โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อขับรถเที่ยวแล้วเกิดสงสัย “ชื่อทางหลวง” มาอย่างไรกันแน่ - เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 18.57 น. • เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร

วันนี้เราจะมาติ่งเรื่องใกล้ตัว ที่เราไม่เคยรู้ แต่น่าสนใจมากค่ะ

ปีที่ผ่านมามีวันหยุดต่อสุดสัปดาห์เพิ่มมาหลายช่วง หลายครอบครัวได้โอกาสออกทริปออนโร้ด ขับรถเที่ยวไทยกัน

เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จากที่ขับแต่ระยะสั้น ๆ ก็เป็นครั้งแรกที่ขับระยะไกลขึ้นเขาลงห้วย

นั่นทำให้เราสังเกตค่ะ ว่าชื่อถนนหลวงทั้งหมดเป็นตัวเลข และมีหลักเกณฑ์ชัดเจนในการจัดวางตัวเลขที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดถนน

ที่จริงนี่เป็นเรื่องที่คอออนโร้ดทราบกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับนักขับสมัครเล่น ที่ปกติขับแต่ในเมืองแคบ ๆ นี่เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ ถามใครก็ไม่รู้ไม่เข้าใจ เราเลยไปติ่งมาให้ และรวบรวมไว้ตามนี้เลยค่ะ

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

อันดับแรก หากไม่นับถนนตามตรอกซอกซอยในตัวเมือง เราจะพบว่าถนนระหว่างเมืองทุกเมือง มีชื่อเป็นตัวเลข

อันที่จริงถนนในประเทศไทยแบ่งเป็นหลายประเภท ที่เป็นถนนใหญ่ เชื่อมภูมิภาค เชื่อมจังหวัด เชื่อมเมือง จัดเป็น “ทางหลวงแผ่นดิน” อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 

นี่คือถนนชนิดที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ทางหลวง” หรือ “ทล” ตามด้วยเลขชื่อถนน

หากสังเกตให้ดี ป้ายชื่อถนนชนิดนี้ จะเป็นป้ายสีขาว มีตราครุฑดำอยู่บน และด้านล่างเป็นเลขชื่อถนน ชัดเจน ไม่มีการตกแต่งใด ๆ

แต่ทีนี้ถ้าสังเกตต่อไป ถนนแต่ละเส้นจะมีหลักตัวเลขไม่เท่ากัน โดยจะมี 1-4 หลัก

ถนนเลข 1 หลัก จะเชื่อมภูมิภาคกับส่วนกลาง ได้แก่ ทล 1 (วิ่งขึ้นเหนือ), ทล 2 (วิ่งไปอีสาน), ทล 3 (ภาคกลาง ตะวันออก และใต้ตอนบน), และ ทล 4 (วิ่งลงใต้)

ถนนเลข 2 หลัก จะเชื่อมภายในภูมิภาค วิ่งข้ามหลายจังหวัดสำคัญ ถือเป็นเส้นประธานภายใน 

โดยหลักแรกของชื่อ จะตั้งตามรหัสของภูมิภาค ซึ่งก็คือเลขเดียวกันกับทางหลวงหลักเดียวของภูมิภาคนั้น ๆนั่นเอง

เช่น ทล 12 ย่อมเป็นเส้นประธานเส้นที่ 2 ของภูมิภาคหมายเลข 1 ซึ่งคือภาคเหนือ (ทล 12 วิ่งจากชายแดนไทย-เมียนมาร์ อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าสู่ จ.พิษณุโลก)

ถนนเลข 3 หลัก เป็นเส้นรองประธาน หรือเข้าใจง่าย ๆ ก็เล็กรองลงมา มักเชื่อมระหว่างจังหวัด หรือสถานที่สำคัญมาก

ถนนเลข 4 หลัก เป็นเส้นระหว่างจังหวัดหรืออำเภอสำคัญรองลงไป

ทั้งถนน 3 และ 4 หลัก จะมีหลักแรกเป็นรหัสภูมิภาค ขณะที่เลขหลักหลัง ๆ เป็นลำดับที่ของถนนนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าชื่อถนนบ่งบอกอะไรหลายอย่าง ทั้งตำแหน่งภูมิภาคและความสำคัญของถนน ซึ่งสำหรับเราคนใช้ถนน สามารถจินตนาการความใหญ่ความกว้าง ไปจนถึงความพลุกพล่านคร่าว ๆ ได้จากชื่อนั่นเองค่ะ

