ปวดท้ายทอย อาการกวนใจ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
อาการ ปวดท้ายทอย เป็นอาการที่พบบ่อยทั้งในวัยรุ่น หนุ่มสาว วัยกลางคน และผู้สูงอายุ ซึ่งอาการอาจแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ปวดร้าวจากศีรษะลงมาถึงท้ายทอย ปวดตุบๆ หรือปวดจี๊ดๆ ทั้งนี้อาการปวดท้ายทอยนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบ่งบอกถึงความผิดปกติหรือสภาวะร่างกายที่ต่างกันไป มาดูกันว่าอาการปวดท้ายทอย ที่เราเป็น น่าจะเกิดจากอะไรได้บ้าง
อาการปวดท้ายทอยจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension headache)
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก ซึ่งเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบศีรษะ ทำให้มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงและปวดร้าวลงมาถึงท้ายทอย ไหล่ บ่า รวมถึงอาจมีอาการปวดเบ้าตาและคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย นอกจากนี้ การออกแรงมากๆ เช่น การวิ่ง หรือยกของหนัก จะทำให้อาการปวดท้ายทอยแย่ลงได้
สาเหตุของอาการปวดจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย และอยู่ในภาวะเครียด กดดัน บางคนอาจมีอาการหลังดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
อาการปวดท้ายทอยเส้นประสาทต้นคอ (Occipital neuralgia)
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยอาจเป็นผลมาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทบริเวณต้นคอ มีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่ท้ายทอยไม่เพียงพอ กล้ามเนื้อหลังคอยึดตึง หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ทำให้เส้นประสาทเสียหาย รวมถึงการนอนตกหมอน นอนผิดท่า ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดเส้นประสาทต้นคอได้ทั้งสิ้น
อาการที่พบได้ คือ รู้สึกปวดจี๊ดๆ อย่างรุนแรงที่ท้ายทอย คล้ายมีเข็มมาทิ่ม หรือมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเมื่อหันคอ และอาจปวดท้ายทอยลามไปถึงศีรษะด้านใดด้านหนึ่งและกระบอกตาด้วย
อาการปวดท้ายทอยจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง (Muscle pain syndrome)
เป็นสาเหตุที่พบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในท่าก้มๆ เงยๆ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือเล่นโทรศัพท์เป็นประจำ ซึ่งหากทำกิจกรรมเหล่านี้ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรืออยู่ในอิริยาบถเดิมนานๆ โดยไม่หยุดพัก ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยและต้นคอหดเกร็งจนรู้สึกปวดท้ายทอยตุบๆ ได้
อาการปวดสามารถหายเองได้ หากพักใช้กล้ามเนื้อ และทำการยืดกล้ามเนื้อบ่อยๆ แต่หากปล่อยกล้ามเนื้อหดเกร็งต่อเนื่องนานๆ อาจเกิดกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นพังผืด และเกิดเป็น ‘จุดกดเจ็บ’ (Trigger point) หรือปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวและไม่คลายออก ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอ เมื่อกดโดนจะรู้สึกเจ็บปวดท้ายทอย และทำให้กล้ามเนื้อบริเวณข้างเคียงอ่อนแรงได้
การรักษาอาการปวดท้ายทอย
การรักษาอาการปวดท้ายทอยอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุของอาการ แต่โดยทั่วไปแล้ว มีแนวทางการบรรเทาอาการและรักษา ดังนี้
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม
หากมีอาการปวดท้ายทอยจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด หรือหากเกิดอาการปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง ควรพักใช้กล้ามเนื้อ ใช้การยืดเส้นบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงท่าทางก้มๆ เงยๆ จนกว่าอาการปวดจะหาย
2. ใช้ยาแก้ปวด
หากมีอาการปวดรุนแรงมาก สามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด แต่ยาแก้ปวดสามารถบรรเทาอาการได้ชั่วคราวเท่านั้น และไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดแบบเรื้อรัง การใช้ในระยะยาวอาจส่งผลกับตับและไตได้
3. การนวด กดจุด
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดท้ายทอยจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งการนวดและกดจุดอย่างถูกวิธี จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ช่วยลดการตึง และการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อได้ โดยเฉพาะในคนที่มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง หรือเกิดจุดกดเจ็บที่กล้ามเนื้อ แต่ไม่แนะนำในผู้ป่วยที่เพิ่งมีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อแบบฉับพลัน เพราะอาจทำให้อักเสบได้
4. การประคบร้อน
ความร้อนจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ และช่วยระบายของเสียที่คั่งค้างในกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้ วิธีทำ คือ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ถุงประคบร้อน หรือลูกประคบ มาวางบนท้ายทอยส่วนที่ปวดและกดเบาๆ ค้างไว้ ประมาณ 10 - 15 นาที จะช่วยให้อาการปวดดีขึ้น
5. การผ่าตัด
เป็นวิธีที่ใช้รักษาภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ในกรณีที่มีอาการปวดท้ายทอยรุนแรงจริงๆ และรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 - 8 เดือน หรือมีอาการอ่อนแรงมากขึ้น โดยจะต้องตรวจวินิจฉัยให้แน่นอน เช่น ทำ MRI เพื่อดูการกดของเส้นประสาท ซึ่งการผ่าตัดต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และอาจมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรือเส้นประสาทบริเวณข้างเคียงเสียหาย เป็นต้น
6. รักษาด้วยวิธีอื่นๆ
การฝังเข็ม หรือทำกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการปวดท้ายทอยด้วย
การป้องกันอาการปวดท้ายทอย
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลาผ่อนคลายเพื่อไม่ให้รู้สึกเครียดมากเกินไป
- หลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยคอต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นต้องทำงานในท่าทางเดิมซ้ำๆ เช่น ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรหาเวลาพัก เปลี่ยนอิริยาบถและยืดเส้นยืดสาย เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหดเกร็งและอักเสบเรื้อรังอันเนื่องมาจากการทำงาน
- ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นคอและท้ายทอยให้แข็งแรง ยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บได้ง่าย
ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพกับแพทย์โดยตรง ทั้งผู้หญิง และผู้ชายทุกวัย เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android
👨⚕️⚕️👩⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id
💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้
📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ
เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง
ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️