โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษี ปี 2563 RMF ธีมไหน…น่าจับใส่พอร์ต?
ทันข่าว Today
อัพเดต 21 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว ChannelHighlight
กระจายธีมการลงทุนในกองทุนเด่นหลายกองทุนเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนมากขึ้น และกระจายความเสี่ยงไปพร้อมกัน
เป็นแนวทางในการวางแผนการลงทุนที่ทันข่าวหยิบเอามุมมองของ Phillip Fund SuperMart มาดูกัน… กับ 4 ธีมลงทุนในกองทุน RMF ก็คือ
- กองทุนหุ้นทั่วโลกเด่น ซึ่งเกาะติดธีมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
- กองทุนหุ้นจีน ที่เปิดโอกาสการเติบโตตามพัฒนาการที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน
- กองทุนหุ้นเน้นกลุ่มนวัตกรรม ที่มีศักยภาพเติบโตได้ดีในระดับสูงตามทิศทางของเมกะเทรนด์
- กองทุนตราสารหนี้พื้นฐานดี ที่เน้นความปลอดภัย ช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ตการลงทุน
จัดพอร์ต 70:30 แบบ RMF ลงทุนยาวๆ
Phillip Fund SuperMart แนะนำรูปแบบพอร์ตลงทุน RMF สำหรับความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง
70% ของพอร์ต มีกองทุนแนะนำ ตามนี้
- TMBGQGRMF 30%
กองทุนหุ้นต่างประเทศ กระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยการคัดเลือกหุ้นอย่างเป็นระบบ คัดกรองหุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน จากหุ้นทั่วโลกกว่า 3,000 บริษัท - PWINRMF 20%
กองทุนหุ้นทั่วโลก ลงทุนแบบ Fund of Funds กระจายการลงทุนใน กองทุน ETF ที่เป็นธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลัก ที่เป็นธีมเมกะเทรนด์แห่งอนาคต - T-ES-ChinaA-RMF 20%
กองทุนหุ้นจีน ที่เน้นเลือกลงทุนในหุ้นจีนธีม New China Economy หรือ กลุ่มเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตที่สูง เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมการอุปโภคบริโภค และ การบริการ เป็นต้น
30% ของพอร์ต มีกองทุนแนะนำ ตามนี้
- KFIRMF 20%
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง 1-3 ปี เพื่อยกระดับผลตอบแทนของการลงทุนในตราสารหนี้ - PRINCIPAL MMRMF 10%
กองทุนตลาดเงิน ความเสี่ยงต่ำเน้นความปลอดภัยของเงินลงทุน
เลือกลงทุนด้วย RMF ต้องดูอะไรบ้าง ?
- เลือก บลจ. และประเภทของกองทุน RMF
ต้องเลือกประเภทของกองทุนให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตนเอง และคำนึงถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้ อาทิเช่น กองทุนตราสารหนี้, กองทุนตราสารทุน, กองทุนลงทุนในต่างประเทศ และกองทุนแบบผสม - ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากเริ่มลงทุนใน RMF
ตั้งแต่วัยทำงานก็สามารถยอมรับความเสี่ยงได้สูง (Aggressive Portfolio) โดยอาจแบ่งสัดส่วนในการลงทุนเป็น หุ้น 70% ตราสารหนี้ 20% เงินสด 10% หรือตัดสินใจออม RMF ช่วงวัยกลางคน ต้องเลือกความเสี่ยงน้อยถึงปานกลาง (Moderate Portfolio)
โดยมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 50% ตราสารหนี้ 30% และเงินสด หรือมาเริ่มออมใกล้ๆ เกษียณ ไม่สามารถที่จะเสี่ยงได้เลย อาจลงทุนในตราสารหนี้ 40% หุ้น 30% และเงินสด 30% - พิจารณาผลดำเนินการย้อนหลังของกองทุนย้อนหลังหรืออาจเทียบกับ SET Index
เราไม่ควรตัดสินใจซื้อกองทุน RMF เพราะความหวือหวาผลตอบแทนของกองทุนนั้นๆ เพียงปีเดียว แต่ควรจะดูผลตอบแทนสม่ำเสมอระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป
โดยอาจเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันหรืออาจเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนกับ SET Index เน้นความปลอดภัย สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ - ค่าธรรมเนียมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
บางคนอ่านเข้าใจผิดว่ากองทุนไหนที่มีค่าธรรมเนียมสูง ผลตอบแทนต้องสูงตามไปด้วย เรื่องนี้ไม่จริงเสมอไป เพราะค่าธรรมเนียมเป็นตัวที่จะทำให้ผลตอบแทนที่เราได้นั้นลดลง “ค่าธรรมเนียมคือค่าคงที่ แต่ผลตอบแทนนั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
ส่งท้ายด้วยการขอมาทบทวนทำความเข้าใจการลงทุนผ่านกองทุนรวม RMF ได้ดังนี้…
• ลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับ SSF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กบข. ฯลฯ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
• ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน ลงทุนต่อเนื่องทุกปี เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี (ต้องถือมากกว่า 5 ปี นับวันชนวัน และถือจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์เหมือนเดิม)