แน่นอนว่าอาจมีข้อยกเว้น ไม่เสมอไปที่ถนนหลักเลขน้อยจะใหญ่กว่าหลักเลขมาก แต่อย่างน้อยเราคงได้คำบอกใบ้บางอย่าง ก่อนจะออกเดินทางไกล

ป้ายชื่อทางหลวงรูปแบบต่างๆ (credit: wikipedia)

อย่างไรก็ตาม ที่ว่ามาทั้งหมดคือทางหลวงแผ่นดินนะคะ ยังมีถนนเล็ก ๆ (ที่บางทีก็ใหญ่) แต่ไม่ใช่ทางหลวงแผ่นดินอยู่ด้วย ถนนชนิดนี้ได้แก่ “ทางหลวงชนบท” และ “ทางหลวงท้องถิ่น” ค่ะ

ทางหลวงชนบท ในการดูแลของกรมทางหลวงชนบท มักเป็นถนนคดเคี้ยว เน้นการคมนาคมภายในอำเภอ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นถนนในเมืองหรือซอกซอย ถนนชนิดนี้บนป้ายจะประกอบด้วย อักษร 2 ตัว ตามด้วยเลข 4 หลัก

อักษร 2 ตัวเป็นชื่อย่อจังหวัด ขณะที่เลข 4 หลัก สามหลักหลังเป็นลำดับถนน ส่วนหลักแรกจะบ่งถึง “ต้นกำเนิดถนน” 

ตรงจุดนี้ถือเป็นข้อน่าสนใจ ถ้าหลักแรกเป็นเลข 1 แปลว่าถนนนี้แยกจากทางหลวงแผ่นดินเลขหลักเดียว ในทำนองเดียวกัน หากขึ้นด้วยตัวเลข 2-4 บ่งว่าแยกจาก ทล หลักเลขลดหลั่นลงไป ขณะที่เลข 5 หมายถึงเริ่มจากทางหลวงชนบทเช่นกัน ส่วนเลข 6 หมายถึงเริ่มจากสถานที่ในชุมชนค่ะ

เหล่านี้ช่วยบอกใบ้เราได้ว่า สภาพถนนจะเป็นอย่างไร เราจะเจออะไรบ้าง

นอกจากนี้ยังมีทางหลวงท้องถิ่น ที่สร้างและดูแลโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ายบอกชื่อจะเป็นสีเขียว ด้านบนเป็นตัวอักษร 2 ตัว ซึ่งหมายถึงชื่อย่อจังหวัด ตามด้วย ถ หมายถึงท้องถิ่น

ด้านล่างเป็นเลข ส่วนแรกเป็นรหัสของท้องถิ่นนั้น ๆ ส่วนหลังเป็นลำดับถนน

นี่ก็คือภาพคร่าว ๆ ของถนนหลวงที่เราใช้กันในปัจจุบัน

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

อย่างไรก็ตาม ถ้าสังเกตจะพบว่าทางหลวงหลักเดียว สมควรจะมีแค่ 1-4 ตามจำนวนภูมิภาค แต่ทำไมเราเคยเห็น 7 หรือ 9 ด้วยล่ะ แถมยังอยู่บนป้ายชื่อสีน้ำเงินหรือเขียว ไม่ใช่สีขาวทั่วไป

ทางหลวงเลขหลักเดียวตั้งแต่เลข 5 เป็นต้นไป จะเป็น “ทางหลวงพิเศษ” หรือที่เรียกกันว่า “มอเตอร์เวย์” ค่ะ

ทางหลวงพิเศษอยู่ในกลุ่มถนนที่จัดทำแบบพิเศษ มีลักษณะโครงสร้างเหมาะกับการใช้ความเร็วมาก ๆ และจะมีการเก็บค่าผ่านทางด้วย

โดยตามแผนพัฒนาของประเทศ ถนนเลข 5-8  จะล้อไปกับ 1-4 ตามลำดับ (5=1, 6=2,…) มีทิศทางเหมือนกันราวกับฝาแฝด แต่จะกำหนดและจัดโครงสร้างให้ซิ่งเหยียบมิดได้มากกว่า

