โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เส้นทางสู่เจ้าแห่งทุน : ‘ธนินท์ VS เจริญ’ เส้นทางแห่งทุนที่แตกต่าง (4)

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 มิ.ย. 2562 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2562 เวลา 02.27 น. • The Bangkok Insight

 เจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ ขึ้นทำเนียบบุคคลที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 31,830ล้านบาท)  มาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2530 นับจากนั้นความมั่งคั่งของเจ้าสัว ธนินท์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา (2562) นิตยสารฟอร์บส์ ประกาศอันดับมหาเศรษฐีโลก เจ้าสัวธนินท์ ครองอันดับ 1 ผู้มั่งคั่งของประเทศไทย อีกครั้ง โดยมีสินทรัพย์ 15,2000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 500,000  ล้านบาท นับเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 87 ของโลก

สินทรัพย์ของเจ้าสัวธนินท์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 7เท่าตัว หรือจาก 2,000 ล้านดอลลาร์  (ราว 65,000 ล้านบาท) ในปี 2551 เป็น 15,2000ล้านดอลลาร์ ในปี 2562 ความมั่งคั่งที่พอกพูนขึ้นนั้นทำให้  ชื่อ“ธนินท์ เจียรวนนท์” ยืนอันดับ 1ของวงการเศรษฐีไทยถี่ขึ้นในช่วงหลายปี ที่ผ่านมา เช่น ปี 2558 ปี 2559 รวมทั้ง    ปีล่าสุด

ธนินท์ เจียรวนนท์

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางแห่งทุนของ เจ้าสัวธนินท์ ตลอด 9 ทศวรรษที่ผ่านมา นับแต่เปิด ร้านเจียไต๋ในปี 2464 จรัญ เจียรวนนท์ พี่ชายคนโตนำน้องๆ“เจียร   วนนท์” เปิดห้างเจริญโภคภัณฑ์ ในปี2502 กลายเป็น บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในปัจจุบัน พบว่ามี 5ปัจจัยที่นำมาซึ่งทุน และ ความมั่งคั่ง มาสู่เจ้าสัวธนินท์ และ “ตระกูลเจียรวนนท์ ”   

หนึ่ง การเติบโตของธุรกิจในเครือซีพี  เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะหลังเปิดห้างเจริญโภคภัณฑ์ในปี 2502 กิจการของซีพี ขยายตัวต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจนั้นๆ  อาทิ ซีพีเอฟ เป็นผู้นำในตลาดอาหารสัตว์ ไก่เนื้อ ซีพีออลล์ มีสาขาร้านสะดวกซื้อ กระจายทั่วประเทศมากกว่า 13,000แห่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น ขยับขึ้นมา เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเบอร์สอง เป็นต้น

สอง  ความสำเร็จจากการแสวงหารายได้จากต่างประเทศ จากการส่งออก การเปิดตลาดต่างแดนอย่างจริงๆจังๆของซีพี เริ่มจากส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นเมื่อปี 2514 จากนั้นการส่งออกไก่ของซีพีเติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันซีพีเอฟ เรือธงหลักของซีพี เป็นผู้ส่งออกไก่เนื้อรายใหญ่ของประเทศ

สาม นอกจากส่งออกแล้ว ซีพี ยังมีรายได้ต่างประเทศ จากการลงทุนในกิจการต่างๆทั่วโลก เช่น ซีพีเอฟ  มีการลงทุนใน 17 ประเทศ และสัดส่วนรายได้ของ ซีพีเอฟ ล่าสุดมากกว่า 67% นั้น มาจากต่างประเทศ

สาม การขยายธุรกิจด้วยการเทคโอเวอร์ หรือลงทุน ผ่านบริษัทเรือธงหลัก เช่น  ซีพีเอฟ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ ฮ่องกง  ฯลฯ ในกิจการต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงหลังปี 2551 ในกิจการจำนวนมากที่ซีพีเข้าไปลงทุนหรือซื้อมานั้น มี 4โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนระดับลงทุนระดับแสนล้านบาท  อาทิ การลงทุนในผิงอัน อินชัวรันส์ ร่วมทุน กับอิโตชูถือหุ้นใน ซิติก และการซื้อหุ้น  กิจการที่ผนวกเข้ามาในอาณาจักรซีพี สัมพันธ์กับขนาดธุรกิจ และ ความมั่งคั่ง ของเจ้าสัวธนินท์ โดยตรง

สี่  การลงทุนข้ามธุรกิจ ทำให้ซีพีมีกิจการหลากหลาย  เกษตร ค้าปลีก โทรศัพท์ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ เปรียบเหมือนมีรายได้หลายช่องทาง ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจที่อยู่ใต้ธง เครือเจริญโภคภัณฑ์ มี 13 กลุ่ม และจะเพิ่มเป็น 15กลุ่มในไม่ช้า จากกกลุ่มอีคอมเมิรส์ และรถไฟความเร็วสูง  

ทั้งนี้ 13 กลุ่มธุรกิจของซีพี  ประกอบด้วย 1. ปุ๋ยเมล็ดพันธ์ เคมีเกษตร 2. เกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร  3. การค้าระหว่างประเทศ  4.การตลาดและการจัดจำหน่าย 5. อุตสาหกรรมพลาสติก 6. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7 พืชครบวงจร  8. อาหารสัตว์เลี้ยง  9. ค้าวัตถุดิบและอาหารสัตว์  10. โทรคมนาคม 11. ยานยนต์ 12. การเงินและธนาคาร(จีน) 13. เวชภัณฑ์  

