โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

มินนี่4ศพ เมาแล้วขับไม่โดนจับ แนนโน๊ะจับเอง เด็กใหม่ ซีซั่น2

Tidhoo - ติดหู

เผยแพร่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 18.23 น. • Tidhoo

หยิบเอาข่าวฉาวสุดโด่งดังในอดีตจากประเทศสารขัณฑ์ มาให้แนนโน๊ะมาพิพากษา แหม เห็นชื่อตอนก็รู้แล้วว่าหมายถึงใคร เด็กใหม่ ซีซั่น 2 Girl From Nowhere Season 2 EP.3 ตอน มินนี่ 4 ศพ (Minnie and the Four Bodies) เกริ่นไว้ก่อนว่าตอนนี้ โหดพอสมควร เลือด และความรุนแรงเยอะ

มินนี่ 4 ศพ เรื่องราวของ มินนี่ (รับบทโดย แพทริเซีย กู๊ด) เด็กนักเรียนบ้านรวย ที่คิดว่าความรวยและบารมีของพ่อมันจะช่วยให้เอาตัวรอดไปได้ทุกเรื่อง ล่าสุดลอกข้อสอบจนโดนอาจารย์เรียกผู้ปกครองมาเข้าพบ เถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ได้ทรัมป์ ไม่ได้ทำ พ่อก็เอาเงินบริจาคโรงเรียนหลักล้านให้เรื่องมันจบๆไป แต่ครั้งนี้พ่อคงโกรธ ลงโทษกักบริเวณ อย่าออกจากบ้าน รถก็ไม่ให้ใช้

แต่หัวแข็งอยู่แล้ว ในคืนที่เพียงแค่ฝนตกลงที่กระจกรถอย่างหนักหนา มินนี่ขับรถหนีออกมาจากบ้านจะไปหาเพื่อน มือหนึ่งข้างจับพวงมาลัย อีกข้างยกขวดไวน์ดื่ม สายตาก็จดจ่อกับการวีดีโอคอลลคุยกับเพื่อนว่าจะไปหา วางสายไม่ทันขาดคำ รถก็ชนท้ายเข้ากับรถสองแถวที่ไม่รู้มาจอดอะไรแถวนั้นจนมีคนเสียชีวิตถึงสี่คน หนึ่งในนั้นคือแนนโน๊ะ (คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล) อ้าว มาปุ๊บก็ตายเลย อีกคนคือเพื่อนคนที่ให้ลอกข้อสอบ และอีกคนคือผู้หญิงที่ไม่เห็นหน้าแต่เราเห็นริบบิ้นผูกผมสีแดง ซึ่งน่าจะเป็นคนที่โผล่มาเจอแนนโน๊ะอยู่บ่อยๆ อารามทำอะไรไม่ถูก โทรหาพ่อให้มาเคลียร์ พ่อก็รีบจัดการเอาขวดไวน์ไปซ่อน ไม่ให้มีการตรวจแอลกอฮอลล์ และโทษให้ว่ามันเป็นการที่เบรครถยนต์เกิดการขัดข้อง

แน่นอน ประชาชนไม่ได้โง่ และมองว่ามันก็เป็นเรื่องของการใช้อิทธิพลของการมีเงิน ทำให้คดีผิดเพี้ยนไป คนตายพูดอะไรไม่ได้ รถชนถึงขนาดตัวทะลุกระจกหน้ารถกระเด็นมาที่รถคันหน้า แต่มินนี่ก็เดินปร๋อได้ เพื่อนร่วมห้องต่างก็เหินห่าง แม้แต่เพื่อนสนิทของเธอเอง เพื่อนบอกว่า ฉันเห็นคนตายทั้งสี่ ตามติดอยู่กับมินนี่อยู่ตลอดเวลา อาการเกลียดชังของคนรอบข้างเด่นชัด ในโซเชียลต่างก็โกรธแค้นอยากเห็นเธอตายไปเพื่อชดใช้ความผิด แต่สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือ ซ้อมบทพูดเพื่อให้การในศาล เพื่อให้พ้นข้อหาขับรถโดยประมาทจนมีผู้เสียชีวิต

มีหลักฐานสำคัญหนึ่งชิ้น ที่หากถูกเปิดเผย มินนี่คงไม่รอดคุก พ่อของเธอใช้เงินเพื่อซื้อหลักฐานนั้นไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของฝั่งตรงข้าม จนมาถึงวันอ่านคำพิพากษา มินนี่ก็พ้นผิด ระบุว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่าย ได้รับโทษแค่เพียงการจ่ายเงินชดเชยให้ศพละสามแสน และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 300 ชั่วโมง ค้านสายตาของครอบครัวผู้เสียชีวิตมากมาย ขณะที่กำลังขับรถกลับจากศาลกับพ่อแม่ ปรากฎว่า รถของมินนี่เกิดอุบัติเหตุเบรคเสีย จนชนกับรถสองแถวข้างทางอีกครั้ง

ฟื้นมารอบนี้ มินนี่ตื่นมาในรถสองแถวคันที่เธอขับชนในคืนฝนตก แนนโน๊ะมาเจ้ากี้เจ้าการ จัดรายการ ใครอยากเห็นมินนี่ชดใช้กรรม ลงโทษตามความเห็นของคนในสังคมต่อเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการหักขาเธอที่ไม่รู้จักการเหยียบเบรค, ตบปากให้ฟันมันร่วงจนตาย เนื่องจากความตอแหลหน้าด้านๆ ยังไม่สาสมกับความสนุกของแนนโน๊ะ ลากเอาพ่อแม่ของผู้ตายมาลงทัณฑ์อีก และคนที่โกรธแค้นมากที่สุดนั่นคือพ่อของเธอเอง ที่เหลืออดกับพฤติกรรมของลูกจนอยากจะฆ่าให้ตายๆไปซะ ตายกี่รอบแล้วนี่มินนี่

เหตุการณ์ลงทัณฑ์ทั้ง4 เกิดในความคิดของเธอเอง ร่างของมินนี่ที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนครั้งที่สองนอนร่ำไห้อยู่บนเตียง แต่ก็เหมือนยังไม่สาสมอยู่ดี หลักฐานสำคัญคือภาพถ่ายจากวงจรปิดจับภาพได้ว่าเธอยกขวดดื่มในคืนอุบัติเหตุถูกเผยแพร่ คลิปเสียงของพ่อที่ขู่คนมีภาพนี้ก็ถูกปล่อยออกมา คดีจะถูกรื้อขึ้นมาใหม่ และน่าจะเหลือทางออกเดียวที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากความผิดครั้งนี้ ประตูที่ระเบียงเปิดอยู่ ผ้าม่านปลิว คนที่ปล่อยภาพนั้นออกมาไม่ใช้แนนโน๊ะ เธอถูกแทรกแซงโดยอีกบุคคลหนึ่ง รอบนี้มาทักทายแบบเห็นหน้าเห็นตาเลยนะ ตอนหน้าจะเป็นตอนกำเนิดของเธอแล้ว

เป็นอีกตอนที่โหดไม่เบา เห็นเลือด เห็นศพ อันที่จริง เราอยากให้ก้าวข้ามเรื่องที่ว่า ความแค้นต้องแก้แค้นโดยการให้ตายตกไปตามกัน ความตายไม่ใช่การชดใช้ที่สาสมเลย หากคนผู้นั้นยังไม่สำนึก และมันเร็วเกินไป แต่ก็แหงแหละ ถ้าความยุติธรรมมันหาไม่ได้ ก็ต้องสร้างขึ้นมาเอง แม้มันจะไม่ถูกเรียกว่าความยุติธรรมแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...