แหล่งข่าวคสช.ชี้แจ้งจับหมวดเจี๊ยบ เพราะดูหมิ่นบิ๊กตู่ ทำให้สังคมเข้าใจผิด
ฝ่ายความมั่นคง ซัด “หมวดเจี๊ยบ” ใส่ร้าย “บิ๊กตู่” หลังโพสต์ข้อความว่าเปิดทำเนียบให้ “ตูน บอดี้แสลม” หวัง ทำสังคมเข้าใจผิดตัวผู้นำประเทศ ชี้กลุ่มการเมืองโจมตีรัฐผ่านโซเชียลหวังปลดล็อก
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)ให้ดำเนินคดีกับร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญามาตรา 116 หลังจากโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียระบุถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้แสลม แต่ไม่เปิดรับม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเลยเถิด ดูหมิ่น และเหยียดหยาม เพราะเรื่องนี้เป็นคนละบริบท จะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ซึ่งการจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีต้องผ่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีก่อน โดยกำหนดการของนายตูนได้วางแผนและประสานงานมาก่อนหน้าแล้ว ไม่ใช่ว่านายกรัฐมนตรีจะไม่รับฟังใคร ดังนั้นการกล่าวเช่นนี้ถือเป็นการบิดเบือนทำให้สังคมเข้าใจผิด เกิดความไม่ไว้วางใจ และขาดความเชื่อมั่นต่อตัวผู้นำ ทั้งที่ผู้นำไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นใส่ไคล้ ทำให้สังคมคิดว่านายรัฐมนตรีเลือกที่รักมักที่ชั่ง
“เมื่อถามทำไมในช่วงนี้คสช.ถึงเฝ้าระวังการแสดงออกด้านความคิดเห็นของกลุ่มการเมืองทางโซเชียลมีเดียเป็นพิเศษ แหล่งข่าว กล่าวว่า กลุ่มเหล่านี้ต้องการให้สังคมมองว่ารัฐบาลจากรัฐประหารไม่สนใจและไม่รับฟังประชาชน เพื่อให้นำไปสู่การมีรัฐบาลเลือกตั้ง ทั้งยังเชื่อว่าเป็นรัฐบาลจากประชาชนต้องฟังเสียงประชาชน โดยหวังผลเพื่อนำไปสู่การปลดล็อกพรรคการเมือง อีกทั้งนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยฝ่ายการเมืองพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้สังคมเข้าใจผิด บิดเบือนข่าวสารให้ประชาชนมีความคิดเป็นปฏิปักษ์กับรัฐ” แหล่งข่าวระบุ
ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการถูก คสช.ฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพ์ โดยระบุว่า ถ้าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งลูกน้องไปแจ้งความดิฉันเพราะวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหนักเกินไป ก็แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะท่าน ไม่กล้ารับฟังความคิดเห็นของคนอื่น คนใจแคบอย่างนี้จะเป็นผู้นำของประเทศได้อย่างไร และคงไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นในประเทศได้ในแบบที่คนรุ่นใหม่ต้องการ ที่สำคัญความสงบเรียบร้อยในประเทศในขณะนี้ น่าจะเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ใช้อำนาจกดหัวคนคิดต่างเพื่อปืดปากไม่ให้คนวิพากษ์วิจารณ์มากกว่า ทั้งๆ ที่ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐคือหัวใจสำคัญของการถ่วงดุลรัฐบาลไม่ให้เหลิงอำนาจและถลุงงบประมาณแผ่นดินเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง แต่รัฐบาลอาจไม่ชอบใจเพราะรู้สึกมีก้างขวางคอจึงอยากกำจัด ทั้งๆ ที่รัฐบาลต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ ที่สำคัญรัฐบาลเพิ่งประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติจึงไม่ควรปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาตัวเองแล้วคืนอำนาจให้ประชาชนจะดีกว่า ส่วนที่จะดำเนินคดีดิฉันก็เชิญ ดิฉันพร้อมจะสู้เพราะแม้ร่างกายจะเป็นหญิง แต่ก็กล้าเผชิญหน้าความจริง ไม่เหมือนผู้ชายที่อาศัยร่างผู้ชายอยู่แต่ทนฟังเรื่องจริงไม่ได้