โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกตรวจสำนักสงฆ์เถื่อน!แอบเผาศพบนกองฟืน สุดฉาวพระเณรตั้งวงกินหมูกะทะแกล้มเบียร์ (คลิป)

Khaosod

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2560 เวลา 09.45 น.

กรณีพระสำนักปฏิบัติธรรม ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา กทม. นำโลงศพของหญิงชราชาวชาว จ.สมุทรปราการ มาวางเตรียมไว้บนท่อนไม้บริเวณทางเข้าสถานปฏิบัติธรรม เพื่อจะเผาศพซึ่งไม่เคยมีการเผาศพแบบนี้มาก่อน โดยพบพระ 20 รูป นำกองฟืนมาวางและใช้ปี๊บน้ำมันก๊าดราดไปฟืน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปห้ามแต่กลับถูกเจ้าอาวาสช่วยกันผลักดันออกมา จนมีการกระทบกันวุ่นวาย ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายเมื่อเจ้าอาวาสใช้น้ำมันก๊าดราดใส่ชาวบ้าน 2 คน พร้อมสั่งให้พระลูกวัดจุดไฟเผาทั้ง 2 คนทั้งเป็น ก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันดับเพลิง และแยกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว โดนห้ามเผาศพในสำนักสงฆ์! พระฉุนเทน้ำมันก๊าดราดชาวบ้านขู่จุดไฟเผาทั้งเป็น ตร.ห้ามศึกวุ่น

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ก.ค. นายณัฐกิตต์ ไชยวรรณะรัตน์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าตรวจสอบภายในสำนักปฎิบัติธรรมพุทธชยันตี ในซอยพุทธมณฑล สาย 3 ซอย 22

นายณัฐกิตต์ เปิดเผยว่า ในวันนี้มาดูข้อเท็จจริงตามที่เป็นข่าว เบื้องต้นที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้พบว่าเป็นที่พักไม่ใช่สำนักสงฆ์หรือวัด ที่ตรงนี้มีการฟ้องร้องกันระหว่าง บริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารกรุงศรี ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ มีการฟ้องร้องกันในชั้นฎีกากับผู้ที่บุกรุกที่ตรงนี้ สถานที่ตรงนี้ตั้งผิดประเภท ไม่ใช่เป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ เพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ตอนนี้กำลังประสาน เจ้าคณะเขตทวีวัฒนาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อความเรียบร้อย โดยหลังจากเข้าตรวจสอบไม่พบ พระปลัดธีรธนัชณฤธา เมตตธัมโม (เจ้าอาวาส) ที่ปกครองสถานที่แห่งนี้ มีแต่พระลูกวัดเท่านั้น

ทั้งนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของทางธนาคาร ผู้ที่อยู่คือผู้ที่บุกรุกต้องออกสถานที่ตรงนี้ให้หมด และทางเจ้าหน้าที่ บริหารสินทรัพย์ธนาคารกรุงศรีควรจะเข้ามาล้อมรั้ว และเชิญพระ-เณร ที่อยู่ภายในออกจากที่นี้ให้หมด เพราะเป็นการอยู่ไม่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับสำนักปฎิบัติธรรมพุทธชยันตี แห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ กระทั่งปี 2554 เริ่มมีพระปลัดธีรธนัชณฤธา เมตตธัมโม ที่เคยอยู่วัดดังวัดแห่งหนึ่งใน กทม. จากนั้นออกมาจากวัดดังกล่าว เพราะมีความขัดแย้งกันภายในวัด โดยพระปลัดธีรธนัชณฤธา เมตตธัมโมมีลูกศิษฐ์ลูกหามากมาย ซึ่งส่วนมากจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หลังจากที่ออกมาเข้ามาอยู่ในที่ดังกล่าว เนื่องจากมีลูกศิษย์คนหนึ่งให้การอุปการะและเป็นเจ้าของที่ หลังจากเข้ามาได้ประกาศว่าตรงนี้เป็นสำนักสงฆ์ และเริ่มก่อสร้าง อาคารที่พัก ล้อมรั้ว ให้เป็นสัดส่วน 

โดยที่บริเวณทางด้านหลังพบเพิงพักจำนวนหลายหลัง ที่ถูกปิดล็อคจากด้านนอก และพบขวดเบียร์เปล่าที่ใส่อยู่ในถุงพลาสติก มีกระดาษห่อหุ้มอย่างมิดชิดอีกชั้นหนึ่งถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก มีเสื้อ กางเกงยีนส์ ตากเอาไว้ และก่อนหน้านี้ เมื่อหลายวันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าทหาร-ตำรวจ เข้ามาตรวจสอบ พระภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้ ก่อนจะถอยร่นออกไป เนื่องจากขณะเข้าตรวจมีโทรศัพท์เข้ามาถึงผู้ที่จะตรวจค้น โดยปลายสายอ้างว่าตนเองเป็นนายพล ขอให้ระงับการตรวจค้น จนเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ จำเป็นต้องถอยออก 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สำนักพุทธเข้าตรวจสอบได้มีกลุ่มชาวบ้าน มารวมตัวกันบริเวณหน้าสำนักสงฆ์แห่งนี้พร้อมบอกว่าพระที่นี่ไม่เหมาะสมในการเป็นพระโดย เริ่มจากปี 2554 มีการมาทำสิ่งก่อสร้างจากเพิงพัก กระทั่งเป็นปูนถาวร ก่อนจะมีพระ-เณร ที่เริ่มทยอยเข้ามาอาศัย ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ 

ส่วนมากจะเป็นพระต่างด้าว เพราะพูดภาษาไทยไม่ได้ และไม่นานก็มีตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองได้เข้ามาจับพระ-เณร ที่หลบหนีเข้าเมืองมาประมาณ 30 รูป หลังจากจับกุมได้ไม่นานก็เริ่มมีพระ-เณร เข้ามาสมทบอีก ในตอนเช้าจะมีแท็กซี่มารับพระ-เณรไปบิณฑบาต ก่อนจะกลับในช่วงสายๆ ในช่วงเย็นๆ พระ-เณรจะซื้อหมูกะทะมาฉันกินส่งเสียงดัง และจะโยนขวดเบียร์ไปหลังเพิงพัก ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบด้วย เพราะไม่สมควรเป็นพระ 

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆฆิตวนิชพงศ์ ผกก.ธรรมศาลา เปิดเผยว่า เมื่อวานหลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบ ก็พบว่ามีการกระทบกระทั่งกันขึ้น ระหว่างพระกับประชาชนและยังไม่เข้าแจ้งความกันเกิดขึ้น เพียงแต่ มีประชาชนที่เกิดการกระทบกระทั่งเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับใคร ส่วนศพของนางอ้วน พัฒนประเสริฐ อายุ 81 ปี ที่จะเผาบนกองฟืนตรวจสอบแล้ว มีการพิสูจน์การตายจริงมีใบมรณะถูกต้อง ซึ่งการเผาแบบดังกล่าว เป็นการไม่ควรและไม่ได้การอนุญาตจากสำนักงานเขตทวีวัฒนาแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ การเก็บฝังหรือเผาศพต้องทำในสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน หรือเก็บศพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยพยาบาลหรือเคหะสถาน เป็นการชั่วคราว เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเท่านั้น หลังเกิดเหตุและเพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งกันระหว่างพระและชาวบ้าน ได้นำศพนางอ้วนไปที่ศูนย์ศพนิรนาม รพ.ศิริราช และตอนนี้อยู่ระหว่างติดตามหาญาติของนางอ้วน เพื่อให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลในที่ๆเหมาะสมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...