นอกจากนี้ จะมีถนนประธานในระดับภูมิภาคที่เป็นมอเตอร์เวย์เช่นกันแยกออกมา โดยจะเป็นถนนเลข 2 หลัก ที่มีหลักแรกตรงกับรหัสมอเตอร์เวย์ของภูมิภาค

อย่างไรก็ตามขณะนี้ที่สร้างเสร็จและเปิดใช้ มีเพียง 5 และ 9 (วงแหวนรอบนอก) เท่านั้น โดยหากสร้างแล้วเสร็จ จะมีถนนชนิดนี้ 21 สายทาง

ฟัง ๆ แล้วอาจจะมึนงง แต่สำหรับคนขับรถ การสังเกตชื่อถนน และเดาความเป็นมาหรือสภาพจากตัวเลข นับเป็นสิ่งเล็กๆที่รื่นรมย์มาก และพอคิดว่า ต่อไปอาจได้ขับมอเตอร์เวย์ไปจนสุดปลายภูมิภาค ก็ยิ่งรู้สึกสนุกขึ้นอีกค่ะ

แต่ถนนของประเทศเรายังมีความลับ (รึเปล่า) อยู่อีกอย่าง

ทุกท่านน่าจะเคยเห็นป้ายสัญลักษณ์ AH1 AH2 หรือเคยได้ยินคำว่าถนนสายเอเชียกันอยู่บ้าง

ที่จริงตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา คณะกรรมการเอสแคป ได้ลงนามข้อตกลงพัฒนาปรับปรุงการขนส่งทางบกของเอเชีย โดยมีเป้าหมายให้มีถนนที่เข้าถึงได้โยงใยไปทั่วทวีป

เป็นที่มาของถนนรหัส AH นั่นเองค่ะ

แผนที่ Asian Highway Network ซึ่งโยงใยไปทั่วเอเชีย สังเกต AH1 และ AH2 ผ่านประเทศไทย (credit:wikipedia)

ถนนเหล่านี้จะวิ่งผ่านทวีปเอเชียในทิศทางต่างๆ โดยเส้นหลักที่วิ่งผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โดยเฉพาะไทย) ได้แก่ AH 1 โตเกียว (ญี่ปุ่น) - อิสตันบูล (ตุรกี) และ AH 2 เดนปาซาร์ (อินโดนีเซีย) - คอสราวี (อิหร่าน)

ถนนเหล่านี้ บางส่วนเป็นถนนที่ใช้อยู่เดิมแต่ปรับปรุงใหม่ บางส่วนสร้างขึ้นใหม่ แต่อย่างไรก็จะมีชื่อท้องถิ่นตามระบบของประเทศนั้นๆด้วย

เช่น ทล32 AH1 AH2 ก็คือชื่อของถนนประธานลำดับ 2 ในภูมิภาครหัส 3 (ภาคกลาง) ที่เป็นส่วนหนึ่งของทั้ง AH1 และ AH2

นี่ก็คือเส้นบางปะอิน - หลวงพ่อโอ ที่เรารู้จักกันในนามถนนสายเอเชียนั่นเองค่ะ

นั่นหมายความว่าหากขับต่อไปเรื่อย ๆ ถนนเส้นนี้จะพาเราไปถึงตุรกีก็ได้ อิหร่านก็ได้ หรือเดนปาซาร์ หรือโตเกียวก็ได้ค่ะ !

เช้ากินกุ้งแม่น้ำที่อยุธยา เย็นขับรถกินซูชิที่ชินจุกุ 

อื้อหือสุดยอดไปเลย !!!

(แต่รถต้องเร็วประมาณ 1,000 กม/ชม.)

ในอนาคตหากทุกอย่างสงบ ไม่มีโรคระบาด การเดินทางสะดวกสบาย อาจมีใครหลายคนอยากออนโร้ด ท่องเที่ยวไปตามใจ เรียนรู้ความแตกต่าง ศึกษาความเป็นไป ของทุกชนิดที่อยู่บนถนนสายเดียวกันนี้ก็เป็นได้

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

อ้างอิง

12

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากเพจวันนี้ชั้นติ่งอะไรได้ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...