โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สแตนลีย์ โฮ"เจ้าพ่อกาสิโนพลิกโฉมมาเก๊า กำเงิน 10 ดอลลาร์ ก่อนเป็นเศรษฐีเงินล้านก่อนอายุ 20

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 เม.ย. 2566 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2566 เวลา 03.58 น.
(Photo by SAMANTHA SIN / AFP)

สแตนลีย์ โฮ เจ้าของอาณาจักรธุรกิจกาสิโนบนเกาะมาเก๊า เรียกได้ว่าเป็น “บิดา” ผู้ให้กำเนิดธุรกิจการพนันยุคใหม่ของจีน

ชีวิตของโฮ ที่ขึ้น-ลงราวกับรถไฟ เหาะลูกเศรษฐีฮ่องกง กลายเป็นผู้ลี้ภัย ก่อนก้าวไปสู่บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดบนเกาะมาเก๊า (โดยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ด้วยอายุ 98 ปี)

โฮเป็นลูกครึ่งจีนและมีบรรพบุรุษจากแถบยุโรป มีลูกทั้งหมด 17 คนกับผู้หญิง 4 คน

นอกจากธุรกิจกาสิโนแล้ว โฮผู้ใช้ชีวิตหรูหราและชอบการเต้นรำ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเรือเฟอร์รี่ เฮลิคอปเตอร์ เชื่อมเกาะฮ่องกงและมาเก๊าเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามบิน รวมไปถึงสนามแข่งม้าด้วย

อย่างไรก็ตาม โฮเจ้าของธุรกิจกาสิโนเคยระบุเอาไว้ว่าตนหลีกเลี่ยงที่จะเล่นการพนัน

“ผมไม่เล่นพนันเลย ผมไม่มีความอดทนเพียงพอ” โฮระบุกับสำนักข่าวเอพี ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2001 และว่า “อย่าหวังรวยจากการเล่นพนัน มันเป็นแค่เกมเท่านั้น”

เกิดวันที่ 25 พฤศจิกายนในปี 2464 ในครอบครัวโฮทัง หนึ่งในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดครอบครัวหนึ่งในฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม เมื่อโฮอายุได้ 13 ปี พ่อก็ทิ้งครอบครัวไปหลังจากต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะผลจากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 30

โฮเรียนที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง แต่ก็ต้องหยุดเรียนเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2

โฮทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์ทางโทรศัพท์ให้กับกองทัพอังกฤษในช่วงเวลาที่กองทัพญี่ปุ่นยึดครองฮ่องกงด้วยความเชี่ยวชาญภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ก่อนที่โฮจะลี้ภัยไปยังเกาะมาเก๊า อดีตท่าเรือประมงที่กลายเป็นเกาะที่พักพิงของผู้ลี้ภัยจากจีนแผ่นดินใหญ่

ในช่วงสงคราม โฮทำธุรกิจลักลอบค้าขายบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล ก่อนจะก้าวไปคว้าเอาสัมปทานธุรกิจกาสิโนระยะเวลา 40 ปีบนเกาะมาเก๊าได้

“มาเก๊าดีกับผมมากๆ ผมไปที่นั่นด้วยเงิน 10 ดอลลาร์ในกระเป๋า และกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านก่อนอายุ 20” โฮระบุ

ในปี 1948 โฮแต่งงานกับเคลเมนทินา เหลยเถา ลูกสาวทนายความชื่อดังในมาเก๊า ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าอาณานิคมโปรตุเกสและสังคมชั้นสูงบนเกาะมาเก๊า เส้นสายที่ช่วยให้โฮได้สัมปทานผูกขาดธุรกิจกาสิโนในปี 1962

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง โฮก็แต่งงานกับลูซินา ลัม เนื่องจากกฎหมายภายใต้ราชวงศ์ชิงในเวลานั้นเปิดทางให้ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน

โฮมีลูกกับภรรยาอีก 2 คนที่เหลืออย่าง “ไอนา ชาน” และ “แองเจลา เหลียง” โดยมีรายงานว่า โฮพบกับชาน พยาบาลในเวลาที่โฮจ้างให้มาดูแล “เหลยเถา” ที่กำลังป่วยหนักก่อนจะเสียชีวิตในปี 2004

ส่วนเหลียง ผู้ที่เป็นแดนเซอร์ และอดีตครูสอนเต้นรำ พบกับโฮได้เพราะความชื่นชอบการเต้นรำของโฮเอง

โปรตุเกสส่งมอบเกาะมาเก๊าคืนให้กับจีนในปี 1999 ก่อนที่สัมปทานผูกขาดธุรกิจกาสิโนของโฮจะสิ้นสุดลงในปี 2002 ส่งผลให้บริษัทกาสิโนคู่แข่งจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนมากขึ้น

นั่นส่งผลกระทบกับบริษัทเอสเจเอ็ม โฮลดิ้ง ของโฮแน่นอน ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดเอสเจเอ็ม โฮลดิ้ง ของโฮลดลงเหลือ 14 เปอร์เซ็นต์ในปี 2019 เทียบกับสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 10 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม โฮยังมีความร่ำรวยจากธุรกิจมากมายในมือ

โฮใช้ชีวิตอย่างร่ำรวย เคยเป็นข่าวใช้เงิน 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อรูปปั้นหัวม้าทองแดง ที่เคยถูกกองทัพฝรั่งเศสขโมยไปจากพระราชวังจีนเมื่อ 150 ปีก่อน เพื่อบริจาคงานศิลปะล้ำค่านั้นให้กับพิพิธภัณฑ์จีน

ในปี 2009 โฮเคยเข้ารับการผ่าตัดสมองหลังจากล้มในบ้านพัก และต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 7 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องนั่งบนรถวีลแชร์ และไม่ค่อยได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่าไรนัก

โฮใช้ชีวิตอยู่กับภรรยา 3 คน ลูก 16 คน โดยโรเบิร์ตลูกคนโต เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ที่โปรตุเกสตั้งแต่ปี 2524

ในปี 2554 เกิดดราม่าที่กลายเป็นการต่อสู้ทางกฎหมาย เมื่อโฮปฏิเสธที่จะมอบมรดกหุ้นให้กับลูกเพียง 5 คนและภรรยาอีก 1 คนตามกฎหมาย ซึ่งขัดกับความต้องการของโฮเองที่ต้องการแบ่งมรดกให้กับสมาชิกครอบครัวทุกๆ คนแบบเท่าๆ กัน

การต่อสู้ทางกฎหมายสิ้นสุดลงโดยโฮได้โอนหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเอสเจเอ็มฯ ให้กับสมาชิกครอบครัวเกือบทั้งหมดตามที่ต้องการ แต่ยังคงนั่งเป็นประธานเอสเจเอ็ม จนกระทั่งเกษียณตัวเองออกมาด้วยวัย 96 ปี

โฮแม้จะเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ แต่ก็ระบุถึงความภาคภูมิใจที่ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงมาเก๊าจากเกาะที่เต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยอันเซื่องซึม ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยแสงสีอย่างในปัจจุบัน

“ในเวลานั้นพวกโปรตุเกสบอกว่า สแตนลีย์ โฮ เป็นนักฝัน เวลานี้ผมได้เติมเต็มคำสัญญาของผมแล้ว” โฮระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...