โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง “มะเขือพวงไร้หนาม”สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรอ.ห้วยยอด-อ.วังเศษ

77kaoded

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 05.53 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง - ชาวสวนปรับตัวหันปลูกพืชทางเลือกที่มีตลาดรองรับ โดยล่าสุด ชาวสวนในจ.ตรังกว่า 20 ราย กลุ่มกันปลูกมะเขือพวงไร้หนามเนื้อที่รวมกว่า 100 ไร่ ป้อนโรงงาน สร้างรายได้ที่แน่นอนในราคารับประกัน และไม่ผูกมัด สามารถขายได้ทั้งในตลาดทั่วไปหากราคาดีกว่าและป้อนโรงงานทำมะเขือพวงแปรรูปส่งขายต่างประเทศ

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เกษตรกรชาวสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมันพยายามมองหาพืชทางเลือกระยะสั้น เพื่อนำมาปลูกแซมในสวนของตนเอง เพื่อเพิ่มรายได้เข้าครอบครัว  ปรากฏว่าขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.ห้วยยอด และ อ.วังวิเศษ ประมาณ 20 ราย ได้รวมกลุ่มกันได้เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ เริ่มต้นจากการไปดูงานด้านการเกษตรจึงเกิดความสนใจ โดยมองว่าสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว จึงหันมาปลูกมะเขือพวงไร้หนามแซมในสวนยาง และสวนปาล์มน้ำมัน ใช้เวลาปลูก 4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยเก็บได้ทุกๆ 15 วัน

ด้านนางกัณหา ทองอ่อน (ป้าอ้อย)  ชาวสวนในพื้นที่หมู่ 12 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ  กล่าวว่า ของตนเองมีปลูกไว้ทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ แบ่งเป็นแซมในสวนยางพาราประมาณ 14 ไร่ และแซมในสวนปาล์มน้ำมัน ประมาณ 6 ไร่  ซึ่งมะเขือพวงไร้หนามปลูกง่าย เป็นพืชระยะสั้นเพียง 4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และอยู่ได้นานประมาณ 4 ปี  ตัดได้ทุกๆ 15 วัน  ครั้งละกว่า 200 กิโลกรัม  โดยตัดส่งขายทั้งในตลาดทั่วไปครั้งละประมาณ 10- 15 กิโลกรัม ซี่งได้ราคาดีประมาณกิโลกรัมละ 30 -50 บาท   และจะมีรถของโรงงานเดินทางมารับนำไปส่งโรงงานในพื้นที่จ.ขอนแก่น ซึ่งทางกลุ่มได้ทำ MOU กับทางโรงงาน ในราคาประกันกิโลกรัมละ 13 บาท แต่ทั้งนี้ ขึ้นลงขึ้นกับราคาในท้องตลาดแต่ไม่ต่ำกว่า 13 บาท  ทั้งนี้ ไม่ผูกมัด หากราคาดีตนก็จะตัดขายในตลาด แต่หากตลาดราคาตกตนก็จะตัดป้อนโรงงาน ซึ่งทางโรงงานจะมารับ 15 วัน/ครั้ง   โดยทางโรงงานนำไปแปรรูปทำแกงเขียวหวานสำเร็จรูป หรือแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ และอบแห้ง ส่งขายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งตลาดของมะเขือพวงไปได้ดีตลาดกว้างมีไม่เพียงพอความต้องการของตลาด   โดยต้นกล้าพันธุ์สั่งซื้อมาจาก จ.ขอนแก่น ในราคาต้นละ 10 บาท และใช้วิธีการปลูกแบบปลอดสารเคมี คือ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงแต่จะใช้ผงพะโล้ เหล้าขาว น้ำส้มสายชู ยาเส้น หมักทิ้งไว้ 3 คืน นำไปผสมน้ำ ก่อนนำมาฉีดพ่นไล่หนอน  ส่วนปุ๋ยใช้ปุ๋ยอินทรีย์หมักเอง และ ปุ๋ยคอก ซึ่งนอกจากมะเขือพวงไร้หนามแล้ว ตนยังปลูกพืชผักอีกหลายอย่าง เช่น พริก มะเขือ ผักบุ้งแก้ว มะเขือพวง และ มะเขือเทศศรีดา เป็นต้น รสชาติจะหวานอร่อยกว่ามะเขือพวงทั่วไป

ทางด้านนางอริยา แก้วสามดวง เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดตรัง  ในฐานะประธานกลุ่มพืชทางเลือก พืชเสริมในสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน  กล่าวว่า  เดิมเกษตรกรที่โค่นยางหรือ โค่นปาล์มใหม่จะไม่มีรายได้เข้ามา   จึงเริ่มศึกษาเพื่อหาทางส่งเสริมให้ปลูกพืชระยะสั้น และต้องการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงเห็นว่ามะเขือพวงไร้หนามที่สถาบันแม่โจ้วิจัยออกมาว่าปลูกง่าย ติดผลเร็ว ให้ผลดก มีรสชาติดี มีลำต้นแข็งแรง และต้านทานโรคทางดินดี มีกิ่งแขนงมากรสชาติดีกว่ามะเขือพวงทั่วไปและเป็นที่ต้องการของตลาด จึงได้เปิดเวทีและร่วมลงนามทำบันทึกข้อตกลง (MOU) โดยนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธาน   จากนั้นจึงพาคณะทั้งหมดประมาณ 50 คน ไปศึกษาดูงานที่โรงงานในจ.ขอนแก่น จึงเห็นตัวอย่างแปลงปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ 100%  ทั้งนี้ เขาทำเพียงแค่ 2 ปี เขาก็หลุดหนี้ ทำให้สมาชิกทั้งหมดขณะนี้ประมาณ 20 คน กลับมาปลูกกัน เป้าหมายนำผลผลิตป้อนโรงงานดังกล่าว ในราคารับประกันกิโลกรัมละ 13 บาท ขึ้นลงกับราคาในตลาด แต่หากในตลาดราคาดี ก็สามารถตัดส่งขายในตลาดรับซื้อทั่วไปได้  ปัจจุบันกลุ่มปลูกพืชเสริมในสวนยางและสวนปาล์ม มีสมาชิก 20 ราย มีเนื้อที่เพาะปลูกประมาณ 100 ไร่ ซึ่งหลังปลูกได้ไม่นานก็เจอกับวิกฤตโควิด-19 แต่โชคดีที่กลุ่มได้ทำ MOUไว้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้บริษัทรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 13-25 บาท ขณะเดียวกันทางกลุ่มกำลังหาแนวทางส่งเสริมเพิ่มพื้นที่การปลูก  โดยได้ทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อทำโรงอบแห้งมะเขือพวง ซึ่งใช้งบก่อสร้างประมาณ 4-5 แสนบาท เนื่องหากทางกลุ่มสามารถอบแห้งเองได้ ทางบริษัทเดียวกันจะรับซื้อคืนในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งการปลูกมะเขือพวงมองว่าสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้ เพราะมะเขือพวงไร้หนามมีอายุเก็บเกี่ยวนาน 4 ปี และตลาดกว้าง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สำคัญ ตลาดกว้าง เป็นที่นิยมในต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...