โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบันทึกนักแสวงโชคชาวโปรตุเกส มองกษัตริย์สยาม ถึงการเมืองสมัยพระชัยราชาธิราช

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 พ.ค. 2564 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 04.24 น.
ภาพโคลงภาพ “สร้างกรุงศรีอยุธยา” เขียนโดย นายอิ้ม ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากหนังสือ “พระราชพงศาวดาร เล่ม 1 ฉบับพิมพ์ ร.ศ. 120 พ.ศ. 2444) โดยกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ

ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาค้าขายในเอเชียคือชาวโปรตุเกส พวกเขามาค้าขายและตั้งอาณานิคมที่เมืองกัวของอินเดีย แล้วเลยมาทางตะวันออกถึงเมืองไทย ขณะนั้นเป็นปี พ.ศ. 2068 รัชกาลของพระชัยราชาธิราช องค์ที่มีมเหสีชื่อพระนางศรีสุดาจันทร์

นายเฟอร์ดินันด์ เมนเดส ปินโต หนุ่มโปรตุเกส อายุ 28 ปี ได้เดินทางมาใช้ชีวิตแถบเอเชียตะวันออกถึง 21 ปี เพื่อแสวงหาโชคลาภ โดยเป็นพ่อค้า เป็นทหารรับจ้าง เขาได้เขียนหนังสือเล่าการผจญภัยไว้ในหนังสือโด่งดังเล่มหนึ่ง ชื่อ Peregrinicam มีเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยอยู่ 27 หน้า ซึ่งนับว่ามีคุณค่ายิ่งที่ทำให้เราได้เห็นโฉมหน้าของเมืองไทย ซึ่งครั้งนั้นเรียกว่าประเทศสยาม

สยามเมื่อ 500 ปีที่แล้วเป็นประเทศที่ทันสมัยแล้ว กองทัพขึ้นไปตีเชียงใหม่มีกำลังพลถึง 500,000 คน มีปืนใหญ่กระบอกสั้นบรรทุกเกวียนถึง 200 เกวียน มีทหารรับจ้างโปรตุเกส 120 คน ซึ่งปินโตก็เป็นหนึ่งในทหารรับจ้างเหล่านี้ เขาเล่าว่า

“ข้าพเจ้าผ่านเมืองท่าซุนดามายังประเทศสยาม ซึ่งข้าพเจ้าได้ไปทำสงครามกับเชียงใหม่ ร่วมไปกับพวกโปรตุเกส ได้ทำสงครามของพระเจ้าแผ่นดินสยาม จนถึงพระองค์เสด็จคืนสู่อาณาจักรของพระองค์อันเป็นที่ซึ่งพระราชินีของพระองค์วางยาพิษพระองค์เสีย

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของอาณาจักรโสน (Sarnau) ซึ่งตามปกติเรียกประเทศนี้กันว่า สยาม (Siam) เราได้รับการต้อนรับอย่างดี น่าพิศวง จากที่นั่นข้าพเจ้าอาจสามารถต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นได้ โดยไปในกลุ่มเรือโปรตุเกส 7 หรือ 7 ลำ ซึ่งได้จัดเรือเพื่อจุดมุ่งหมายนั้น” (แสดงว่ามีชาวโปรตุเกสจำนวนมากอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสมัยนั้นกรุงศรีอยุธยาได้เป็นเมืองท่าค้าขายกับนานาประเทศแล้ว-ผู้เขียน)

“ในช่วงเวลาที่รอลมอยู่นี้ ได้มีสงครามเกิดขึ้น โดยอาณาจักรเชียงใหม่ได้ส่งกองทัพมายึดเมืองกำแพงเพชร ผู้คนล้มตายไปกว่า 30,000 คน สมเด็จพระชัยราชาธิราชจึงทรงระดมพล เคลื่อนทัพไปสมรภูมิ ทรงเรียกร้องให้ชาวต่างประเทศอาสาเข้าร่วมรบในกองทัพ

ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดก็ตาม ถ้าพวกเขาไม่ไปช่วยรบแล้ว พวกเขาก็จะต้องถูกบังคับให้ออกไปจากอาณาจักรของพระองค์อย่างเร่งด่วนภายใน 3 วัน”

