห่แหนไปแล้วถวายพระเพลิงที่วัดศพสวรรค์

ครั้นพระนเรศวรสวรรคตแล้ว พระเอกาทศรถจึงครอบครองกรุงฉลองพระเดชพระคุณพระเชษฐาสืบไป จึงทำการราชาภิเศกอันครบครัน จึงถวายพระมเหษีพระนามชื่อพระสวัสดี พระองค์จึงสร้างวัดไว้ที่ [ต้นฉบับสมุดไทย ‘มีลายมือเขียนเพิ่มเติมว่า ถวายพระเพลิงพระนเรศแล้วจึงสมมตินามเรียกวัดสบสวรรค์ พระองค์จึงสร้างวัดไว้ที่’ – ผู้อ้าง]สวนฉลองพระเชษฐาวัดหนึ่ง จึงสมมตินามเรียก วัดวรถาราม [ต้นฉบับสมุดไทย ‘มีลายมือเขียนแก้ไขคำ วัดวรถาราม เป็น วัดวรเชษฐาราม’ – ผู้อ้าง]แล้วพระองค์จึงถวายที่เขตอาราม”

แต่ผู้เขียน (กำพล จำปาพันธ์) เห็นว่าวัดต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นไปไม่ได้

กำพลเห็นว่า เมื่อพิจารณาจำนวนผู้มาร่วมงาน เฉพาะพระภิกษุสงฆ์ในพิธีก็มีมากถึง 10,000 รูป หากนับร่วมบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์, ขุนนางราชสำนัก, พ่อค้า, ไพร่ราษฎร ฯลฯ ผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสนที่จะมาร่วมงาน พื้นที่ของวัดวรเชษฐาราม (วัดวรเชษฐ์ในเกาะ) และวัดสพสวรรค์ ไม่น่าจะเพียงพอ

หากเป็นวัดวรเชตุเทพบำรุง (วัดวรเชษฐ์นอกเกาะ) ที่อยู่กลางทุ่งก็ดูสมเหตุสมผลกว่า

แต่โดยธรรมเนียมกรุงศรีอยุธยาก่อนการสร้างวัดไชยวัฒนารามในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแล้ว ไม่ปรากฏการถวายพระเพลิงพระบรมศพที่บริเวณนอกเกาะเมือง นิยมทำในเมืองกันมาโดยตลอด

แล้ววัดไหนที่ใช้จัดงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนข้อมูลที่หนักแน่นครบถ้วนกว่านี้ ขอได้โปรดหาอ่านเพิ่มเติมจาก “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2562

ลองดูกันว่าหลักฐานเก่าที่ กำพล จำปาพันธ์ นำมาให้ท่านอ่านด้วยกัน ด้วยมุมมองใหม่จะเห็นอะไรได้กว้าง ได้ลึกกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ

อ่านเพิ่มเติม : พระนเรศวร รวบรวมกำลังพลจากไหน นำมาใช้ฟื้นฟูบ้านเมืองหลังเสียกรุงพ.ศ. 2112

การเมืองเรื่องทรงผมของชายชาวหงสาวดี และพระนเรศวร

การค้นพบหลักฐาน “เจดีย์ยุทธหัตถี” ที่ใช้ยืนยันตำนานพระนเรศวรชนช้างเป็นเรื่อง “จริง”!

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...