โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มงคลปีใหม่ ไหว้ “พระธาตุศรีจอมทอง” พระธาตุประจำปีชวด

Manager Online

เผยแพร่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 02.10 น. • MGR Online

Youtube :Travel MGR

เริ่มต้นศักราชใหม่ ถือเป็นโอกาสนิมิตรหมายอันดีที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต และสิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธถือปฏิบัติกันในช่วงปีใหม่ก็คือการไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

สำหรับชาวล้านนานั้นมีความเชื่อเรื่อง “พระธาตุประจำปีเกิด” โดยเชื่อว่าก่อนที่วิญญาณจะมาปฏิสนธิในครรภ์ของผู้เป็นมารดา วิญญาณจะลงมา “ชุธาตุ” ซึ่งหมายถึงการที่ดวงวิญญาณจะลงมาพักอยู่ที่เจดีย์แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมี ตั๋วเปิ้ง (สัตว์ประจำนักษัตร) พามาพักไว้ และเมี่อได้เวลา ดวงวิญญาณก็จะเคลื่อนจากพระเจดีย์ ไปสถิตอยู่บนกระหม่อมของผู้เป็นบิดาเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ครรภ์ของมารดา และเมื่อเสียชีวิตลงแล้ว ดวงวิญญาณก็จะกลับไปพักอยู่ที่เจดีย์นั้นๆ ตามเดิม

ดังนั้นการมีโอกาสได้ไปกราบไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ก็เชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต อีกทั้งเชื่อว่าเมื่อตายไป ดวงวิญญาณจะได้กลับไปยังพระธาตุองค์นั้น ไม่ต้องเร่ร่อนไปในทุคคติภพ

สำหรับในปี 2563 นี้ ถือเป็นปีนักษัตรปีชวด (หนู) ตามความเชื่อของชาวล้านนา ผู้ที่เกิดในปีนักษัตรนี้จะต้องไปกราบไหว้บูชา “พระธาตุศรีจอมทอง” ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ 58 ก.ม. ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่าดอยจอมทองมาแต่โบราณ

ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมายังบริเวณนี้และตรัสว่าในอนาคตที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุของพระองค์ ได้แก่ พระบรมธาตุส่วนทักษิณโมลีธาตุจอมหัวเบื้องขวา ธาตุกระดูกด้ามมีด (ไหปลาร้า) เบื้องขวา และพระธาตุย่อยอีก 5 องค์ และที่นี่จะเป็นที่ตั้งพระพุทธศาสนาอันรุ่งเรืองสืบไป

และตำนานยังกล่าวถึงพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ชาวอินเดีย องค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก ว่าเป็นผู้อัญเชิญพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ที่ดอยจอมทองตั้งแต่ พ.ศ. 218 โดยได้เสด็จมาอัญเชิญพระบรมธาตุสู่คูหาใต้พื้นดอยจอมทอง จนมีการก่อสร้างสถาปนาวัดพระธาตุศรีจอมทอง และมีการค้นพบพระบรมธาตุในกาลต่อมา

ในพ.ศ.2060 เมื่อครั้งที่พระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิ (พระเมืองแก้ว) เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ขณะนั้นจอมทองเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา พระเมืองแก้วได้ทรงรับสั่งให้มีการปฏิสังขรณ์ปลูกสร้างพระวิหาร 4 มุขหลังหนึ่ง ยึดตามแบบของวิหารวัดศรีภูมิในตัวเมืองเชียงใหม่แล้วสั่งให้ก่อปราสาทหลังหนึ่งในเหมือนปราสาทอันมีอยู่ในพระอุโบสถวัดมหาโพธิหลวง (วัดเจ็ดยอด) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ

จากนั้นรับสั่งให้ช่างทองสร้างโกศทองคำเพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ ทรงประกอบพิธีสมโภชเฉลิมฉลอง และอัญเชิญพระบรมธาตุเข้าไว้ในโกศทองคำ และประดิษฐานไว้ในมณฑปปราสาทนั้น และได้พระราชทานวัตถุไทยทานและเครื่องแห่ไว้กับพระบรมธาตุเจ้าเป็นอันมาก ทั้งยังถวายข้าทาสและที่นาให้แก่วัด เรียกว่า “ข้าพระธาตุ” เพื่อให้คนเหล่านั้นอยู่ดูแลรักษาทำนุบำรุงพระบรมธาตุและวัดสืบไป