สำหรับพวกเราชาวโปรตุเกสทั้งหลายนั้น ในฐานะที่ได้รับความนับถือมากกว่าชาติอื่น พระเจ้าแผ่นดินทรงส่งหนังสือมาถามความต้องการของพวกเขา…เพราะพระองค์จะทรงไว้วางใจพวกเขาให้เป็นกองรักษาพระองค์

ทรงให้ความหวังอันยิ่งใหญ่เกี่ยวแก่เงินเลี้ยงชีพ ความโปรดปราน ผลประโยชน์ทั้งหลาย การอนุเคราะห์และเกียรติยศหลายอย่าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือจะทรงอนุญาตให้พวกเขาสร้างโบสถ์ในอาณาจักรของพระองค์ได้ ซึ่งนับว่าเป็นบุญคุณแก่พวกเราอย่างยิ่งจนทำให้พวกเราชาวโปรตุเกส ซึ่งมีจำนวน 130 คน ตกลงร่วมไปสงครามครั้งนี้เป็นจำนวน 120 คน”

สงครามครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยนำปืนใหญ่มาใช้ นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ชาวโปรตุเกสนำมาให้ นายปินโตเล่าว่า

“ทรงมีเกวียนบรรทุกปืนใหญ่กระบอกสั้น จำนวน 200 เกวียน…ด้วยเหตุที่กำลังส่วนใหญ่ของข้าศึกอยู่ที่ม้า ในทันทีที่พวกช้าง (ของเรา) เข้าถล่มพวกเขา โดยมีปืนใหญ่ และปืนใหญ่สนามยิงสนับสนุน พวกเขาก็พ่ายแพ้ไปในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง”

กองทัพสยามได้ขึ้นไปถึงเชียงใหม่ ล้อมเมืองอยู่จนฤดูฝนมาถึง จึงถอยทัพกลับอยุธยา เมื่อกลับมาแล้ว สมเด็จพระชัยราชาธิราชก็ได้ถูกพระนางศรีสุดาจันทร์วางยาพิษเพราะพระนางมีครรภ์อยู่กับออกขุนชินราชชู้รัก

นายปินโตเป็นฝรั่งคนเดียวใน 8 คนที่มิได้มองคนไทยในแง่ร้าย เขายกย่องสมเด็จพระชัยราชาธิราช ว่าทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ และรักษาสัตย์วาจา เมื่อก่อนสงครามทรงรับปากกับทหารโปรตุเกสไว้อย่างไร ก็ทรงปฏิบัติตามสัญญาอย่างมั่นคง พระราชทานรางวัลให้อย่างถึงอกถึงใจ มีพระราชานุญาตให้สร้างโบสถ์คริสตังได้เป็นโบสถ์แรกในเมืองไทย

นายปินโตได้เล่าเหตุการณ์ต่อไปว่า พระนางศรีสุดาจันทร์ได้ยกพระยอดฟ้าพระโอรสให้ครองราชย์สืบต่อไป อยู่ไปไม่ถึงปี พระนางก็วางยาพิษพระโอรสเสียอีก แล้วยกขุนวรวงศาธิราช ชู้รักให้เป็นเจ้าแผ่นดินแทน ซึ่งไม่นานนักก็ถูกโค่นล้มโดยบรรดาขุนนาง ได้พระเธียรราชาเป็นกษัตริย์สืบต่อไป ความเหี้ยมโหดของการเมืองไทยคงจะบาดใจนายปินโตมิใช่น้อย แต่เขามิได้วิจารณ์รุนแรงเพียงแต่กล่าวว่า

“ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเป็นสันติสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งใดเป็นผลเสียหายแก่ประชาชนของอาณาจักรอีกต่อไป เป็นความจริงแต่เพียงว่า มันได้แย่งชิงเอาความมีภูมิธรรมสูงส่วนใหญ่ ซึ่งก่อนนี้มีอยู่ไป โดยการคิดอ่านที่โหดร้ายและการกระทำอันร้ายกาจ ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวถึงมาก่อนแล้ว”

 

เอกสารอ้างอิง

หนังสือของนายปินโตได้เขียนและตีพิมพ์เป็นภาษาโปรตุเกส มีการแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในชื่อ The Travels Voyages and Adventures of Ferdinand Mendes Pinto กรมศิลปากรได้แปลและตีพิมพ์เป็นภาษาไทย เมื่อ พ.ศ. 2438 ในชื่อ “รวมเรื่องแปลหนังสือและเอกสารทางประวัติศาสตร์ ชุดที่ 3”

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...