โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สแกนเจอ 5 หุ้นปันผลต่อเนื่อง 5 ปี จะซื้อหุ้นทั้งที ราคาต้องถูกและงบต้องดี

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 22.58 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2564 เวลา 09.38 น. • Maratronman

การที่นักลงทุนจะเลือกหาหุ้นที่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับเราได้ทุกๆปีนั้นก็ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแล้ว และเมื่อหาเจอหุ้นที่จ่ายปันผลในทุกๆปีแล้วนั้น สิ่งที่จะหายากขึ้นไปมากกว่านั้นคือหุ้นที่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับเราได้ในทุกๆปี เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน รวมถึงผลประกอบการที่ออกมานั้นจะย่อมมีทิศทางที่ดี เหมือนดังคำที่หลายคนเคยบอกว่า “จะซื้อหุ้นทั้งที ต้องซื้อตอนที่ราคาถูก และผลประกอบการต้องดี”
แต่อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai ได้คัดกรองหุ้น โดยผ่านใช้โปแกรมของ https://www.setsmart.comเข้ามาช่วยคำนวณ ซึ่งพบว่า มีจำนวน 5 หลักทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องตลอด 5 ปี ประกอบกับผลตอบแทนของเงินปันผลมีอัตราที่มากกว่า 5% และผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่ดีรวมถึงมีสภาพคล่องหุ้นในระดับสูงเพียงได้เห็นข้อความนี้นักลงทุนก็คงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยว่ามีหุ้นอะไรบ้างที่เข้าข่ายในเกณฑ์นี้และจะเป็นหุ้นที่เราถืออยู่หรือไม่
โดยโปรแกรมของ https://www.setsmart.com ได้คำนวณออกมาแล้วว่ามีจำนวน 5 หุ้นดังนี้ 1.AIT หรือ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร (System Integrator หรือ SI) ให้บริการในกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง 5 โดยคิดอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับ 8.30-10.67% ต่อปี
สำหรับคำแนะนำในเชิงกลยุทธ์และบทวิเคราะห์นั้นยังไม่มีออกมาให้เห็น แต่ในด้านของผู้บริหารระบุว่า ตั้งเป้าหมายรายได้ 6,500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะมาจากการรับรู้มูลค่างานในมือ (Backlog) ซึ่ง ณ วันที่14 ม.ค.64 อยู่ที่ 6,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีงานที่อยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าอีกประมาณ 200 ล้านบาท
2.DRT เมื่อเอ่ยชื่อนี้ก็รู้ได้ทันทีว่า คือกระเบื้องตราเพชร ซึ่งไปที่บ้านไหนๆก็ใช้กระเบื้องยี่ห้อนี้ โดยมีอัตราการเงินปันผลตอบแทนตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี อยู่ที่ 5.26-7.50% ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ขึ้นชื่อถึงความสามารถในการจ่ายเงินผล โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่าผลประกอบการไตรมาส1/64 มีแนวโน้มจะฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวในครึ่งหลังปีก่อน จากตัวเลขเดือน ม.ค.-ก.พ. เริ่มมีการเติบโต และเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้จะโต 5%
ดังนั้นคงประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมประเมินยอดขายปี 2564 เท่ากับ 4,565 ล้านบาท เติบโต 4% และ มีกำไร 569 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2% แต่ผลของการซื้อหุ้นคืนทำให้จำนวนหุ้นลดลง 10% จะทำให้กำไรต่อหุ้นเติบโตได้ 13%
3.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เป็นหนึ่งดีล เมกเกอร์ ขนาดรายใหญ่ของไทย และถือเป็นอีกหนึ่งราชาเงินผลแบบสม่ำเสมอให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยย้อยหลังเฉลี่ย 5 ปี KKP มีอัตราเงินปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 5.08-8.21% นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส1/64 ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากตามเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้น รวมถึงธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากปริมาณซื้อขายต่อวันที่สูง และดีลวาณิชธนกิจ โดยเฉพาะ OR ดังนั้นคาดกำไรปี 64 ฟื้นตัวแกร่ง โต18% จากปีก่อน และได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำตลอดปี ขณะที่ Dividend Yield ปี 63-64 อยู่ที่ 5% และ 6.7% ตามลำดับ
4.SCGP ผู้บุกเบิกธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม เจ้าแรกๆในประเทศไทย มีรับรู้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการรับรู้รายได้ของการขายไฟฟ้าในรูปแบบ Adder บวกเพิ่มเข้าไป และในปัจจุบันมีแผนได้รับการก่อสร้างพัฒนาโรงไฟฟ้าในพื้นที่อีอีซี โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่าบริษัทมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลังคว้าโครงการ solar farm ขนาด 500 MW ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะเป็นตัวสร้างฐานกำไรใหม่ให้บริษัทเพื่อมาทดแทนฐานกำไรเดิมของโซล่าร์ในระบบ adder ที่จะหายไป
โดยเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 64 ใหม่ ที่ 27บาท อิง SOTP (เดิม 27.90 บาท) โดยมีการปรับประมาณการกำไรปี 64-65 ลง เฉลี่ย -2% สะท้อนภาพธุรกิจ solar roof ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี 63 เท่ากับ 0.65 บาทต่อหุ้น
5.LPN ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม เป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี ซึ่ง LPN มีอัตราการจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 6.82-13.78% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอนเพราะผลตอบแทนเติบโตได้ดีมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มองกรณีที่ LPN ตั้งเป้ายอด Presales ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท อ่อนตัวลดลงจากปี 2563 เล็กน้อย ด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ คาดว่าจะเป็นโครงการคอนโด 4 โครงการ มูลค่ารวม 5.77 พันล้านบาท และการเปิดตัวโครงการแนวราบราว 2-4 โครงการ (รวมโครงการบ้าน 365 แจ้งวัฒนะ มูลค่า 2.6 พันล้านบาท) ด้านรายได้ คาดว่ายอดโอนจากกลุ่มแนวราบจะโดดเด่นต่อเนื่อง โดยที่ในปี 2564 LPN จะเน้นการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก
ยังคงแนะนำ ถือ ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 4.13 บาท (จาก 4.27 บาท) โดยอิง EPS 2564F ที่ 0.59 บาท/หุ้น และค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง (-0.5SD) 5 ปีที่ 7x เนื่องจากรายได้จากการโอนในช่วง 9M64 จะมาจากการขายโครงการใน Inventory เป็นหลัก ส่งผลให้คาดว่า Gross Margin อาจยังคงอยู่ที่ระดับราว 28% แต่อย่างไรก็ดี เรามองว่าการเน้นขายโครงการแนวราบจะช่วยให้รายมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง เรายังแนะนำ ถือ เพื่อรับเงินปันผล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...