โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มิ้นท์​ I Roam Alone เล่าเรื่อง ประเทศแห่งความสิ้นหวัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2564 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2564 เวลา 07.57 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก I Roam Alone

มิ้นท์ I Roam Alone โพสต์เล่าเรื่อง ประเทศแห่งความสิ้นหวัง ได้แต่หวังให้ผู้มีอำนาจกินอิ่มแล้วคิดได้ ปล่อยให้คนอื่นได้ทำงานเพื่อประเทศ 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 นางสาวมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “I Roam Alone” ที่มีผู้ติดตามกว่า 5.1 ล้านคน โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวของประเทศแห่งความสิ้นหวัง โดยเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับประเทศหนึ่งได้ คือ ความสิ้นหวัง

เมื่อหลายปีก่อนเคยเดินทางไปประเทศหนึ่ง ประเทศที่กลายเป็นรัฐล้มเหลว ตั้งแต่สนามบินที่รันเวย์พังไม่เป็นท่า ถนนเส้นหลักเข้าเมืองพัง สองข้างทางมีแต่คนยากจนสวนทางกับความเหลื่อมล้ำที่พุ่งทะยาน ทุกที่มีแต่คอร์รัปชั่น คอร์รัปชั่นในทุกระดับ ประชาชนต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อใช้บริการสาธารณะ เจ้าหน้าที่ซื้อขายตำแหน่ง คนด้านบนกินกันใหญ่โต เงินภาษีไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาบ้านเมือง สะพานไร้คุณภาพแต่ราคากลับแพง

การต่อรองกับต่างชาติเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็ก ๆ ทรัพยากรประเทศถูกขายจนเกลี้ยง คนที่พยายามจะทำเพื่อประเทศถูกลอบฆ่า ไม่ก็ถูกจับยัดข้อหาไปหมด คนรุ่นใหม่รู้สึกสิ้นหวัง เพราะทำอะไรไม่ได้มาก พวกเขารู้สึกไร้อำนาจ ถ้าคนที่โชคดีก็สามารถย้ายออกไปต่างประเทศได้ ถ้าไม่ได้ก็ได้แต่ทนอยู่ต่อไป การขับเคลื่อนที่ใช้แรงกายแรงใจอย่างมากกลับทำได้แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

เพราะโครงสร้างหลักแห่งการคอร์รัปชั่นไม่เปลี่ยนแปลง คนมีเงินยังขับรถหรูได้ แต่ก็ขับบนถนนลูกรังพัง ๆ กลางเมือง ห้างหรูก็ยังมีแต่ก็ตั้งกลางซากตึกพัง ๆ ขาดการดูแล คนยากจนลงเรื่อย ๆ แต่ก็จะถูกพูดถึงอย่างสวยงามว่า “เขายังยิ้มได้ท่ามกลางความลำบาก” โดยลืมถามไปว่าแล้วทำไมเขาถึงต้องมาลำบากแบบนี้ ทำไมมันถึงดีกว่านี้ไม่ได้ ทำไมประเทศไม่เป็นของทุกคนอย่างเท่าเทียม และได้เติบโตขึ้นไปด้วยกัน

เราถามคนที่นั่นว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต่อไปจะเป็นยังไง หญิงสาววัย 30 ที่จบปริญญาเอกด้านการเมืองการปกครองและปัจจุบันทำงานขายกระเป๋าผ้าเย็บมือเพื่อรอเวลาจะสมัครงานไปประเทศอื่นมานั่งคุยด้วย เธอตอบว่า

“คนที่อยู่ในอำนาจเวลานี้เขาไม่ได้สนใจพวกเรา เขาสนใจแต่ตัวเอง หลงอำนาจ เงินทอง ที่ไม่รู้จะใช้ยังไงให้หมด แต่จริง ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้ทำร้ายแค่พวกเราที่เหลือทุกคน แต่เขากำลังทำร้ายอนาคตลูกหลานตัวเอง ด้วยมือของเขาเองด้วย

เขาลืมไปว่า ต่อไปลูกหลานของเขาที่แม้จะอยู่ในปราสาทหลังใหญ่สร้างหรูหราจากเงินที่เขาขโมยมา แต่ปราสาทนี้จะถูกล้อมรอบด้วยตึกโทรม ๆ เสียงสาปแช่งที่หน้าต่างก็กันไม่ได้ จะต้องขับรถหรูไปบนถนนพัง ๆ เป็นหลุมเป็นบ่อ มองไปทางไหนก็เป็นสีเทา ลูกหลานเขาจะไม่ได้มีความสุขกับทรัพยากรธรรมชาติใกล้มือ ไม่มีคุณภาพชีวิตดี ๆ ที่อยู่หน้าบ้าน เพราะพวกเขาเป็นคนทำให้ประเทศนี้พัง

เขาซื้อปราสาทให้ลูกหลานเขาได้ แต่เขาซื้อคุณภาพชีวิตดี ๆ ซื้อทัศนียภาพสวย ๆ ใกล้ตัวให้ไม่ได้ เพราะประเทศนี้กำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่ความเจ็บปวด ความยากลำบาก

เขาต้องนึกให้ได้ว่าปราสาทมันจะหรูได้แค่ไหนกันเชียว คนเราจะกินจะใช้ได้มากเท่าไหร่กันเชียว ลูกหลานเราจะมีความสุขไหมกับการกินอาหารอร่อย ๆ กลางความหิวโหยและการล้มตายของผู้คน

ถ้าถามว่าจะทำยังไงต่อไป ไม่รู้สิ อำนาจเขาล้นมือ เราได้แต่หวังว่าวันนึงเขากินอิ่มแล้วก็คิดได้ว่า พอแล้วล่ะ เราทำผิดมาพอแล้ว และตัดสินใจปล่อยมือ ให้คนทำงานได้มาทำงานเพื่อประเทศ ให้บ้านเรากลับมามีความหวังอีกครั้ง หรือมีสักคนที่มีอำนาจพอกัน มองเห็นความจริงนี้และลุกขึ้นสู้ แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่รู้ว่าจะเกิดได้วันไหน ฉันก็รอไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีความหวัง…”

ฟังเธอจบตอนนั้นยังคิดว่า เราโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในประเทศที่ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจแบบนั้น แต่มาวันนี้….

หลัง มิ้นท์ โพสต์เล่าเรื่องดังกล่าว ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีผู้เข้ามากดถูกใจกว่า 72,000 ครั้ง แสดงความเห็นกว่า 2,500 ครั้ง และแชร์มากกว่า 20,000 ครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...