มิ้นท์ I Roam Alone เล่าเรื่อง ประเทศแห่งความสิ้นหวัง
มิ้นท์ I Roam Alone โพสต์เล่าเรื่อง ประเทศแห่งความสิ้นหวัง ได้แต่หวังให้ผู้มีอำนาจกินอิ่มแล้วคิดได้ ปล่อยให้คนอื่นได้ทำงานเพื่อประเทศ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 นางสาวมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “I Roam Alone” ที่มีผู้ติดตามกว่า 5.1 ล้านคน โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวของประเทศแห่งความสิ้นหวัง โดยเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับประเทศหนึ่งได้ คือ ความสิ้นหวัง
เมื่อหลายปีก่อนเคยเดินทางไปประเทศหนึ่ง ประเทศที่กลายเป็นรัฐล้มเหลว ตั้งแต่สนามบินที่รันเวย์พังไม่เป็นท่า ถนนเส้นหลักเข้าเมืองพัง สองข้างทางมีแต่คนยากจนสวนทางกับความเหลื่อมล้ำที่พุ่งทะยาน ทุกที่มีแต่คอร์รัปชั่น คอร์รัปชั่นในทุกระดับ ประชาชนต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อใช้บริการสาธารณะ เจ้าหน้าที่ซื้อขายตำแหน่ง คนด้านบนกินกันใหญ่โต เงินภาษีไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาบ้านเมือง สะพานไร้คุณภาพแต่ราคากลับแพง
การต่อรองกับต่างชาติเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็ก ๆ ทรัพยากรประเทศถูกขายจนเกลี้ยง คนที่พยายามจะทำเพื่อประเทศถูกลอบฆ่า ไม่ก็ถูกจับยัดข้อหาไปหมด คนรุ่นใหม่รู้สึกสิ้นหวัง เพราะทำอะไรไม่ได้มาก พวกเขารู้สึกไร้อำนาจ ถ้าคนที่โชคดีก็สามารถย้ายออกไปต่างประเทศได้ ถ้าไม่ได้ก็ได้แต่ทนอยู่ต่อไป การขับเคลื่อนที่ใช้แรงกายแรงใจอย่างมากกลับทำได้แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เพราะโครงสร้างหลักแห่งการคอร์รัปชั่นไม่เปลี่ยนแปลง คนมีเงินยังขับรถหรูได้ แต่ก็ขับบนถนนลูกรังพัง ๆ กลางเมือง ห้างหรูก็ยังมีแต่ก็ตั้งกลางซากตึกพัง ๆ ขาดการดูแล คนยากจนลงเรื่อย ๆ แต่ก็จะถูกพูดถึงอย่างสวยงามว่า “เขายังยิ้มได้ท่ามกลางความลำบาก” โดยลืมถามไปว่าแล้วทำไมเขาถึงต้องมาลำบากแบบนี้ ทำไมมันถึงดีกว่านี้ไม่ได้ ทำไมประเทศไม่เป็นของทุกคนอย่างเท่าเทียม และได้เติบโตขึ้นไปด้วยกัน
เราถามคนที่นั่นว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต่อไปจะเป็นยังไง หญิงสาววัย 30 ที่จบปริญญาเอกด้านการเมืองการปกครองและปัจจุบันทำงานขายกระเป๋าผ้าเย็บมือเพื่อรอเวลาจะสมัครงานไปประเทศอื่นมานั่งคุยด้วย เธอตอบว่า
“คนที่อยู่ในอำนาจเวลานี้เขาไม่ได้สนใจพวกเรา เขาสนใจแต่ตัวเอง หลงอำนาจ เงินทอง ที่ไม่รู้จะใช้ยังไงให้หมด แต่จริง ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้ทำร้ายแค่พวกเราที่เหลือทุกคน แต่เขากำลังทำร้ายอนาคตลูกหลานตัวเอง ด้วยมือของเขาเองด้วย
เขาลืมไปว่า ต่อไปลูกหลานของเขาที่แม้จะอยู่ในปราสาทหลังใหญ่สร้างหรูหราจากเงินที่เขาขโมยมา แต่ปราสาทนี้จะถูกล้อมรอบด้วยตึกโทรม ๆ เสียงสาปแช่งที่หน้าต่างก็กันไม่ได้ จะต้องขับรถหรูไปบนถนนพัง ๆ เป็นหลุมเป็นบ่อ มองไปทางไหนก็เป็นสีเทา ลูกหลานเขาจะไม่ได้มีความสุขกับทรัพยากรธรรมชาติใกล้มือ ไม่มีคุณภาพชีวิตดี ๆ ที่อยู่หน้าบ้าน เพราะพวกเขาเป็นคนทำให้ประเทศนี้พัง
เขาซื้อปราสาทให้ลูกหลานเขาได้ แต่เขาซื้อคุณภาพชีวิตดี ๆ ซื้อทัศนียภาพสวย ๆ ใกล้ตัวให้ไม่ได้ เพราะประเทศนี้กำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่ความเจ็บปวด ความยากลำบาก
เขาต้องนึกให้ได้ว่าปราสาทมันจะหรูได้แค่ไหนกันเชียว คนเราจะกินจะใช้ได้มากเท่าไหร่กันเชียว ลูกหลานเราจะมีความสุขไหมกับการกินอาหารอร่อย ๆ กลางความหิวโหยและการล้มตายของผู้คน
ถ้าถามว่าจะทำยังไงต่อไป ไม่รู้สิ อำนาจเขาล้นมือ เราได้แต่หวังว่าวันนึงเขากินอิ่มแล้วก็คิดได้ว่า พอแล้วล่ะ เราทำผิดมาพอแล้ว และตัดสินใจปล่อยมือ ให้คนทำงานได้มาทำงานเพื่อประเทศ ให้บ้านเรากลับมามีความหวังอีกครั้ง หรือมีสักคนที่มีอำนาจพอกัน มองเห็นความจริงนี้และลุกขึ้นสู้ แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่รู้ว่าจะเกิดได้วันไหน ฉันก็รอไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีความหวัง…”
ฟังเธอจบตอนนั้นยังคิดว่า เราโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในประเทศที่ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจแบบนั้น แต่มาวันนี้….
หลัง มิ้นท์ โพสต์เล่าเรื่องดังกล่าว ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีผู้เข้ามากดถูกใจกว่า 72,000 ครั้ง แสดงความเห็นกว่า 2,500 ครั้ง และแชร์มากกว่า 20,000 ครั้ง