โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันมะกอก VS น้ำมันมะพร้าว น้ำมันชนิดไหน ใช้ทำอาหารได้ดีกว่ากัน?

MThai.com

เผยแพร่ 02 ก.ย 2562 เวลา 01.10 น.
การน้ำมันมาปรุงอาหารหากใช้ผิดวิธีก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

น้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารควรบริโภคน้ำมันไม่เกิน 6-8 ช้อนชาต่อวัน ในน้ำมันพืช 1 ช้อนชา มีปริมาณเท่ากับ 130 แคลอรี่ หากกินไขมันมากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง อีกทั้งการนำน้ำมันมาปรุงอาหารหากใช้ผิดวิธีก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วยแล้ว น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก น้ำมันชนิดไหนล่ะที่เหมาะสำหรับใช้ทำอาหาร?

น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากเนื้อมะพร้าว ที่ได้รับความนิยมก็คือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งเป็นการสกัดแยกจากเนื้อมะพร้าวโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ใช้ความร้อนสูงและไม่ผ่านการแปรรูปทางเคมี แต่มักมีราคาที่แพง น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกเป็นกรดไขมันอิ่มตัวอยู่ถึง 50 % ซึ่งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคและต้านอนุมูลอิสระได้ น้ำมันมะพร้าวมีแคลอรี่ต่ำกว่าน้ำพืชจึงย่อยได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีโมเลกุลที่เล็กไม่สะสมในร่างกายจึงไม่ทำให้อ้วน อีกทั้งน้ำมันมะพร้าวเหมาะสำหรับการทอดและผัด เนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวจึงทำให้ทนความร้อนได้สูง เมื่อถูกความร้อนจะไม่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง จึงช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ไม่ให้กลายเป็นมะเร็ง

น้ำมันมะกอก (Olive oil) เป็นการบีบเอาน้ำมันออกมาจากมะกอกสดมักมีสีเขียวหรือสีทอง เป็นน้ำมันที่ดีต่อหัวใจ เหมาะกับการนำมาปรุงเป็นสลัด การบริโภคน้ำมันมะกอกควรปรุงสดห้ามผ่านความร้อน เพราะน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวจึงไม่ทนต่อความร้อนสูง เมื่อน้ำมันมะกอกถูกความร้อนสูงๆ จะทำให้เปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีต่อร่างกายก่อให้เกิดโรคหัวใจและมะเร็งได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...