เรียกได้ว่าพระบรมสารีริกธาตุแห่งวัดพระธาตุศรีจอมทองนี้อยู่ใกล้ชิดกับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก โดยพระบรมธาตุองค์อื่นๆ มักจะประดิษฐานอยู่ในสถูปหรือเจดีย์ แต่พระทักขิณโมลีธาตุประดิษฐานอยู่ในโกศภายในมณฑปปราสาทในวิหารหลวงของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร และยังเปิดให้ประชาชนได้สรงน้ำสักการะทุกปีเป็นประจำในช่วงวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันสงกรานต์ วันวิสาขบูชา เป็นประเพณีสำคัญที่ชาวจอมทองและชาวเชียงใหม่จะมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อมายังวัดพระธาตุศรีจอมทองแล้ว จะได้พบกับเจดีย์สีทองอร่ามหรือ “พระเจดีย์ศรีจอมทอง” ที่สร้างด้วยศิลปะล้านนา บริเวณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า “ยกเก็จ” ส่วนบริเวณยอดเป็นฐานทรงกลมซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้นตามแบบที่นิยมในล้านนา

ส่วนที่อยู่ติดกันคือพระวิหารหลวงทรงจตุรมุขอันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ องค์พระธาตุนั้นบรรจุอยู่ในโกศทองคำ ซึ่งประดิษฐานอยู่บนมณฑปปราสาท หรือ “กู่” ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือพระบรมธาตุ มีประตู 4 ด้าน หลังคาหลายชั้นซ้อนกันมียอดแหลมงดงามยิ่งนัก โดยกู่นี้เปรียบเสมือนปราสาทที่ประทับของพระพุทธเจ้านั่นเอง ประชาชนสามารถเข้าไปสักการะพระบรมธาตุภายในวิหารหลวงกันได้

ส่วนอีกด้านหนึ่งของพระเจดีย์ศรีจอมทองคือพระอุโบสถซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยหลังคาซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น หน้าบันลงรักปิดทอง บริเวณประตูทางเข้าพระอุโบสถได้มีการฝังสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ตามความเชื่อของชาวล้านนาจึงห้ามผู้หญิงขึ้น

และนอกจากการสรงน้ำพระธาตุซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของทุกๆ ปีแล้ว ที่วัดพระธาตุศรีจอมทองก็ยังมีประเพณี “แห่ไม้ค้ำโพธิ์” หรือ “ไม้ค้ำสะหลี” ในช่วงวันปีใหม่เมืองหรือวันสงกรานต์อีกด้วย โดยมีการจัดงานประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์มายาวนานถึง 200 กว่าปีแล้ว ซึ่งการถวายไม้ค้ำโพธิ์นอกจากจะเป็นการค้ำยันกิ่งต้นไม้ไม่ให้ล้มแล้ว ยังมีความหมายไปถึงการค้ำชูพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวสืบต่อไป อีกทั้งเชื่อกันว่ากุศลในการถวายไม้ค้ำโพธิ์จะช่วยคุ้มครองดวงชะตาให้เจริญขึ้น ไม่ตกต่ำ มีคนช่วยเหลือค้ำชูไปตลอด

สำหรับผู้ที่เกิดปีชวด (หนู) หรือผู้ที่เกิดในปีนักษัตรอื่นๆ ก็สามารถมากราบไหว้พระบรมธาตุและพระธาตุประจำปีเกิดปีชวดได้ที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เพื่อสร้างความสงบสุขในจิตใจ อีกทั้งยังจะได้ชมศิลปะล้านนาที่งดงามภายในวัดอีกด้วย

สำหรับพระธาตุประจำปีเกิดทั้ง 12 ปีนักษัตร มีดังนี้ พระธาตุประจำปีชวด(หนู) - พระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ พระธาตุประจำปีฉลู(วัว) - พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง พระธาตุประจำปีขาล(เสือ) - พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ พระธาตุประจำปีเถาะ(กระต่าย) - พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน พระธาตุประจำปีมะโรง(งูใหญ่) - พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ พระธาตุประจำปีมะเส็ง(งูเล็ก) - มหาเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย หรือเจดีย์วัดเจ็ดยอด จ.เชียงใหม่ พระธาตุประจำปีมะเมีย(ม้า) - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมา พระธาตุประจำปีมะแม(แพะ) - พระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ พระธาตุประจำปีวอก(ลิง) - พระธาตุพนม จ.นครพนม พระธาตุประจำปีระกา(ไก่) - พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน พระธาตุประจำปีจอ(สุนัข) - พระธาตุอินทร์แขวน ประเทศเมียนมา และ พระธาตุประจำปีกุน(หมู) - พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager

ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Travel MGR

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...