ตำนานสอยคิว สตีเฟ่น เฮนดรี้ ประกาศคัมแบ๊ก ตั้งเป้าลุยครูซิเบิล
ตำนานสอยคิว สตีเฟ่น เฮนดรี้ ประกาศคัมแบ๊ก ตั้งเป้าลุยครูซิเบิล
สตีเฟ่น เฮนดรี้ ตำนานสอยคิวชาวสก๊อต เจ้าของสถิติแชมป์โลกสนุกเกอร์สูงสุดตลอดกาล 7 สมัย ประกาศคัมแบ๊กสู่วงการสอยคิวอาชีพในวัย 51 ปี เมื่อวันที่ 2 กันยายน หลังจากตัดสินใจแขวนคิวไปเมื่อปี 2012 โดยจะรับสิทธิทัวร์การ์ดแบบรับเชิญร่วมแข่งขันรายการเก็บคะแนนสนุกเกอร์โลก และตั้งเป้าหมายว่าจะกลับไปแข่งขันรายการสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ ให้ได้อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว เฮนดรี้ซึ่งแข่งขันในศึกสนุกเกอร์อาวุโสชิงแชมป์โลก ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ ก่อนพ่ายให้จิมมี่ ไวท์ ตำนานสอยคิวอีกราย
เฮนดรี้กล่าวว่า ถ้าฟอร์มของตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจะทำแต้มเพียงพอผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้ ยอมรับว่าตอนนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายนั้น แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้ คงเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ ที่จะได้เดินลงบันไดสู่สนามที่ครูซิเบิลอีกครั้ง
สำหรับรายการแรกที่จะลงแข่งขันหลังคัมแบ๊ก เฮนดรี้บอกว่าน่าจะเป็นศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์สหราชอาณาจักร หรือ “ยูเค แชมเปี้ยนชิพ” ที่เมืองยอร์ก ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน-6 ธันวาคม เนื่องจากตนเพิ่งกลับมา อันดับยังไม่มี จึงน่าจะต้องโดนจับไปเจอกับนักสอยคิวฝีมือดีตั้งแต่แรก แต่ถ้าบังเอิญได้ไปเจอกับมือท็อป 4-5 ของรายการ แล้วได้เล่นในโต๊ะที่มีการถ่ายทอด คงไม่ดีนักถ้าแพ้ขาด 0-5 แล้วตกรอบ เป็นความเสี่ยงที่คนต้องยอมรับ
ทั้งนี้ เฮนดรี้สร้างประวัติศาสตร์กวาดแชมป์สนุกเกอร์โลกถึง 7 สมัย ระหว่างปี 1990-1999 และลงเล่นรายการสุดท้ายที่ครูซิเบิลเมื่อปี 2012 โดยพ่ายให้สตีเฟ่น แม็กไกวร์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
อย่างไรก็ตาม หลังจากรอนนี่ โอซุลลิแวน อดีตมือ 1 โลกชาวอังกฤษ คว้าแชมป์สนุกเกอร์โลกสมัยที่ 6 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ทำให้สถิติของเฮนดรี้เสี่ยงจะโดนทาบหรือทำลาย อีกทั้งสถิติแชมป์รายการเก็บคะแนนรวม 36 รายการ ที่เฮนดรี้เคยทำไว้ ก็มาโดนรอนนี่ทำลายเป็น 37 รายการในศึกชิงแชมป์โลกดังกล่าวอีกด้วย
แต่เฮนดรี้ยืนยันว่า การตัดสินใจคัมแบ๊กครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับผลงานของรอนนี่แต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้มีเหตุผลเรื่องเงินด้วย แต่ตนรู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ และความตื่นเต้นขณะเดินลงสู่สนามมากกว่า หลังจากนี้ต้องกลับมาฝึกซ้อม แต่คงไม่ซ้อมหนักวันละ 6 ชั่วโมง ทุกวันเหมือนสมัยก่อน แต่จะเน้นเรื่องการเรียกฟอร์มก่อนหน้าการโปรแกรมแข่งขันที่วางไว้