บทสรุปวันสุดท้าย ‘หงส์’ ที่ 3 เฉยและ เชลซี ส้มหล่น
แรงเสียดทานและการยืนระยะที่ไม่เคยสุดสำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลให้พวกเขาพลาดไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ในวันปิดซีซั่นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
ฤดูกาลที่แล้วแพ้ แมนฯยูไนเต็ด ที่เป็นเกมชิงตั๋วที่ คิง พาวเวอร์ ซึ่งตอนนั้นเงื่อนไขมีทางเดียวคือต้องชนะเท่านั้น
สำหรับเหตุการณ์สดๆร้อนๆเมื่อวันอาทิตย์ “จิ้งจอก” ได้สัมผัสกับพื้นที่ UCL อยู่ราวๆ 75 นาทีก่อนที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จะชกบอลเข้าประตูตัวเอง
จากที่ เชลซี ซึ่งลงทุนเสริมทัพมากที่สุดในซีซั่นนี้มีแววไปเล่น ยูโรป้า ลีก ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆหลังแพ้ แอสตัน วิลล่า
แค่เสมอลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ยังไม่ได้ไปและในระหว่างที่โหมบุกแบบไม่สนใจหลังเพื่อขอแค่ลูกเดียวแต่กลายเป็นเจอทีเด็ดตัวสำรองอย่าง แกเรธ เบล เหมาท้ายเกม 2 ลูก
กราฟของ เลสเตอร์ ไม่ต่างจาก บิทคอยน์ ที่มีแต่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินโดยถ้าไม่นับวันที่ “ปีศาจแดง” ส่งสำรองแทบยกชุดพวกเขาแพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด
ด้วยความที่กำลังทดแทนของ เลสเตอร์ มีไม่เยอะ ทำให้ผู้เล่นที่ทยอยเจ็บจนถมกันไม่ทัน
น่าเสียดายแทนจริงๆครับเพราะตามสถิติแชมป์ “เอฟเอ คัพ” ผลงานสม่ำเสมอติด 1-4 ตลอดทั้งซีซั่นยาวนานกว่าทีมไหนๆถึง 242 วันก่อนมาแผ่วปลายในช่วงโค้งสุดท้าย
ในขณะที่ “สิงห์บลู” ติดชาร์ตในอันดับที่ 5 คือวนเวียนอยู่ใน top 4 แค่ 98 วันแต่วันที่ 99 ก็ซิวตั๋วในวันสุดท้ายแบบโชคช่วย
ซัมเมอร์นี้ผมเชื่อว่า “อากู๋” โรมัน อับราโมวิช จะประเคนงบให้ โธมัส ทูเคิ่ล เสริมกองหน้าตัวจบสกอร์ class S แน่นอน
เป็นตำแหน่งเดียวที่ทำให้ระบบของบอสเยอรมันไม่มีความบาลานซ์ใดๆ ครองบอลเหนือ วิลล่า ถึง 68% มีโอกาสยิงทั้งเกม 9 หนแต่ได้มาลูกเดียว
ผิดกับเจ้าถิ่นที่ยิงตรงกรอบ 2 หนเป็นประตูทั้งหมด ต่อให้คุณมีไอเดียมีรายละเอียดทุกๆอย่างในมือแต่ลูกทีมจบสกอร์แบบนี้งานคุณบรรลุยากครับ
ถือว่ามากับดวงที่ยังมีชื่อของ เชลซี ในเวทีถ้วยใหญ่และผมเชื่อว่าปีหน้าจะแตกต่างจากปีนี้ด้วยการมาของกองหน้าจบสกอร์คมๆ
ครับสำหรับทีมที่ครั้งนึงเคยร่อแร่และไม่มีวี่แววว่าจะหาจุดดีๆจากตรงไหนเพื่อเริ่มต้นคัมแบ็คแต่กลายเป็นว่าคว้าที่ 3 ไปครองหน้าตาเฉย
ถ้านับเกมกับ ฟูแล่ม เมื่อวันที่ 7 มินาคม ซึ่งถือเป็นเกมสุดท้ายที่แพ้คาบ้าน 6 “หงส์แดง” ชนะ 8 เกมจาก 10 นัด!!
โดย 2 นัดที่ทำแต้มหายไปนั้นเป็นการถูก ลีดส์ และ นิวคาสเซิ่ล ไล่ตีเสมอท้ายเกม
และเป็นการปิดฉากตัวเลขสวยๆชนะรวด 5 นัดและการเก็บคลีนชิต 3 จาก 5 นัดที่ว่านี้ทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้เป็นอันดับ 3 รองจาก แมนฯซิตี้, เชลซี และ อาร์เซนอล
เป็นสถิติที่ต้องขยี้ตากันหลายๆรอบเพราะต้องไม่ลืมว่านี่ไม่ใช่คู่เซนเตอร์ตัวจริงและมีค่าตัวรวมกันแค่ 0 ปอนด์!!