ห้า  โมเดลลงทุนข้ามธุรกิจของซีพีที่กล่าวข้างต้น ช่วยเติมศักยภาพการลงทุนให้ซีพี อีกทั้ง การนำกำไรมาลงทุนซ้ำ เพิ่มกำลังผลิต ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่ง ให้การสะสมทุนและความมั่งคั่งของ เจ้าสัวธนินท์ เพิ่มขึ้นจนก้าวขึ้นมายืนแถวหน้าของมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของไทยที่มีอยู่ราว 100 คน  

ทั้ง  5ปัจจัย คือพลังที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนของเจ้าสัวธนินท์ ให้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าบนเส้นทางแห่งทุน

หากเปรียบเทียบเส้นทางสู่เจ้าแห่งทุน ระหว่าง เจ้าสัวธนินท์ กับ เจ้าสัวเจริญ (เจริญ สิริวัฒนภักดี )แล้ว เจ้าสัวทั้งสอง ผลัดกันขึ้นมายืนหัวแถวนายทุน

ครั้งหนึ่งสองเจ้าสัว เคยจับมือ จะตั้งโรงเบียร์ในจีนร่วมกัน (ช่วงเปิดเสรีเบียร์ปี 2535) แต่ดีลไม่สำเร็จเพราะผลศึกษา แล้วผลตอบแทนไม่คุ้ม ทั้งนี้เจ้าสังทั้ง 2 คน มีจุดเหมือนและต่างกันดังนี้

สองเจ้าสัว เชื่อในหลักทำธุรกิตแบบ  ครบวงจรจากต้นน้ำ ถึง ปลายน้ำเหมือนกัน  

ตัวอย่าง ซีพีของ เจ้าสัวธนินท์ มี ซีพีเอฟ ผลิตอาหารสัตว์  เลี้ยง ไก่ กุ้ง ปลา หมูและมี  เซเว่นอีฟเลเว่น  กับแม็คโคร เป็นช่องทางการขาย ขณะที่ทีซีซีของ เจ้าสัวเจริญ  มี ไทยเบฟ เป็นเรือธงผลิต เครื่องดื่มแอกอฮอล์ และเครื่องดื่มมสารพัดชนิด มีโรงานผลิตชวดและกระป๋องอลูมิเนียม มีบิ๊กซี เป็นช่องทางการขาย เป็นต้น

ทั้งซีพี และทีซีซี  ใช้กลยุทธ์ขยายอาณาจักรธุรกิจด้วยการเทคโอเวอร์เหมือนกัน  และยังรุกลงทุนต่างประเทศหนัก ในช่วงหลังปี 2551 เหมือนๆกัน  แต่ในรายละเอียดนั้น มีความต่างกันอยู่ในทีคือ  ซีพีของเจ้าสัวธนินท์นั้น สยายอาณาจักรไปค่อนโลก ทั้งอาเซียน เอเชีย ยุโรป และ สหรัฐฯ รวม 17 ประเทศ โดยเป้าหมายคือ ครัวของโลก แต่ ทีซีซี โฟกัสอยู่ที่อาเซียน เป้าหมายของเจ้าสัวเจริญคือ ราชันน้ำเมาอาเซียน

ความแตกต่างระหว่าง เจ้าสัวธนินท์ กับเจ้าสัวเจริญ  อีกจุดคือสไตล์การลงทุน สไตล์ของ เจ้าสัวธนินท์  เน้นขยายธุรกิจออกไปรอบด้าน และวางแนวดิ่งในธุรกิจ เดิม และขยายแนวราบข้ามสายสู่ธุรกิจใหม่ เช่น จากผลิตอาหารสัตว์ ขายไก่ แล้วมาทำ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

และล่าสุดซีพี กำลังข้ามสายไปทำ รถไฟความเร็วสูง (โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน )   โมเดลการเติบโตของซีพี ที่เริ่มจาก บริการๆค้า ขยายไปเป็นผู้ผลิต แล้วยกระดับเป็นโฮลดิ้งส์คอมพานี (บริษัทลงทุน )  เข้าไปลงทุนในกิจการหลากหลาย โดยไม่เชื่อโยงกับธุรกิจหลัก ผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่  อดีต ผู้บริหารซีพีคนหนึ่งบอกว่าโมเดลดังกล่าว ฝรั่งยังงง

เจริญ สิริวัฒนภักดี

 ขณะที่ เจ้าสัวเจริญ มุ่งลงทุนในสายธุรกิจเดิม น้ำเมา เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ ค้าปลีก  และ อสังหาริมทรัพย์  เป้าหมายของเจ้าสัวเจริญ คือ ราชันน้ำเมา และเครื่องดื่ม อาเซียน  การเทคโอเวอร์หรือลงทุนของเจ้าสัวเจริญในช่วงที่ผ่านมาล้วนสนองยุทธศาสตร์นี้ทั้งสิ้น

เช่น การซื้อ เอฟ&เอ็ม (ยักษ์เครื่องดื่มและอสังหาฯของสิงคโปร์ ) เข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน ซาเบโก (ผู้นำตลาดเบียร์เวียดนาม)  ดีลล่าสุดคือ จับมือกับ บริษัท แม็กซิมส์ แดเทรอ์เรอร์ จากฮ่องกง ซื้อสิทธิ์ สตาร์บัคส์ 372สาขาในไทยหรือสะสม อสังหาฯเข้าพอร์ต์และขยายธุรกิจอสังหาฯต่อเนื่อง

แม้สไตล์การลงทุนระหว่าง เจ้าสัวธนินท์กับเจ้าสัวเจริญมีความต่างกัน หากบนเส้นทางแห่งทุน เจ้าสัวทั้งสองได้ ไปถึงจุดหมายปลายทางที่มีความมั่งคั่งเหมือนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...