“ตลาดเกิดใหม่” ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก...กับโอกาสลงทุนในระยะยาว !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2564 เวลา 07.28 น. • โต๊ะกองทุน Wealthythai“ตลาดเกิดใหม่(Emerging Market)” มีแนวโน้มเติบโตสูงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกทั้งด้านการบริโภค, การผลิตและบริการ
กระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดสหรัฐส่งผลให้เงิน“ดอลลาร์อ่อนค่า” เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวของรายได้บริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศและทำให้ตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่มีโอกาสปรับตัวสูงกว่าตลาดประเทศพัฒนาแล้วขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฉีดวัคซีนยังปัจจัยบวกให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกลับมาซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ“ตลาดเกิดใหม่”
“บลจ.วี” มองเป็นโอกาสการลงทุนในกลุ่ม“Emerging Market” จากการเติบโตต่อเนื่องของYoung Generation ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศในอนาคต
วันนี้ทีมงาน‘โต๊ะกองทุนWealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทกัน
ชี้“ตลาดเกิดใหม่”…โอกาสลงทุนในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตสูงของโลก
โดย“อิศราพุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบลจ.วีจำกัดเปิดเผยว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่มีการเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาสูงกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว(G7) เฉลี่ยประมาณ2 เท่าคาดว่าในปี2050 ประเทศเกิดใหม่จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกนำโดยประเทศ“จีน” อันดับที่1 “อินเดีย” อันดับที่2 และ“อินโดนีเซีย” จะอยู่ในอันดับที่4 โดยเฉพาะภาคการบริโภคในกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะเติบโตแตะระดับ30 ล้านล้านเหรียญฯในปี2025 หรือคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของทั่วโลกทั้งนี้ปัจจัยผลักดันสำคัญคือการขยายตัวของสังคมเมือง(Urbanization) ประกอบกับการเติบโตของประชากรซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอายุในช่วงระหว่าง20-30 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนแนวโน้มอุปสงค์ของโลกการเติบโตของชนชั้นกลาง(Rising Middle Class) ในเอเชียโดยเฉพาะจีนและอินเดียที่จะเพิ่มขึ้นเป็น3.5 พันล้านคนในปี2035 ทำให้เกิดความต้องการบริโภคที่สูงส่งผลให้เกิดการเกิดพัฒนานวัตกรรม, ออกแบบผลิตภัณฑ์, การผลิต, การจัดจำหน่ายและการจัดการระบบห่วงโซ่การผลิตต่างๆ(Supply Chain) เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวและเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ
(อิศราพุฒตาลศรี)
“ดังนั้นการเติบโตของตลาดเกิดใหม่จะมีสัดส่วนการเติบโตต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นปัจจุบันมีสัดส่วนการเติบโตอยู่ที่60% ของGDP ทั่วโลกและคาดว่าจะเพิ่มเป็น70% นับตั้งแต่นี้ไปจนถึงปี2025ซึ่งมีผลทำให้การได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดเกิดใหม่นั้นจะไม่จำกัดอยู่ในธุรกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่เท่านั้นหลายบริษัทในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะบริษัทที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่มีแนวโน้มที่จะเติบโตจากความต้องการบริโภคและการบริการในระยะยาวตามไปด้วย”
“บลจ.วี” ส่ง‘กองWE-DEWORLD’ ลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่…IPO ถึงวันที่8 เม.ย. นี้
บริษัทจึงเปิดเสนอขายIPO‘กองทุนเปิดวีดีเวลลอปปิ้งเวิลด์(WE-DEWORLD)’ วันนี้- 8 เม.ย.21 โดยจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก‘Artisan Partners Developing World FUND’ ที่นโยบายลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่ได้ประโยชน์จากการอุปโภคและบริโภคที่เติบโตในตลาดเกิดใหม่ผ่านการบริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดเกิดใหม่“จุดเด่น” ของกลยุทธ์กองทุนหลักคือการStock picking คัดเลือกลงทุนในบริษัทที่มีระดับการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดมีปัจจัยพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งบริษัทที่มีกระแสเงินสดมั่นคงมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ(Scalability) และมีการดำเนินธุรกิจที่ไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ(Durability) ซึ่งอยู่ใน3 กลุ่มดังต่อไปนี้1.Greater China จากการที่ธุรกิจมีความยืดหยุ่นสามารถปรับขนาดธุรกิจได้2.Transcenders บริษัทในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความสามารถปรับตัวก้าวข้ามความผันผวนและวัฏจักรเศรษฐกิจได้3.Passporter Companies บริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอื่นที่มีธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของประเทศเกิดใหม่“นอกจากนี้เนื่องจากตลาดเกิดใหม่มีความผันผวนต่อการไหลเข้าออกของกระแสเงินการลงทุนทางกองทุนหลักจึงเน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีความต้านทานจากความผันผวนของการไหลเข้าออกของเงินทุนรวมถึงมีการจัดการเรื่องความผันผวนของค่าเงินเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน”
“กองทุนหลัก” โชว์ผลตอบแทนทิ้งห่างดัชนีเทียบวัดทุกช่วงเวลา
สำหรับตัวอย่างบริษัทที่กองทุนลงทุนเช่น1)บริษัทSea Limited ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ออนไลน์ส่วนบุคคลและเนื้อหาดิจิทัลบนมือถือ, อีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มการชำระเงินซึ่งให้บริการลูกค้าทั่วโลก
2) บริษัทVisa Inc. ดำเนินธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับร้านค้าปลีกและจัดการบริการทางการเงินทั่วโลกนอกจากนี้บริษัทยังนำเสนอการค้าทั่วโลกและข้อมูลระหว่างสถาบันการเงิน, ร้านค้า, ผู้บริโภค, ธุรกิจและหน่วยงานของรัฐ
3)บริษัทAlibaba Group Holding Limitedบริษัทโฮลดิ้งให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตการเงินออนไลน์และบริการเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ตผ่านบริษัทย่อยที่ให้บริการทั่วโลก
4)บริษัทMercadoLibre Inc.(MELI)ตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคละตินอเมริกา
5)บริษัทNVIDIA Corporationผู้ออกแบบพัฒนาและวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์กราฟิกสามมิติ(3D) และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องบริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์กราฟิก3 มิติแก่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป
“ด้วยกลยุทธ์การลงทุนและการคัดเลือกบริษัททำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก‘Artisan Partners Developing World Fund’มีการเติบโตที่น่าสนใจโดยณวันที่28 ก.พ. 2021 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง1 เดือนอยู่ที่0.81%ย้อนหลัง3 เดือนอยู่ที่3.69% ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่3.69% ย้อนหลัง1 ปีอยู่ที่89.66% ต่อปีและผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่54.44% ต่อปีเทียบกับดัชนีมาตรฐานMSCI Emerging market indexอยู่ที่0.76%, 3.85%, 3.85%, 36.05% ต่อปีและ16.15% ต่อปีตามลำดับ”สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาวจากการเติบโตของกลุ่ม“ประเทศตลาดเกิดใหม่(Emerging Market)” เชื่อว่า“กองทุนWE-DEWORLD” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคุณได้ไม่มากก็น้อย