เดอะ ค็อป ที่เข้ามาชมใน แอนฟิลด์ ผลักดันให้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาเล่นได้ไฉไลกว่าครั้งไหนๆ ทำอะไรกับบอลได้เนียนตา จ่ายบอลทุกๆครั้งที่เพื่อนว่าง การเล่นมี impact เต็มๆ
พูดได้ว่าเสียงเชียร์ของแฟนบอลส่งผลโดยตรงก็ไม่ผิดนักและยังเป็นการยิงนัดสุดท้าย 3 ฤดูกาลติดต่อกันของ มาเน่ อีกด้วยนะครับ
ผิดกับ โม ซาลาห์ ที่เล่นต่ำกว่ามาตรฐานและพยายามจะยิงประตูแข่งกับ แฮร์รี่ เคน ในครึ่งแรกมากเกินไปจนไม่ส่งให้ ณ เดช ที่เสาสองทั้งๆที่ยืนโล่ง จ่ายมา 1-0 แน่ๆ
เรื่อยไปจนถึง TAA ที่เปิดบอลน้ำหนักล้นเยอะมาก การที่ตัวรุกไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่การเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 ถือว่าให้อภัยทดแทนกันไปได้
ที่ยังโชว์ class ทองแท้ไม่แพ้ไฟต่อไปคือ ธิอาโก้ ที่ทั้งปั้นเกมและตัดเกมในยามที่ ฟาบินโญ่ หงอยๆมาหลายนัด
อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าการคว้าตั๋ว UCL สำคัญมากๆในการเสริมทีมในซัมเมอร์นี้ การเสีย จินี่ ไวจ์นาลดุม ที่ลงเล่นนัดสุดท้ายไปแล้วก็จำเป็นต้องหาคนทดแทน
รวมถึงเซนเตอร์ใหม่ที่เราคงเห็นตามหน้าข่าวไปแล้ว เกรดนักเตะยิ่งสูงเขาก็อยากไปเล่นกับทีมที่ไปถ้วยใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น
ในขณะที่ทีมอื่นๆอย่าง เลสเตอร์ และ เวสต์แฮม ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นหน้าใหม่ที่จะไป UCL ตอนนี้แค่ ยูโรป้า
ส่วน สเปอร์ส ที่โชว์สปิริตของฟุตบอลอาชีพ ไม่สนใจว่าชนะแล้ว เชลซี คู่ปรับร่วมเมืองจะรับส้มหล่นก็ได้สิทธิ์ ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก พร้อมกับต้องติดตามอนาคตของ แฮร์รี่ เคน ที่มีแววย้ายแน่ๆ
สำหรับ อาร์เซนอล ต้องแก้ไขกันหลายอย่างจนไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดีหลังเป็นหนแรกในรอบ 26 ปีที่ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใดๆเลย
ครั้งสุดท้ายที่เตะแต่ในเกาะอังกฤษต้องย้อนไปปี 1995 ตั้งแต่สมัยที่ บรูซ ริอ็อก ยังเป็นกุนซือก่อนที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะเข้ามาสร้างความยิ่งใหญ่นู่นเลย
มองในแง่ดี ผมเห็น เดอะ กูนเนอร์ส บอกฤดูกาลหน้าจะได้ไม่ต้องดูบอลกลางดึก (ฮา)
มิเกล อาร์เตต้า พา “ปืนใหญ่” จบที่อันดับ 8 ซึ่งเป็นอะไรที่สโมสรนี้ไม่มีทางรับได้แต่บอร์ดบริหารจะรับได้ไหมเพราะยิ่งนานวัน “ความทะเยอทะยาน” เริ่มถดถอยจนถูกทีมที่เคยเป็นลูกไล่ขยับหนีกันหมดแล้ว
ครับ ฤดูกาลแห่งความทรมานของหลายๆทีมที่ทนดูทีมตัวเองเล่นแบบไม่สมประกอบ แต่ละทีมมีปัญหาต่างกันไป
ผมเชื่อว่าหลังการมาของวัคซีนต้านโควิด-19 จะทำให้ฟุตบอลค่อยๆกลับมาเป็นปกติเพราะการเตรียมทีมในช่วงปรีซีซั่นมีความสำคัญกับนักกีฬาในแง่ของการพักฟื้นและความฟิตที่ถูกทำลายโครงสร้างที่ว่านี้ในช่วงรอยต่อของซีซั่นก่อนจนหลายๆทีมเจ็บกันระนาว
แต่ถึงจะเจออุปสรรคหนักๆดังกล่าวก็ยิ่งทำให้เราต้องสดุดีกับทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ที่ประคับประคองทีมจากหลุดไปกลางตารางจนมาแรงช่วงกลางยันท้ายจนตอนนี้คว้าไปแล้ว 2 แชมป์
และขอปิดท้ายด้วยการอำลา 10 ปีกับ “เรือใบ” ที่สุดจะ perfect หลัง กุน อเกวโร่ เหมาสอง ทำให้ 10 ซีซั่นในพรีเมียร์ลีก “กุน” ยิงไป 184 ประตูทำลายสถิติ เวย์น รูนีย์ ไปแค่ลูกเดียว
แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ลีก คัพ อีก 6 สมัย ทั้งหมดคือดาวยิงวัย 32 ปีได้มาหมดแล้ว
เหลือแค่ UCL รายการเดียวที่รออีก 6 วันเราจะได้รู้กันแล้วครับ…