โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SO ชี้หลังเข้าตลาดหุ้นมากว่า 1 ปี ได้รับผลตอบรับเกินคาด ทั้งความร่วมมือทางธุรกิจและผู้ลงทุน

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 22.57 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2564 เวลา 06.10 น.

สยามราชธานี (SO) มองหลังขายหุ้นไอพีโอเข้าตลาดหุ้นกว่า 1 ปี หนุนโอกาสให้บริษัทเติบโตมากมาย ลุยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสริมสภาพคล่องเข้าลงทุนสตาร์ทอัพที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน รวมถึงเสียงตอบรับจากผู้ลงทุน
นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยถึงภาพรวมบริษัทหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งแต่ 14 ต.ค. 2563 ว่า ตลอดระยะกว่า 1 ปี ที่ผ่านมา หลังบริษัทระดมทุนเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) นอกจากเม็ดเงินระดมทุนที่ได้มา บริษัทได้นำไปใช้ในการขยายกิจการตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่ขายไอพีโอแล้ว การที่ SO เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังนำมาซึ่งโอกาสในทางธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การได้พันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเกิดขึ้น การเสริมสภาพคล่องให้บริษัทได้เข้าไปศึกษาและเริ่มลงทุนในการควบรวมกิจการ (M&A) หรือลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ และที่สำคัญถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนในตลาดหุ้น
“บริษัทมีการปรับโครงสร้างการทำงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามารองรับการดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการบริการ สร้างความได้เปรียบทางด้านการตลาด และช่วยลูกค้าให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล เช่น การใช้ระบบลงเวลา (Tiktrack) เก็บข้อมูลการลงเวลา การลางาน การทำงานล่วงเวลา หรือเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน โดยสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งทำให้ลูกค้ายังเห็นข้อมูลได้ทันท่วงที (Real-time) และทำให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่ต้องการใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีมาควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน”นายณัฐพลกล่าว
ที่ผ่านมาสยามราชธานีมีการจับมือพันธมิตรทางธุรกิจอีกมากมาย เช่น การเซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ศึกษาขั้นตอนและความเป็นไปได้การควบรวมกิจการ (M&A) กับกลุ่มบริษัท ADI Thailandซึ่งประกอบธุรกิจกิจการเกี่ยวกับการบริการจัดหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Staff Outsourcing) และให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Consulting Services) ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตอบโจทย์แผนของ SOในการขยายตลาดและกลุ่มลูกค้า ที่ ณ ปัจจุบันมีความต้องการเอาเทคโนโลยีมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ
นอกจากนั้น ยังได้เซ็น MOU เป็นพันธมิตรความร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้ SO ได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระดับโลก (Technology Global) ที่สำคัญ Huawei จะช่วยให้สยามราชธานีเป็นที่รู้จักและจับมือร่วมกันเพื่อขยายตลาดทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ได้มากขึ้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางด้านเทคโนโลยีซึ่งถือว่าสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดย SO พร้อมเข้าไปลงทุนและสนับสนุนสตาร์อัพที่มีศักยภาพและพร้อมที่จะเติบโตในอนาคต เพื่อให้สตาร์ทอัพเข้ามาสร้างระบบนิเวศ (Eco System) และมีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจหรือในอุตสาหกรรมที่จะเติบโตในอนาคตยุคนิวนอร์มอลต่อไป
ทั้งนี้ ล่าสุด SOได้เข้าไปลงทุนฟินโนเวนเจอร์ฟันด์1 หรือกองทุนสตาร์ทอัพกองแรกของไทยที่ตั้งโดยกรุงศรี ฟินโนเวต ซึ่งมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเห็นนโยบายของกองทุนสอดคล้องกับนโยบายหลักของสยามราชธานีที่ต้องการเพิ่มโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เป็นเทรนด์การเติบโตในอนาคต โดยกองทุนนี้เน้นลงทุนสตาร์ทอัพทั้งในไทยและอาเซียนที่มีศักยภาพ และจะเป็นการเข้าไปลงทุนในระดับซีรี่ส์ A หรือตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ใน 3 ธุรกิจหลักที่คิดน่าจะเป็นโอกาสการเติบโตในกลุ่มประเทศนี้คือ กลุ่มฟินเทค กลุ่มอีคอมเมิร์ซ และกลุ่มออโตโมทีฟ (ยานยนต์)
อย่างไรก็ดี เป้าหมายการดำเนินงานของสยามราชธานีปี 2565 ยังคงเน้นการเติบโตในปี 2565 อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยพยายามไม่มองอุปสรรคจากสภาวะทางเศรษฐกิจปัจจุบันว่าเป็นปัญหา แต่กลับคอยมองหาโอกาส พันธมิตร ทั้งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือต่างอุตสาหกรรมที่หากสามารถร่วมมือกันทำงานได้อย่างดีก็พร้อมที่จะใช้แนวทางการร่วมกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งแบบการร่วมทุนทางธุรกิจ หรือการซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นจิ๊กซอว์ในการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายตั้งแต่บริษัท Outsource, Software Enterprise และ Professional Training นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...